Sat. Jun 6th, 2020

เจนเปลี่ยน เกมเปลี่ยน!

นอกเหนือจากการถกเถียงอย่างเข้มข้นเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น บิตคอยน์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีเสมือนผสานโลกจริง เทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียง รวมถึงการเชื่อมโยงธุรกิจการค้นหาด้านการเดินทางและการจองเข้ากับระบบผู้ช่วยเสมือนอเล็กซ่า และผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ กูเกิล แอสซิสแทนต์ ที่จะเข้ามา ‘เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง’ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว การเปลี่ยนแปลงด้าน ‘รุ่นอายุ’ ถือเป็นอีกปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน และผู้ประกอบการโรงแรมจำเป็นต้องจับตา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือและเปิดเกมรุกไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องจับตา เพราะอาจเป็นกลุ่มที่เอาใจยากสุด ๆ คือ ‘เจนซี’ (Gen Z) หรือ ‘โอเค บูมเมอร์’ ซึ่งมีอายุระหว่าง 16 – 24 ปี ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีศักยภาพในอนาคตอันใกล้ เป็นกลุ่มเยาวชนที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ บางส่วนเริ่มทำมาหาเลี้ยงชีพแล้ว

ความโดดเด่นของเจเนอเรชั่นนี้ คือ การเกิดมาพร้อมกับโลกโซเชียลมีเดียสารพัดแพลตฟอร์มให้เลือกใช้เต็มไปหมด ส่งผลให้การตัดสินใจส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และถ้าถามถึงแหล่งหาข้อมูลและแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวย่อมหนีไม่พ้นอินสตาแกรม การตีตลาดกลุ่มเจนซีจึงจำเป็นต้องดึงกลุ่มศิลปิน เน็ตไอดอล หรืออินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนที่มียอดผู้ติดตามสูง ๆ ถึงจะได้รับความสนใจจากชาวเจนซีเป็นพิเศษ

สำหรับชาวเจนซีแล้ว การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การเดินทางไปถึงจุดหมายเท่านั้น แต่คือการสร้าง ‘ประสบการณ์’ อันน่าจดจำ และได้สัมผัส ‘การผจญภัย’ ที่ไม่เหมือนใคร เพราะถือคติว่าเกิดมาครั้งเดียว ต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ หากผู้ประกอบการโรงแรมพัฒนาหรือปรับปรุงการออกแบบตกแต่ง พร้อมอัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวก และมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ชาวเจนซีได้เข้าร่วม จะทำให้โรงแรมเป็นหนึ่งในจุดหมายน่าจดจำของคนรุ่นนี้ได้ไม่ยาก

อีกกลุ่มที่คลานตามชาวเจนซีมาติด ๆ คือ ‘เจนอัลฟ่า’ ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป โดยงานวิจัยของทีม Expedia Group Media Solutions ระบุว่า ข่าวดีสำหรับทศวรรษที่จะมาถึง คือ พ่อแม่ของเจนอัลฟ่าซึ่งเป็นชาวมิลเลนเนียล ไม่รอช้าที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเจนอัลฟ่าที่แม้จะอายุยังน้อย แต่ก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องการเดินทางแบบครอบครัวเป็นอย่างมาก และในอีก 10 ปีข้างหน้า ชาวเจนอัลฟ่าซึ่งคาดว่าจะเป็นเจนที่ได้รับการศึกษาในระบบมากที่สุดและร่ำรวยที่สุดจะมีอายุครบ 20 ปี ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยหรือทำงานก็ตาม คนกลุ่มนี้จะตัดสินใจเรื่องการท่องเที่ยวด้วยตนเองและออกเดินทางไปทั่วโลก

มีการคาดการณ์ว่าชาวเจนอัลฟ่าต้องการประสบการณ์การเดินทางที่ไร้อุปสรรคและใช้ช่องทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยสามารถสำรวจจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ได้จากเทคโนโลยีเสมือนจริงที่บ้าน พร้อม ๆ กับทำการจองทริปพาคนที่พวกเขารักไปท่องโลกเสมือนด้วยกัน รวมถึงใช้งานบอทขั้นสูงที่สามารถเรียกดูแผนการเดินทางที่จองได้ในคลิกเดียว โดยแผนการเดินทางจะออกแบบสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ ตั้งแต่ที่พักไปจนถึงร้านอาหาร จึงแน่นอนว่าคนเจนอัลฟ่าจะเดินทางมากมาย ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน

นอกเหนือจากเจนซีและอัลฟ่าจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนโฉมพฤติกรรมท่องเที่ยวในอีก 10 ปีข้างหน้าแล้ว อีกหนึ่งคาดการณ์น่าสนใจ คือ ‘การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน’ ของคนรุ่นใหม่

คุณนิค แอนดรูส์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารการตลาดของ Expedia Group บอกว่า แม้การทำงานประจำที่ออฟฟิศตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นจะยังคงเป็นวิถีของคนจำนวนมาก แต่การทำงานรูปแบบดังกล่าวนี้จะน้อยลงเรื่อย ๆ การเดินทางเพื่อธุรกิจจะยังคงมีอยู่ และจะยิ่งทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเมื่อบริษัทเติบโตและต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน นโยบายการเดินทางที่สะท้อนวัฒนธรรมขององค์กร พร้อมทั้งการให้ความเชื่อมั่นกับบุคลากรจะเป็นข้อเสนอหลักที่ดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถมายังองค์กร

ลองพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการเดินทางแบบเชื่อมโยงการทำงานและการพักผ่อนเข้าด้วยกันในอนาคต เพราะ AI จะสามารถคาดการณ์ทริปเฉพาะบุคคลและแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้า เช่น อาจบอกว่า “ใกล้วันหยุดนักขัตฤกษ์แล้ว คุณต้องการจองทริปหรือไม่” “คุณต้องการอยู่เที่ยวต่อกับครอบครัวหลังจบ

ทริปธุรกิจที่เกาหลีเดือนหน้าหรือไม่” เมื่อคุณคลิก “ใช่” ระบบจะออกแบบแผนการเดินทางให้ตามความต้องการและความสนใจของคุณโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ‘ความหลากหลายด้านที่พัก’ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตา เพราะการเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางแบบ ‘เที่ยวไปด้วยทำงานไปด้วย’ (การเดินทางเพื่อธุรกิจและพักผ่อน) การเดินทางเป็นครอบครัว ตลอดจนการเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายด้านที่พักมากยิ่งขึ้น และถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากนักเดินทางควรมีตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการเดินทางของตนเองมากที่สุด โดยโรงแรมที่เป็นเครือขนาดใหญ่และโรงแรมอิสระจะยังคงมีบทบาทสำคัญในธุรกิจด้านที่พัก

ที่มา : นิตยสาร Thai Hotel & Travel Magazine ฉบับเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2020