Sun. Nov 27th, 2022
เมืองน่าน

ดื่มด่ำวันสบาย ๆ ปล่อยกายใจซุกไออุ่นที่ ‘เมืองน่าน’

‘น่าน’ เมืองรองน่ารัก อัดแน่นด้วยเสน่ห์เกินต้านท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา ชวนให้เราตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบาย จนอยากออกทริป เก็บเกี่ยวความรู้สึกผ่อนคลายแก่ชีวิต จุดหมายแรกของทริปนี้ คือ ‘โกโก้ วัลเลย์’ (Cocoa Valley) มอบความอภิรมย์นี้ให้ได้ดื่มด่ำ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา อำเภอปัว ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรจากตัวเมืองน่าน

เมื่อเดินทางมาถึง ทิ้งตัวนั่งชิลจิบช็อกโกแลตอุ่น ๆ ชมวิวยอดดอยภูคาที่ ‘โกโก้ วัลเลย์ คาเฟ่’ ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลพานให้รู้สึกอบอุ่น ตัดกับสีเขียวสบายตาของต้นไม้ทั้งภายในและวิวเบื้องหน้าแบบพาโนรามาสุดลูกหูลูกตา

ไม่เกินไปนักหากจะบอกว่าการได้ชิมเครื่องดื่มและขนมช็อกโกแลตของ โกโก้ วัลเลย์ คาเฟ่ นั้นคือ นิพพาน เพราะเมนูของที่นี่มีส่วนผสมของไขมันโกโก้ 100% แนะนำให้ลองสั่งเมนู Chocolate Dome ราดด้วยช็อกโกแลตเยิ้มร้อน ๆ อันเข้มข้น ทานคู่กับไอศกรีมและผลไม้อมเปรี้ยว รับรองว่าสดชื่น ต่อด้วยเมนู Fon Due ช็อกโกแลตอุ่น ๆ จุ่มด้วยผลไม้สด อากาศเย็น ๆ กับขนมอุ่น ๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมแล้วนาทีนี้

ความน่าสนใจของที่นี่ยังมีกิจกรรมเรียนรู้เอาใจสาวก Cocoa & Chocolate Lover เปิดให้เยี่ยมชมกรรมวิธีผลิตช็อกโกแลต ตั้งแต่ต้นจนกลายเป็นเครื่องดื่มและขนมแสนอร่อย หรือใครอยากลองลงมือทำช็อกโกแลตบาร์เป็นของตัวเอง… อย่ารอช้า ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์ และความอร่อยในแบบฉบับของตัวเองแบบนี้ ต้องลองกันสักหน่อยแล้ว

ปล่อยตัวปล่อยใจให้กับความอร่อยที่คาเฟ่แล้ว ก็ถึงเวลาเช็กอินที่ ‘โกโก้ วัลเลย์ รีสอร์ท’ กันต่อ ห้องพักของที่นี่รีโนเวตจากตึกเดิม ดูแล้วทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นเมืองเหนือด้วยหลังคาทรงจั่ว การตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์สีน้ำตาลของโกโก้ ผสมผสานกับสไตล์ลอฟท์ ผนังทำเป็นอิฐโชว์แนวทาสีขาว สลับกับผนังขัดมัน มีระเบียงกว้างให้ได้ออกไปนั่งชิลชมวิวภูเขา กิมมิคน่าสนใจ คือ มีเครื่องดื่มและขนมที่ทำจากโกโก้มาเสิร์ฟถึงห้อง และยังมีบริการทำสปาผิวหรือพอกตัวด้วยช็อกโกแลตอีกด้วย

นอกเหนือจาก โกโก้ วัลเลย์ รีสอร์ท แล้ว ภายในอำเภอปัว ยังมีรีสอร์ทน่าพักหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ‘โรงแรมปัว เดอวิว บูติค รีสอร์ท’ โรงแรมเล็ก ๆ น่ารัก วิวสวย รวยความสดชื่น แค่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นทิวทัศน์เบื้องหน้า เชื่อว่าหลายคนอยากปักหลักอยู่เมืองปัวต่อแน่นอน

อีกหนึ่งที่พักวิวหลักล้าน คือ ‘โรงแรมปัว พาโนราม่า รีสอร์ท’ มีจุดเช็กอินหลักกิโลเมตรสีขาวขนาดยักษ์ กำกับด้วยข้อความ ‘ปัว กม.0’ ชวนให้ถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ กัน

