Fri. Jul 19th, 2019

Law & Tax

กฎหมายน่ารู้ เรื่องประโยชน์ของหลักสูตรผู้จัดการโรงแรม

หลักสูตรผู้จัดการโรงแรม ชื่อเต็มตามกฎหมาย คือ ‘หลักสูตรการฝึกอบรมวิชาการบริหารจัดการโรงแรม’ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยโรงแรมมาตรา 33(2) ได้กำหนดความรู้ของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการโรงแรมจะต้องจบปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ หรือเคยมีประสบการณ์การทำงานโรงแรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือถ้าไม่มีทั้งสองอย่างข้างต้นก็ต้องมาเรียนหลักสูตรที่ว่านี้ ซึ่งหลักสูตรนี้ประกอบด้วย 5 หมวด 12

พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559

โดยข้อเท็จจริงกฎหมายฉบับนี้เกิดมาสืบเนื่องจากการที่กระทรวงมหาดไทยได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และแยกกิจการอาบน้ำและนวดตัวเพื่อสุขภาพ หรือเรียกรวม ๆ ว่ากิจการสปาเพื่อสุขภาพ ออกจากกิจการอาบ อบ นวด ให้ชัดเจนจะได้ไม่มีการเข้าใจผิดกับสาธารณชนทั่วไป แต่เมื่อแยกสปาออกไป ก็ต้องมีการควบคุมเป็นกรณีพิเศษ จึงให้กระทรวงสาธารณสุขไปออกกฎกระทรวงควบคุมกิจการสปาโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากกฎหมายโรงแรม

เป็นที่รู้กันในผู้ที่ลงทุนทำโรงแรมว่า การสร้างโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ง่ายอย่างที่คิด นอกจากกฎหมายจะค่อนข้างเข้มงวด (จนเกินไป) แล้ว ยังมีความพยายามจากผู้ไม่หวังดีบางคนหลอกให้นำอาคารที่อยู่อาศัยมาทำโรงแรม โดยหว่านล้อมให้เชื่อว่าทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ผู้ประกอบการบางคนก็ทราบว่าผิดกฎหมาย แต่ดูแคลนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีน้อยตรวจตราไม่ทั่วถึง หรือถ้าตรวจพบก็มีความเชื่ออีกว่า เงินจะสามารถปกปิดความผิดได้

ความผิดเกี่ยวกับโรงแรมผิดกฎหมาย

ระยะนี้ พวกเราชาวโรงแรมจะได้ข่าวการจับกุมโรงแรมผิดกฎหมายทุกวันในจังหวัดท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน และภูเก็ต ถึงกระนั้นก็ตามยังมีผู้กระทำผิดกฎหมายอีกมากที่ยังไม่ทราบว่าตนเองกำลังทำธุรกิจที่พักที่เข้าข่ายเป็นโรงแรม โดยความเข้าใจผิด เพราะมีผู้ไปให้คำแนะนำว่าทำได้ หรือความไม่รู้ หรือการตีความกฎหมายที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายก็ตาม ต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การทำธุรกิจที่พักแรมนั้นไม่ว่าท่านจะเรียกชื่อตัวเองว่าอย่างไร เช่น เซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์