Sat. Sep 21st, 2019
แอพพลิเคชันแห่งชาติ ‘TAGTHAI’ ตัวช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยวยุคดิสรัปต์

แอพพลิเคชันแห่งชาติ ‘TAGTHAI’ ตัวช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยวยุคดิสรัปต์

ในที่สุดโครงการจัดทำแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ (Digital Tourism Platform) ที่ดำเนินการโดย บริษัทไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ภายใต้ แอพพลิเคชัน ในชื่อ “ทักทาย” (TAGTHAI) วางไทม์ไลน์เปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้

เพื่อทำให้แอพพลิเคชันนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) วางแผนและจองเที่ยวไทยได้และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย

วันสต็อปเซอร์วิสเที่ยวไทย

การให้บริการของแอพ พลิเคชันนี้ ประกอบไปด้วย 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวของไทย
2. การให้บริการในลักษณะมาร์เก็ตเพลส อย่างการจองโรงแรม, สายการบิน, ทัวร์อินบาวด์และทัวร์เที่ยวในประเทศ, ภัตตาคารและที่พักผ่อนหย่อนใจ, รถเช่า และการขนส่งทางรถและเรือ และ

3. การให้บริการด้าน SOS ที่จะเป็นการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือปัญหาความไม่ปลอดภัยต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เผยว่า แอพพลิเคชันนี้ ได้รับการสนับสนุนงบลงทุนจากธนาคารกสิกรไทย 30-50 ล้านบาท เพื่อให้ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) พัฒนาแอพพลิเคชันนี้ให้เกิดขึ้น เพราะไหนๆ ธนาคารกสิกรไทย ก็ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ในการให้บริการระบบชำระเงินในโครงการอี-วีซ่าของกต.อยู่แล้ว การพัฒนาแอพทักทายขึ้นมา ก็จะเป็นอีกช่องทางที่จะเชื่อมเรื่องอี-วีซ่า ไว้ในแอพนี้ในอนาคต
เนื่องจากแอพพลิเคชัน ทักทาย จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทุกภาคส่วน และเชื่อมโยงกับภาคการเงิน ซึ่งมีสมาคมธนาคารไทยร่วมอยู่ในขณะทำงาน เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการชำระเงินได้สะดวก ในลักษณะวัน สต็อป เซอร์วิส ด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยมีทีมงานจากหอการค้าไทยเป็นแกนหลักในการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน

ดีเดย์เปิดตัวตุลาคมนี้

โครงการนี้ไม่ได้หวังกำไร แต่มองว่าเป็นประโยชน์แก่การท่องเที่ยวของประเทศ และบริษัทอยู่ระหว่างขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ทั้งนี้การพัฒนาแอพพลิเคชันนี้จะเปิดตัวได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งในส่วนของมาร์เก็ตเพลส จะเริ่มต้นจากการจองโรงแรมก่อน เพราะมีความพร้อมสูงสุด และขณะนี้สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กำลังเปิดรับสมัครโรงแรมที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการอยู่ จากนั้นจะทยอยเปิดตัวการให้บริการมาร์เก็ตเพลสในส่วนของบริการอื่นๆ ต่อไป

รายได้หลักของแอพพลิเคชันทักทาย จะมาจากค่าคอมมิสชันในการจองสินค้าและบริการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เสนอผ่านทางมาร์เก็ต เพลส รวมถึงค่าโฆษณาที่จะเกิดขึ้นในแอพนี้ ซึ่งประเมินว่าทั้งโครงการน่าจะใช้เม็ดเงินกว่า 70 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการให้เกิดความสมบูรณ์

กลุ่มเป้าหมายที่จะใช้บริการแอพ มองทั้งไทยและต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะโฟกัสที่จีน และอาเซียนก่อน ซึ่งจะออกมาทั้งหมด 3 ภาษา คือ ไทย จีน และอังกฤษ เน้นการประชาสัมพันธ์แอพนี้ไปทั่วโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกว่า 49 หน่วยงาน

คอมพ์ 12% ตํ่ากว่า OTA ข้ามชาติ

นางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ทีเอชเอ อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเชิญชวนให้โรงแรมต่างๆ ที่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เข้าร่วมการขายห้องพักผ่านแอพพลิเคชัน “ทักทาย” (TAGTHAI) ที่จะมีการเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2562

แพลตฟอร์มนี้เป็นประโยชน์แก่ธุรกิจโรงแรม ในการประชา สัมพันธ์โรงแรมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยังเป็นแอพพลิเคชันเดียวที่รับเฉพาะโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรมเท่านั้นที่จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ

ทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าคอมมิสชันในการขายห้องพักผ่านระบบนี้ในอัตราที่ตํ่ากว่า ออนไลน์ทราเวลเอเยนต์ (OTA) ข้ามชาติ โดยโรงแรมที่เป็นสมาชิกของทีเอชเออยู่ที่ 12% และโรงแรมที่ไม่เป็นสมาชิกอยู่ที่ 15% ที่จะเป็น ทางเลือกของผู้ประกอบการโรงแรม ที่จะช่วยลดต้นทุนในการขายห้องพักผ่านระบบออนไลน์ โดยเสียค่าคอมมิสชันที่ตํ่ากว่าการขายห้องพักผ่านออนไลน์ทราเวล (OTA) ที่ในทุกบุ๊กกิ้งจะเสียค่าคอม มิสชัน อยู่ที่ 20-30% ต่อบุ๊กกิ้ง

ดึง 1 หมื่นโรงแรมขายผ่านแอพ

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนขายที่ห้อง TAGTHAI โรงแรมจะต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อน เพื่อทำการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยโรงแรมที่ทำสัญญาจะต้องยินยอมให้ทีเอชเอ-OTA เป็นตัวแทนการขายห้องพักให้กับโรงแรม ซึ่งโรงแรมจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบจัดการห้องพักและราคา ทั้งนี้โรงแรมสามารถอัพเดตราคาห้องพัก จำนวนห้องว่าง สิ่งอำนวยความสะดวก และข้อมูลอื่นๆ และตั้งค่าให้ที่พักออนไลน์เมื่อพร้อม

“เราตั้งเป้าหมายดึงโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องราวกว่า 1 หมื่นแห่ง รวมห้องพักราว 3 แสนห้องทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ แต่ในช่วงแรกของการเปิดรับสมัครน่าจะอยู่ที่ราวกว่า 200-300 โรงแรม ซึ่งการขายที่พักผ่านแอพพลิเคชันทักทาย ไม่ใช่เป็นการไปขายแข่งกับ OTA ข้ามชาติ เพราะด้วยเครือข่ายที่เขามีทั่วโลก คงไปสู้เขาไม่ได้ หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่เอง ก็เลือกที่จะใช้ OTA ข้ามชาติ เพราะมองว่าคุ้มกับการลงทุน แต่การทำแอพนี้ขึ้นมา ก็จะทำให้ผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีในไทย มีโอกาสเพิ่มการขายในช่องทางดิจิตอล” เนื่องจากธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี จะมีกำลังในการจ่ายค่าคอมมิสชันได้ เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะเดียวกันก็อยากสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายภายในแอพนี้เพิ่มขึ้น เพราะด้วยความเป็นแอพของไทย ก็จะทำให้ประเทศมีรายได้ ต่างจากการจองผ่าน OTA ข้ามชาติที่ไทยไม่ได้ภาษีหรือรายได้อะไรจากการทำบุ๊กกิ้งที่เกิดขึ้น” นางศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thansettakij.com
www.thansettakij.com/content/407653