Sat. Sep 21st, 2019
เจาะเทรนด์อาหารโลก รับมือการเปลี่ยนแปลง

เจาะเทรนด์อาหารโลก รับมือการเปลี่ยนแปลง

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่าง ‘ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์’ ได้อัปเดตเทรนด์อาหารหลักของโลกแห่งปี 2019 ขมวดออกมาเป็น 5 เทรนด์น่าสนใจ หลังได้ศึกษาและเจาะลึกพฤติกรรมลูกค้า สู่การพัฒนาเทรนด์เมนูต่าง ๆ ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ตสามารถลองนำเทรนด์เหล่านี้ไปต่อยอด เพื่อบริหารห้องอาหารในมือให้ทันการเปลี่ยนแปลง

เริ่มกันที่เทรนด์แรก ‘Food Bowl’ เป็นการชู ‘เสน่ห์ในชาม’ ให้น่าสนใจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เรื่องความฉับไว พร้อมลดทอนพิธีรีตองในร้านอาหารที่คุ้นเคยกับการใช้จานสำหรับอาหารหลัก เรียกได้ว่าเทรนด์นี้ชูความโดดเด่นของอาหารที่ใช้ชามเป็นภาชนะอย่างอาหารตะวันออก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ราเมน โซบะ เฝอ และข้าวยำเกาหลี เป็นต้น

เทรนด์ที่ 2 ‘Local Table’ การนำเอาวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาประกอบอาหาร พร้อมเพิ่มมูลค่าด้วยการปรุง ‘เรื่องเล่าท้องถิ่นบนโต๊ะอาหาร’ ผ่านกลยุทธ์บอกเล่าเรื่องราว (Storytelling) ของจานอาหารได้เป็นอย่างดี ด้วยเอกลักษณ์ของวัตถุดิบท้องถิ่นซึ่งมีจุดแข็งด้านอาหารจานสุขภาพและความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน เนื่องจากวัตถุดิบจากท้องถิ่นนั้นสดใหม่ มีสารอาหารครบถ้วน เพราะปลูกตามฤดูกาล ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชุมชนและวัฒนธรรมของไทยอีกด้วย

เจาะเทรนด์อาหารโลก รับมือการเปลี่ยนแปลง

เทรนด์ที่ 3 ‘Multisensory Experience’ เพราะรสชาติของอาหารรสเยี่ยมไม่ได้มาจากฝีมือเชฟเท่านั้น แต่เป็นการสอดประสานกันของ ‘สัมผัสความอร่อยในหลากหลายมิติ’ ทั้งบรรยากาศ รูป รส กลิ่น และเสียง ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อชูเอกลักษณ์แปลกใหม่ ขับไล่ความจำเจ นำเสนอผ่านกิมมิกน่าสนใจ เพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบแก่ทุกสัมผัสของมื้ออาหาร

เทรนด์ที่ 4 ‘Plant-Based Protein’ ถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการนำโปรตีนจากพืชมาเป็นตัวชูโรงบนจาน แม้ว่าจะไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่ขาดสารอาหาร ได้ใจคนรักสุขภาพไปแบบเต็ม ๆ เช่น ควินัว ถั่วต่าง ๆ และโปรตีนเกษตร นอกจากดีต่อกายและใจแล้ว โปรตีนจากพืชยังดีต่องบประมาณอีกด้วย เพราะมีราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์จริง

สุดท้าย เทรนด์ที่ 5 ‘The Tea Party’ จากวิถีชีวิตและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การดื่มชามีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งยังสะท้อนภาพสังคมในแต่ละยุคสมัยได้อย่างชัดเจน เช่น จากสมัยก่อนการจิบชาในยามบ่ายจะใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแก้วเดียว อาจตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน หลายคนเลือกดื่มชาบรรจุขวดหลากหลายแบรนด์ รวมถึงการเติมลูกเล่นอย่างท็อปปิ้งต่าง ๆ เข้าไปในแก้วชา เช่น ชานมไข่มุกที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้

เจาะเทรนด์อาหารโลก รับมือการเปลี่ยนแปลง

แต่ถึงจะมีลูกเล่นเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับวงการชามากแค่ไหน แต่กระแสที่น่าจับตาในตอนนี้ คือ การยึดวิถีการดื่มชาแบบดั้งเดิมผ่านกาน้ำชาร้อนเคล้าบรรยากาศการล้อมวงสนทนา


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.10 No.57