Sun. Nov 27th, 2022
มิชลินไกด์

เปิดโผ มิชลินไกด์ 2566 ไทยได้ “ดาวมิชลิน” เพิ่ม 5 ดวง

เปิดโผมิชลินไกด์ 2566 รับสองดาว 6 ร้าน 1 ดาวมิชลิน 29 ร้าน เผยไทยได้ “ดาวมิชลิน” เพิ่มอีก 5 ดวง พร้อมเปิดตัวร้านแนะนำในภาคอีสาน ชวนแซ่บใน 4 จังหวัด อุบลฯ อุดรฯ ขอนแก่น และโคราช

มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star), รางวัล “ดาวมิชลินรักษ์โลก” (MICHELIN Green Star), รางวัล MICHELIN Young Chef Award และรางวัล MICHELIN Service Award พร้อมทั้งรางวัลพิเศษอีก 2 รางวัลที่มอบให้เป็นปีแรก ได้แก่ รางวัล MICHELIN Opening of the Year Award และรางวัล MICHELIN Sommelier Award

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านการสื่อสารการตลาด เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) จะเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นการออกเดินทาง ทั้งการออกเดินทางไปยังร้านอาหาร ทัวร์ชมสถานแหล่งผลิตอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีอยู่ให้โดดเด่นในเวทีโลกยิ่งขึ้น

รายงานจากมิชลิน ระบุว่า คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย’ ฉบับประจำปี 2566 (The MICHELIN Guide Thailand 2023) เป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ฉบับที่ 6 ของประเทศไทย คู่มือฉบับล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 441 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ 6 ร้าน (ทุกร้านเป็นร้านที่รักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้) รางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ 29 ร้าน, รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ 189 ร้าน และร้านแนะนำอื่น ๆ อีก 217 ร้าน

โดยมีร้านใหม่คว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ เพิ่มขึ้น 5 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 4 ร้าน และเลื่อนระดับ 1 ร้าน) และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 59 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 53 ร้าน และเลื่อนระดับ 6 ร้าน)  ทั้งยังมีร้านติดโผร้านแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกอีกถึง 54 ร้าน  สรุปยอดรวมร้านใหม่ในคู่มือฯ ฉบับล่าสุดนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 111 ร้าน

นอกจากนี้ พบว่า จากทั้งหมด 111 ร้าน มี 69 ร้านตั้งอยู่ใน นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี และ อุดรธานี ซึ่งเป็น 4 เมืองตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ ‘มิชลิน ไกด์’ ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับเป็นปีแรก

มิชลิน 2 ดาว

รายงานระบุว่า ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566 รายชื่อร้านอาหารคว้ารางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ ยังคงเดิมรวมทั้งสิ้น 6 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table (เชฟส์เทเบิล), Le Normandie by Alain Roux, Mezzaluna (เมซซาลูน่า), R-Haan, Sorn (ศรณ์) และ Sühring

5 ร้านใหม่ ดาวมิชลิน 1 ดวง

สำหรับรางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ มีร้านอาหารติดอันดับเพิ่มขึ้น 5 ร้าน โดยทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่

  • บ้านเทพา ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำเสนออาหารชุดแบบ Tasting Menu ที่จัดแต่งมาอย่างสวยงาม โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ปลูกเอง และคัดสรรผักผลไม้จากเกษตรกรไทย
  • Haoma ร้านอาหารอินเดียที่ปลูกผักเกือบ 40 ชนิดไว้ประกอบอาหารเอง มีระบบรองน้ำฝนไว้สำหรับรดน้ำผัก เน้นเรื่องความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ จึงไม่มีการทิ้งวัตถุดิบใด ๆ เลย มีให้เลือกทั้ง Tasting menu ตามฤดูกาล, เมนู À la carte และเมนูมังสวิรัติ
  • Maison Dunand ร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูฝรั่งเศสร่วมสมัย นำเสนออาหารชุดแบบ Tasting Menu ที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นแถบเทือกเขาแอลป์อันเป็นบ้านเกิด ตลอดจนความทรงจำวัยเด็กในการไปเยือนแคว้น Brittany รวมถึงประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในหลายประเทศ
  • โพทง ร้านอาหารไทย-จีนสมัยใหม่ที่นำเสนออาหารโดยเน้นการรับรู้ผ่านผัสสะทั้งห้า ตั้งแต่การมองเห็น ชิม ดม การหยิบจับ และฟังเรื่องราวที่แฝงอยู่ในแต่ละคอร์ส,
  • Signature ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับการเลื่อนระดับในปีนี้ นำเสนอรสชาติอาหารสไตล์ครัวฝรั่งเศสคลาสสิก โดดเด่นด้วยการใช้สมุนไพรและดอกไม้นำเข้าเพื่อให้ได้กลิ่นอายของดินแดนฝรั่งเศสแท้ ๆ

รางวัล MICHELIN Green Star

ขณะที่ร้านได้รับรางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” เพิ่มขึ้นอีก 2 ร้าน รวมเป็น 3 ร้านนอกเหนือจาก PRU (พรุ) ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินในจังหวัดภูเก็ต ที่รักษารางวัลเอาไว้ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ยังมีร้านอาหารอีก 2 ร้านร่วมคว้ารางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” ที่มอบให้กับร้านอาหารที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ได้แก่

  • Haoma ร้านอาหารอินเดียในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นปีแรก และคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ ไปครอง
  • จำปา ร้านอาหารในภูเก็ตที่ผ่านการคัดสรรเป็นร้านแนะนำโดยคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นปีแรก โดยร้านนี้เน้นให้ลูกค้าตระหนักถึงคุณประโยชน์ของอาหารสดใหม่ในท้องถิ่น เสิร์ฟอาหารยุโรปร่วมสมัยซึ่งปรุงขึ้นจากพืชผักสมุนไพรที่ปลูกในฟาร์มออร์แกนิกของร้านเอง และวัตถุดิบจากทะเลที่เลือกเฟ้นมาจากชาวประมงบนเกาะ

รางวัล MICHELIN Thailand Young Chef Award 2566

ดาวิเด การาวาเกลีย (Davide Garavaglia) จากร้าน Côte by Mauro Colagreco

เชฟดาวิเดสัญชาติอิตาเลียนได้นำทิศทางและมาตรฐานการทำอาหารของเชฟเมาโร โคลาเกรคโค (Mauro Colagreco) จากดินแดนแถบเมดิเตอร์เรเนียนมาถ่ายทอดผ่านร้านอาหาร ณ โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รางวัล MICHELIN Thailand Service Award 2566

อุทิศ สองโท (Uthit Songtho) จากร้าน บ้านพระยา

ผู้จัดการร้านบ้านพระยา ให้บริการอย่างอบอุ่นด้วยไมตรีจิตแบบไทยและมาตรฐานอันเป็นเลิศของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เปี่ยมทั้งความเป็นมิตร สุภาพ และจริงใจ โดยไม่เพียงรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเรือ แต่ขากลับยังรอส่งขึ้นเรือพร้อมกล่าวลาอย่างสุภาพ ระหว่างให้บริการ คุณอุทิศเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นมาของร้านอาหาร ประวัติเชฟ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับอาหารจานที่นำเสนอและอาหารไทยทั่วไป ทั้งยังใส่ใจสอบถามถึงความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่ออาหารจานต่าง ๆ ด้วย

รางวัล MICHELIN Thailand Opening of the Year Award 2566

รางวัลนี้มอบให้กับเชฟ, เจ้าของ หรือผู้จัดการร้าน ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีแนวคิดที่โดดเด่นในการนำเสนออาหารอย่างสร้างสรรค์ จนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากวงการอาหารในประเทศ

ผู้ได้รับรางวัล คือ เชฟ “แพม” พิชญา สุนทรญาณกิจ (Pichaya Soontornyanakij) จากร้าน โพทง

เชฟแพมประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหาร “โพทง” ขึ้นใจกลางย่านเยาวราช ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยนำตึกโบราณซึ่งเคยเป็นห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูลมาปรับปรุง ทุกจานอาหารปรุงขึ้นภายใต้ปรัชญาขององค์ประกอบ 5 อย่าง คือ เกลือ (Salt), รสเปรี้ยว (Acid), เครื่องเทศ (Spice), เนื้อสัมผัส (Texture) และ “ปฏิกิริยาเมลลาร์ด” (Maillard Reaction) ซึ่งหมายถึงการนำอาหารมาผ่านความร้อนจนกลายเป็นสีน้ำตาลและมีกลิ่นหอมน่าทาน

รางวัล MICHELIN Thailand Sommelier Award ประจำปี 2566

กียม เปอร์ดิเกส (Guillaume Perdigues) จากร้าน Mezzaluna

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-1128949

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *