Fri. Aug 23rd, 2019
ความสุขเล็กๆ บนแดน (อาทิตย์) อุทัยฯ

ความสุขเล็กๆ บนแดน (อาทิตย์) อุทัยฯ

โลกหมุนเร็วไปไหม เป็นคำถามที่ใครหลายคนอาจหยิบมาถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามเหนื่อยอ่อนจากการทำงาน จนต้องตีตั๋วออกเดินทางหา ‘ความสุขเล็ก ๆ’ หรือ ‘A Little Happiness’ ให้กับตัวเอง

เมืองเล็กสงบงามอย่าง ‘อุทัยธานี’ จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง ทั้งการพักผ่อนด้วยวิถีเนิบช้า และการสร้างความสุขเล็ก ๆ ทว่ายิ่งใหญ่ในใจเรา

เริ่มต้นเราขอพาคุณไปแนบชิดตีสนิทกับธรรมชาติ ด้วยการเดินทางไป ‘หุบป่าตาด’ ที่อำเภอลานสัก เพราะนี่คือหนึ่งในสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจของเมืองอุทัยฯ…ป่าลึกลับใจกลางหลุมยุบที่เกิดจากการพังทลายของถ้ำโบราณ ว่ากันว่าถูกค้นพบโดยพระครูท่านหนึ่ง ขณะปีนลงไปสำรวจภายในถ้ำ กระทั่งพบกับต้นตาดหรือต๋าวจำนวนมากภายในเขาหินปูน กลายเป็นป่าดงดิบโอบล้อมด้วยผาชัน มืดทึบ ชนิดต้องพกไฟฉายติดตัวเข้าไปด้วย เพราะต้องมุดโพรงถ้ำมืดเข้าไปถึงจะได้พบกับหุบดงต้นตาดและต้นไม้อีกหลากหลายสายพันธุ์ ใครชอบแนวผจญภัยหน่อย ๆ ห้ามพลาด เพราะให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์อย่างไรอย่างนั้น

ความสุขเล็กๆ บนแดน (อาทิตย์) อุทัยฯ

จุดหมายต่อไป… เลยหุบป่าตาดไปเพียง 2 กิโลเมตร ตามถนนลาดยาง จะพบกับ ‘บ้านชายเขา’ เจ้าของจุดชมวิวน้องใหม่ของอุทัยธานี ทิวทัศน์ที่นี่สวยสดหมดจด รายล้อมด้วยเขาหินปูนของเขาปลาร้า หุบป่าตาด และเขาอื่น ๆ รอบข้าง ผสานกับวิวไร่ข้าวโพดและสวนผลไม้ของชาวบ้าน จนได้รับการขนานนามว่า ‘สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย’

ส่วนใครยังไม่หนำใจกับความเขียวขจี แนะนำให้ขับรถไปเช็กอินที่ ‘บ้านไร่ปลายนา’ ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลหนองยายดา อำเภอทัพทัน ห่างจากอำเภอเมืองแค่ 20 กิโลเมตรเท่านั้น นั่งรถไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงแล้ว เพราะที่นี่คือร้านกาแฟวิวสวย บรรยากาศดีงาม ชวนหยุดหายใจ ไฮไลต์ คือ ทุ่งข้าวสีเขียวสด นอกจากนี้ ยังมีสะพานไม้ไผ่ทอดยาว และมุมเก๋ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ดูยามคิดถึง ภายในร้านมีเครื่องดื่มและเมนูของว่างให้เลือกซื้อเลือกทานในราคากันเอง ทั้งโกโก้ ชาเขียว ชาเย็น ชามะนาว รวมไปถึงขนมสอดไส้ ทองหยิบ และทองหยอด เป็นต้น เรียกได้ว่าอิ่มทั้งท้องและวิวกันสุด ๆ จนอยากกลับไปเยือนอีกรอบ ใครสนใจอยากไปชิลพักผ่อนทั้งกายและสายตา แอบกระซิบบอกว่าร้านบ้านไร่ปลายนาช่วงนี้เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.

หลังดื่มด่ำพลังจากธรรมชาติกันแล้ว ลุยกันต่อกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จุดหมายที่เราอยากให้ไปปักหมุดกันสุด ๆ คือ ‘วัดจันทาราม’ หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า ‘วัดท่าซุง’ ตั้งอยู่ในตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง ด้วยศรัทธาในบารมีของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทำให้ผู้คนยังเดินทางมาเยือนที่นี่กันจำนวนมาก มากราบสักการะสรีระในโลงแก้วของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แม้ในวันที่ท่านละสังขารไปแล้ว
อีกจุดที่ควรไปชมอย่างยิ่ง คือ ‘มหาวิหารแก้ว 100 เมตร’ ประดับด้วยกระจก และโมเสคแก้วแวววับสวยจับตา มีเสาเรียงรายชักนำสายตาให้ไปหยุดที่องค์พระพุทธชินราช (จำลอง) พระประธานของวิหารแห่งนี้

ความสุขเล็กๆ บนแดน (อาทิตย์) อุทัยฯ

อีกสถานที่สำคัญภายในวัดท่าซุง คือ ‘ปราสาททองคำ’ สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในวาระที่ทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50 ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐ ฉาบปูน ประดับด้วยทองคำเปลวสีทองอร่ามตาปิดรอบปราสาท สวยงามอลังการ จนต้องเอ่ยปากว่าหาชมที่ไหนไม่ได้แล้วนอกจากที่นี่

ด้านวัดเก่าแก่อีกแห่งริมแม่น้ำสะแกกรังฝั่งตะวันออกอย่าง ‘วัดอุโปสถาราม’ ตั้งอยู่บริเวณหน้าเมือง ตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลอุทัยธานี ได้รับการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดโบสถ์ หรือ วัดโบสถ์มโนรมย์ ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอุทัยธานีเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะลวดลายจิตรกรรมฝาผนังฝีมือชั้นครู อยู่ทั้งในพระอุโบสถและวิหาร บันทึกเรื่องราวพุทธประวัติในพระอุโบสถ ส่วนในวิหารเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จทรงโปรดเทพยดาบนสรวงสวรรค์ รวมถึงภาพขณะปลงอายุสังขารที่มีลักษณะแปลก ไม่เหมือนวัดใดในภาคกลาง เพราะบริเวณด้านหน้าภายนอกวิหารมีงานเขียนจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คล้ายคตินิยมของชาวอีสานที่มักเขียนจิตรกรรมฝาผนังไว้นอกโบสถ์หรือวิหาร นอกจากนี้ ยังมีงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจอย่างมณฑปแปดเหลี่ยมสองชั้น ตรงที่มีบันไดเวียนอยู่นอกอาคาร และมีซุ้มประตูหน้าต่างแบบโคโลเนียลที่แสดงถึงอารยธรรมตะวันตก ซึ่งเริ่มแพร่เข้ามาถึงหัวเมืองแถบนี้ในสมัยก่อน

อีกจุดน่าชม คือ บริเวณสะพานที่สามารถเดินข้ามจากวัดไปตลาดได้ เพราะที่นี่ คือ ‘จุดชมวิวพระอาทิตย์อุทัย’ ในยามเช้า หากคุณอยากสัมผัสวิถีความเป็นอยู่เรียบง่ายของผู้คนบนแม่น้ำสายสะแกกรัง หรือเคยชมละครเรื่อง “เรือนแพ” ไม่ว่าเวอร์ชันไหน ต้องมีสักความคิดบ้างล่ะที่อยากลองใช้ชีวิตบน เรือนแพ…สุขจริง อิงกระแสธารา…

ความสุขเล็กๆ บนแดน (อาทิตย์) อุทัยฯ

การมาเยือนอุทัยธานีคราวนี้เราจึงไม่พลาด แวะชม “ชุมชนเรือนแพสะแกกรัง” บนสายน้ำอันเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่อำเภอเมือง ปัจจุบัน ยังเหลือหลายหลังให้ได้สัมผัส โดยชาวเรือนแพจำนวนหนึ่งทำอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง บางชุมชนทำปลาย่างกันทั้งหมู่บ้าน รวมถึงปลารมควัน แน่นอนว่ามาถึงเมืองน่ารักซึ่งมีแพริมน้ำเป็นสัญลักษณ์ทั้งที จะไม่เช็คอินเข้าพักเรือนแพบนแม่น้ำสะแกกรังก็กระไรอยู่ เราเลือก แพบ้านบ้าน โฮมสเตย์” ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 5 กิโลเมตร มีเพื่อนบ้านอาศัยบนแพเช่นกัน ทำสวนและประมง ที่นี่เปิดรับลูกค้าทีละกลุ่ม พักได้ 4 คน ราคารวมอาหารเช้าอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคืน (เสริมได้อีก 2 คน คนละ 500 บาท) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ

ภายในเรือนแพตกแต่งสไตล์วินเทจแสนอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความเป็นส่วนตัวภายใต้บรรยากาศสงบเงียบ ส่วนช่วงเย็นก็สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกน้ำตรงหน้าแพได้เลย นี่สินะความสุขเล็ก ๆ บนแดนอุทัยฯ


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.10 No.56