อีกหนึ่งคาเฟ่ต้องแวะมาเยือนในอำเภอปัว คือ ‘ผามกาแฟ by นา เขา เรา น่าน’ เป็นคาเฟ่ที่ออกแบบอาคารเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ยกใต้ถุนสูง ปล่อยลมโชยแบบโอเพ่นแอร์ ตรงชั้นสองมีระเบียงไว้ให้นั่งห้อยขา เรียกได้ว่าเป็นมุมมหาชนของที่นี่ก็ว่าได้ แขกไปใครมาต้องแวะถ่ายรูปมุมนี้ นอกจากนี้ยังมีโซนอื่น ๆ ให้เลือกนั่งชิลชมวิวทุ่งนาและภูเขา บรรยากาศดี มีแต่ความน่ารักเต็มไปหมด เหมือนโดนสะกดอย่างไรอย่างนั้น ทั้งยังห้อมล้อมด้วยสีเขียวของแมกไม้นานาพรรณอีกมากมาย

ดื่มด่ำวิวไม่พอ ที่นี่ยังมีเมนูแนะนำราคาน่ารักให้ได้ลิ้มลอง คือ Whittard Salted Caramel Coffee กาแฟเสิร์ฟพร้อมครองแครงสติ๊กสูตรโบราณ รสชาติอร่อยจนต้องขอสั่งเพิ่มเป็นชุดที่สอง

ท่องเมืองปัวกันจนฟิน ก็ถึงคราวต้องตีรถเข้าอำเภอเมืองน่าน ปักหมุดไปที่ ‘บ้านนาก๋างโต้ง’ รีสอร์ทและคาเฟ่สไตล์เรือนไม้ดีไซน์ร่วมสมัยสุดเก๋ รายล้อมด้วยท้องทุ่งนาและภูเขาสีเขียวชอุ่มตา หมายความตามชื่อว่าเป็นบ้านกลางทุ่งนา

เอกลักษณ์ของบ้านนาก๋างโต้งอยู่ตรงสะพานไม้รูปวงกลมอยู่ใจกลางรีสอร์ท เชื่อมต่อระหว่างส่วนของล็อบบี้คาเฟ่ซึ่งให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ สู่บ้านพักสไตล์แตกต่างกัน 9 หลัง สวยสะดุดตา ประดับตัวเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากฝีมือคนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเดสติเนชันที่ได้รับความนิยมจนขึ้นแท่นเป็นแลนด์มาร์กแห่งเมืองน่านเรียบร้อย เรียกได้ว่าเมื่อเช็กอินที่นี่แล้ว แทบไม่ต้องออกไปไหน ใช้เวลาเสพความงดงามของธรรมชาติให้เต็มอิ่ม ก็เพียงพอแล้ว

แต่มาถึงตัวเมืองน่านทั้งที ยังมีอีกหลายสถานที่ให้ไปเยือน อีกหนึ่งคาเฟ่ห้ามพลาด คือ ‘เอราบิก้า คอฟฟี่’ (Erabica Coffee) ตั้งอยู่บนถนนรังษีเกษม ตัวคาเฟ่เป็นอาคารสองชั้นสีเขียวตัดเหลืองอ่อน สไตล์โคโลเนียลย้อนยุค ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ พื้นปูกระเบื้องลายคลาสสิก ออกแบบอาคารให้มีแสงธรรมชาติจากภายนอกมาผสมกับแสงไฟสลัว ๆ จากโคมสวยภายใน ด้านหน้ามีลานกว้างให้ได้นั่งจิบกาแฟกลางแจ้งใต้เงาไม้อันร่มรื่น

ตื่นตาตื่นใจเบา ๆ กับรูปลักษณ์อาคารที่ออกแบบได้อย่างกลมกลืนกับชุมชนแล้ว แน่นอนว่าต้องชิมเมนูกาแฟอาราบิก้า 100% ของเมืองน่าน ที่นี่เลือกใช้เมล็ดกาแฟแบบ Single Origin หรือจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน บนดอยสวนยาหลวง หมู่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีให้เลือกระดับกาแฟทั้งแบบคั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้มตามใจชอบ แต่ที่ต้องลอง คือ เมนูซิกเนเจอร์ ‘เอสเปรสโซมะไฟจีน’ รสชาติเข้ม ๆ ของกาแฟตัดกับความเปรี้ยวของมะไฟจีนผลไม้ท้องถิ่นของดีเมืองน่าน เข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ

นอกเหนือจากคาเฟ่และรีสอร์ทบรรยากาศดีแล้ว ในตัวเมืองน่านยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แลนด์มาร์คสำคัญ คือ ‘วัดภูมินทร์’ โดดเด่นด้วยไฮไลต์ภาพจิตรกรรม ‘ปู่ม่านย่าม่าน’ กระซิบรักก้องโลก หรือจะไป ‘หอศิลป์ริมน่าน’ ชมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ซึ่งจัดแสดงในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวร ภายใต้บรรยากาศแบบธรรมชาติล้อมรอบ เอื้อให้เรามาเสพศิลปะได้อย่างผ่อนคลาย

มาเที่ยวแล้วสบายใจแบบนี้ เห็นทีต้องมาซ้ำ ‘เมืองน่าน’ อีกหลาย ๆ หนเสียแล้ว!!

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *