Sun. Sep 20th, 2020
เซ็นทารา

“เซ็นทารา” ปั้นโรงแรม 3 ดาว ยึดหัวหาด “ชะอำ-หัวหิน”

ในยุคแพนเดมิกไม่มีพื้นที่การท่องเที่ยวไหนที่ไม่ได้รับผลกระทบดีที่สุดก็คือกระทบน้อย ฟื้นตัวก่อนและสามารถฉกฉวยโอกาสในช่วงเวลาวิกฤต สำหรับในประเทศไทยนั้นพื้นที่ “ชะอำ-หัวหิน” ถือเป็นทำเลหนึ่งที่มีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยโรงแรมยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยอย่าง “เซ็นทารา”ได้เปิดตัวโรงแรม 3 ดาวแห่งใหม่ พร้อมยึดหัวหาดตลาดไมซ์-ครอบครัวไทย

“อัษฎางค์ สุขวิเศษ” ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหินเล่าว่า โรงแรมเซ็นทรา ชะอำฯเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากใช้ระยะเวลารีโนเวตพื้นที่รีสอร์ตเดิมเกือบ 1 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 150 ล้านบาท โดยหลังจากเปิดให้บริการ พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากตั้งแต่สัปดาห์แรก เนื่องจากเป็นช่วงคลายล็อกเฟสที่ 5 ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ออกเดินทางท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก ประกอบกับติดวันหยุดยาวช่วงเทศกาล จึงทำให้โรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูงถึงกว่า 80% ในสัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการ

นอกจากนั้น ด้วยอานิสงส์ของโลเกชั่นโรงแรมที่ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้โรงแรมได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในวันหยุดสุดสัปดาห์กว่า 60% และวันธรรมดากว่า 30% ส่งผลให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาเข้าใกล้อัตราเข้าพักเป้าหมาย 40% ในปีแรกของการเปิดให้บริการแล้ว

เช่นเดียวกับในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 4-7 กันยายนที่ผ่านมา โรงแรมมีอัตราการจองห้องพักล่วงหน้ากว่า 90% สอดคล้องกับการเข้าพักในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่สูงกว่า 80% และเชื่อว่าจะค่อย ๆ มีอัตราการเข้าพักสูงขึ้นเป็นลำดับ

“อัษฎางค์” บอกว่า เดิมทีเครือเซ็นทาราวางเป้าหมายจะเก็บกลุ่มเป้าหมาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติในสัดส่วน 60 ต่อ 40 แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้โรงแรมจำเป็นที่จะต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวไทยเพียงตลาดเดียวไปก่อน แต่ด้วยขนาดโรงแรม 190 ห้องที่มีพื้นที่จัดกิจกรรมประชุมสัมมนาและอีเวนต์ จึงทำให้โรงแรมสามารถเปิดรับทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจและนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ที่เดินทางมาประชุมสัมมนาพร้อมท่องเที่ยว

“อัษฎางค์” ยังบอกอีกว่า ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19หลายปีสถานการณ์การประกอบการของโรงแรมในพื้นที่ชะอำค่อนข้างทรง ๆ มาโดยตลอด และก่อนที่จะเกิดแพนเดมิก 1 ปี พบว่าตลาดโดยรวมของตลาดชะอำมีแนวโน้มคึกคักขึ้นจากความต้องการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชะอำซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นที่รู้จักจึงได้รับอานิสงส์ไปด้วย ส่วนหลังจากแพนเดมิกนั้น ด้วยพื้นที่ชะอำ-หัวหินเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวระยะใกล้เดินทางง่ายและปลอดจากปัญหาการแพร่ระบาด จึงทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวฟื้นกลับมาเป็นโลเกชั่นแรก ๆ

“เรื่องดีมานด์เทียมที่หลายคนกังวล เราไม่ได้เป็นห่วงมากนัก เพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ตามคนไทยยังคงต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ”

ผู้จัดการทั่วไปของเซ็นทราฯยอมรับว่าในอนาคตการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพในพื้นที่ชะอำ-หัวหินจะทวีขึ้นไปพร้อม ๆ กับความพยายามในการรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อประคองตัวให้ผ่านช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเพียงตลาดไทยไปได้

ทั้งนี้ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ขนาด 190 ห้อง ตั้งแต่ห้องขนาด 26 ตารางเมตรไปจนถึง 56 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย ห้องซูพีเรียร์วิวสวน 60 ห้อง ห้องเดอลุกซ์116 ห้อง ห้องสำหรับครอบครัว4 ห้อง และห้องเอ็กเซ็กคิวทีฟสวีต 10 ห้อง เน้นตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า น้ำเงินเข้ม และสีแทนให้เข้ากับบรรยากาศของชายหาดท่ามกลางธรรมชาติบริเวณรอบรีสอร์ต พร้อมสระว่ายน้ำ 2 สระ และเครื่องเล่น รวมถึงห้องพักแบบติดสระว่ายน้ำ

พร้อมกันนั้นยังมีห้องสัมมนาจัดเลี้ยงรวม 3 ห้อง สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 300 คน และยังมีห้องอาหารให้บริการ 2 แห่ง ได้แก่ ห้องอาหารเพิร์ล เสนออาหารนานาชาติแบบฟิวชั่น และห้องอาหารแซนด์ ห้องอาหารและบาร์ติดหาด เสนออาหารทะเลสดและรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม พร้อมสตาร์บาร์บนชั้นดาดฟ้าของรีสอร์ต

โดย “เซ็นทราฯ” นับเป็นโรงแรมแห่งที่ 7 ของแบรนด์เซ็นทรา ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ตในเครือที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 42 แห่งทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ไทย มัลดีฟส์ศรีลังกา เวียดนาม ลาว เมียนมา จีน ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกหลายแห่งรวมแล้วโรงแรมภายใต้การบริหารงานมีทั้งสิ้นกว่า 81 แห่งทั่วโลก

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/tourism/news-520568

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *