Wed. Jan 22nd, 2020

หัวใจของการนอนและที่นอนที่ดีมีคุณภาพ – King Koil Philosophy of Sleeping Well

ในปี 1898 Samuel Bronstein ก่อตั้ง United States Bedding หรือ US Bedding ในเมือง St. Paul รัฐ Minnesota เริ่มต้นจากพนักงานเพียง 6 คน เมื่อต้นทศวรรษ 1900 US Bedding เติบโตอย่างต่อเนื่องมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ด้วยปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและกลายเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องนอน

กระทั่งช่วงทศวรรษ 1930s US Bedding ได้มีการคิดค้นพัฒนาเพื่อปรับปรุงโครงสร้างที่นอน หรือ bedspring ขนานใหญ่ จึงได้เริ่มคิดหาชื่อใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์อันเป็นนวัตกรรมใหม่ ชื่อ ‘King Koil’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้ และหากนับรวมระยะเวลาตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เมือง St.Paul ก็เป็นเวลากว่า 120 ปีแล้ว ไม่น่าแปลกใจหากวันนี้ที่นอน King Koil จะปรากฎอยู่ในโรงแรมชั้นนำและสถานที่ต่าง ๆ กว่า 90 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ในปี 2004 ชื่อ Comfort Solution ได้กลายมาเป็นชื่อของบริษัทสำนักงานใหญ่จนถึงปัจจุบัน

คุณสุชาติ สินธุเดชากุล Marketing & Sales Manager-Contract แห่งบริษัท King Koil จำกัด ได้บอกเล่าถึงที่มาอันยาวนานของแบรนด์ที่นอนคุณภาพระดับผู้นำนวัตกรรม พร้อมด้วยปรัชญาสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า ‘นำคุณค่าและคุณภาพอันโดดเด่นสู่คุณ ลูกค้าของเรา ในทุก ๆ วัน’

Sleeping Well: คุณค่าของการนอน หมายถึง คุณภาพชีวิต

การนอนที่มีคุณภาพ หมายถึง การนอนที่ดี ผ่อนคลาย สบายตัว และที่สำคัญ คือ การนอนอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อตื่นขึ้นมาพร้อมรับมือกับชีวิตในทุก ๆ วัน การพักผ่อนยามค่ำคืนจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ คุณค่าของการนอนหลับจึงส่งความหมายต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้น ที่นอนคุณภาพจึงมีความหมายต่อคุณค่าของการนอนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

Mattress Core: หัวใจของที่นอน King Koil

แกนกลาง หรือ Core ของที่นอน คือ เรื่องของการรองรับน้ำหนัก ความมั่นคง และความสอดคล้องกันโดยรวม เพื่อการใช้งานที่ยืนยาว ที่นอนแบบดั้งเดิมใช้โครงสร้างสปริงภายในแบบ ‘โซนเดี่ยว’ หรือ ‘Single Zone’ เพื่อการรองรับที่สม่ำเสมอ ผลิตภัณฑ์ของเราทุกชิ้นใช้โครงสร้างสปริงภายในที่มีคุณภาพสูงแบบ Multi-Zone หรือ โครงสร้างโฟมแข็ง (Solid-Foam Construction) ซึ่งให้การรองรับที่ดีที่สุดกับรูปทรงของร่างกายมนุษย์ กล่าวได้ว่า ‘Coil Innerspring Units คือ หัวใจของที่นอน’ จำนวนของคอยส์สปริง คือ ตัวชี้วัดคุณภาพของแกนกลางที่นอน ยิ่งจำนวนคอยส์สปริงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลให้ที่นอนนั้นรองรับและปรับเข้ากับน้ำหนักและรูปร่างได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ใช่ว่าระบบขดลวด หรือ Coil Systems ทั้งหมดจะมีคุณภาพเท่าเทียมกัน สิ่งที่ทำให้ King Koil แตกต่างก็คือการใช้ Chiro-Tech dual-gauge หรือ เทคโนโลยีขดลวดคู่ เพื่อความสอดคล้องและการรองรับที่แตกต่าง เป็นการการรองรับน้ำหนักที่ดีขึ้นแม้ในจำนวนคอยส์สปริงที่น้อยกว่า

เทคโนโลยีสำคัญในการผลิตที่นอนคุณภาพ

ชั้นเบาะด้านบนมอบพื้นผิวที่นอนที่หรูหราด้วยโฟมและเส้นใยที่หลากหลายเพื่อช่วยเพิ่มคุณสมบัติการรองรับ ความนุ่มสบายที่ช่วยรับแรงกระแทกและเสริมการรองรับของแกนที่นอน สอดคล้องถูกต้องตามหลักกายภาพด้วยความหนาแน่นระดับสูง 5 โซน – 5-Zone Contour Quilt Foam ที่รองรับ 5 ส่วนสำคัญของร่างกายขณะนอนหลับ ได้แก่ ศีรษะ บ่า สะโพก ขา และเท้า นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มอบความสะดวกสบายและคุณภาพสูงสุดแก่คุณตั้งแต่วินาทีที่คุณนอนราบ

การทดสอบความแข็งแรง: Firmness Testing

คือ การทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกมากกว่า 10,000 ครั้ง ด้วยเครื่องทดสอบแรงกระแทกที่มีน้ำหนักแรงอัดถึง 260 ปอนด์ เพื่อให้แน่ใจในคุณภาพสูงสุด ทั้งเรื่องของการรองรับน้ำหนัก และการกระจายแรงกด

การทดสอบคอร์เนล: Cornell Testing

เครื่องทดสอบคอร์เนล คือ การทดสอบในขั้นต่อไป โดยใช้ ‘ลูกกลิ้ง’ ซึ่งใช้แรงดัน 260 ปอนด์ เป็นการจำลองการนอน และตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของความหนา และความแน่นของที่นอน

ทั้งหมดนี้ คือ คำอธิบายถึงความหมายของคำว่า ‘คุณค่าและคุณภาพ’ ของการนอนและที่นอน ที่ชัดเจน และโดดเด่นที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก ลูกค้าของ King Koil หากเอ่ยนามก็คือแบรนด์โรงแรมระดับไฮคลาสที่มีสาขาหรือเชนอยู่ทั่วโลกตั้งแต่ Hard Rock Hotel, IHG Hotel Group, Holiday Inn, Hilton Worldwide, Waldorf Astoria, The Conrad Hotel, Marriott Hotel Group, The Westin, Sheraton, Pullman, Ibis, Accor Hotel Group, Hyatt Hotel Group, Mandarin Oriental Hotel, The Ascott, Concorde Hotel, etc..

ที่มา : นิตยสาร Thai Hotel & Travel Magazine ฉบับเดือน ธันวาคม 2019 – มกราคม 2020