Sun. Nov 27th, 2022
Expect The Unexpected

Expect The Unexpected! โรงแรมในยุคนักท่องเที่ยว ‘สร้างคอนเทนต์’

ผู้ประกอบการโรงแรมต้องปรับตัวอย่างไรในยุคนักท่องเที่ยวขยัน ‘สร้างคอนเทนต์’ สุดครีเอตบนโลกโซเชียล เมื่อเจอประสบการณ์เดินทางสุดประทับใจ เกินความคาดหวัง หลังได้ออกเที่ยวสมการรอคอย จากที่นับถอยหลังกันมาเนิ่นนาน กระทั่งถึงวันที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

‘Expect The Unexpected’ ได้กลายเป็นแนวทางการพัฒนาโรงแรมที่ต้องยึดไว้ให้มั่น ทุกสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ต้องเปี่ยมไปด้วยความแปลกใหม่ ชวนให้ร้องว้าวกว่าการท่องเที่ยวครั้งไหน ๆ เพราะทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวควักเงินในกระเป๋าจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ รู้สึก ‘เกินคุ้ม’ ปลื้มปริ่มหัวใจ โรงแรมของคุณจะได้รับสิทธิ์นั้น… สิทธิ์ในการโลดแล่นบนคอนเทนต์ของนักท่องเที่ยว!

กรณีศึกษาที่เราขอหยิบยกมาเล่า ตัวอย่างแรก คือ โรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร โรงแรมใหม่ขนาด 155 ห้องพัก บนอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์คใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีความสูง 78 ชั้น มีห้องพักตั้งแต่ขนาด 40 ตารางเมตรจนถึงห้องเพนต์เฮาส์อันโอ่โถงขนาด 144 ตารางเมตร รวมห้องอาหาร 6 ห้อง บนชั้น 1-18 กับชั้น 76 และชั้น 78 โอบล้อมไปด้วยวิวเมืองกรุงเทพฯ ชวนหลงใหลยามค่ำคืน

โรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร ถือเป็นโรงแรมระดับแฟลกชิป (Flagship Hotel) ในภูมิภาคเอเชียของแบรนด์ เดอะ สแตนดาร์ด ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์โฮเทล ภายใต้การบริหารของเชนโรงแรม ‘สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชันแนล’  โดดเด่นตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้ามา คาแรกเตอร์จัดจ้าน ชัดเจนเรื่องการเล่นกับสีสัน แฟชั่น งานดีไซน์ และงานศิลปะที่ซุกซ่อนทั่วโรงแรมอย่างสนุกสนาน

ชั้นล่างสุดจุด Drop Off ของโรงแรมเหมือนหน้าบ้านต้อนรับแขกอย่างเป็นมิตร คุมโทนโถงใหญ่ด้วยสีหลักเขียวหางนกยูงเย็นตา ตัดกับเฟอร์นิเจอร์โคมไฟหวายสีเหลืองอ่อน และงานปั้นรูปริมฝีปากสีแดงเข้มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรม มีบันไดเชื่อมขึ้นไปยังอีกชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร ‘Mott 32 Bangkok’ ตำนานความอร่อยส่งตรงจากฮ่องกง

เมื่อขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 ของโรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อกฯ พบกับช่องทางเดินสีเหลืองขับพลังงานความสดใส ตรงไปยังโซนล็อบบี้ ตื่นตาตื่นใจกับสไตล์การออกแบบ Mid-Century Modern เต็มไปด้วยสีสันชวนตื่นตาตื่นใจ ถัดมาในชั้นเดียวกันเป็นห้อง ‘The Parlor’ อัดแน่นด้วยฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร Co-Working Space และบูธดีใจไซส์ใหญ่สีเขียวชอุ่มตา ถ้าเป็นช่วงกลางคืนก็เหมาะกับการมานั่งปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ส่วนอีกฝั่งเป็นห้องดื่มชา ‘Tease’ สำหรับเสิร์ฟ Afternoon Tea ถูกออกแบบในสไตล์กราฟฟิก โดยนำรูปทรงเรขาคณิตมาคุมโทนด้วยสีขาวดำ

จากนั้นลุยกันต่อที่ชั้น 5 เป็นชั้นห้องอาหารหลักของโรงแรม ‘The Standard Grill’ สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันที่มีแม่แบบมาจาก The Standard, High Line ที่นิวยอร์ก ตกแต่งด้วยการผสมผสานความโค้งมน ดูแล้วคลาสสิก

ส่วนชั้น 6 มีสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะแขกโรงแรมและสมาชิกของเดอะ สแตนดาร์ด ยิม เท่านั้น ส่วนของสระว่ายน้ำคงคอนเซ็ปต์ความโค้งมน ตกแต่งด้วยร่มริมสระสีเหลืองตัดขาว ขับบรรยากาศให้ดูสดใสยามลงเล่นน้ำ อาบแดด เหม่อมองท้องฟ้า

ส่วนบนชั้น 76 ห้องอาหาร ‘Ojo’ เป็นห้องอาหารเม็กซิกัน ตกแต่งในสไตล์เรโทรผสานกับความหรูหราโมเดิร์น และเมื่อขึ้นไปที่ชั้น 78 รูฟท็อปบาร์สูงที่สุดในประเทศไทยระดับไอคอนิก ‘Sky Beach’ ดื่มด่ำกับวิวเมือง 360 องศา เหมาะกับการถ่ายรูปโพสต์บนโซเชียลมีเดียสุด ๆ

ด้านโรงแรมระดับแฟลกชิปอีกแห่งที่เพิ่งเปิดตัวเช่นกันอย่าง โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ตั้งอยู่ใจกลางย่านพัทยาเหนือ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่พร้อมจับกลุ่มนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบ โรงแรมธีมอวกาศแห่งแรกในประเทศไทย รวมความเป็นที่สุดแห่งแรกของพัทยา ทั้งสวนน้ำอวกาศขนาดใหญ่ที่สุด และออนเซ็นโรงแรมวิวทะเลแห่งแรกของประเทศไทย

คุณบุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์และพื้นที่สวนน้ำ บอกว่า โรงแรมแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 80,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบภูมิทัศน์ในแนวคิดโลกอวกาศ ในช่วงเวลากลางคืนจะมี Lighting Show ที่ออกแบบให้มีแสงสีที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้เคียงกับโลกอวกาศ พร้อมทั้งดึงดูดให้ผู้คนที่ได้พบเห็นอยากมาเยือน

คุณปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม เล่าว่า จุดเด่นที่สำคัญของโรงแรม คือ แนวความคิดหลักซึ่งนำไปสู่การออกแบบการเดินทางท่องโลกอวกาศที่ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสในทุกส่วนของโรงแรม โดยมุมมองของผังหลังคาอาคารจากด้านบนและมุมมองจากรูปด้านหน้าอาคารได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงเหมือนกระสวยอวกาศ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกล

รวมถึงโฉมหน้าของอาคารภายนอกที่มีการหุ้มด้วยวัสดุผิวที่เป็นโลหะเคลื่อนไหวได้ตามแรงลมและการใช้เส้นโค้งวนโดยรอบ สะท้อนถึงความทันสมัย สัญลักษณ์ของการมุ่งหน้าไปสู่อนาคต เสมือนได้ขึ้นยานอวกาศไปสู่มิติใหม่ เช่นเดียวกับห้องพักที่เป็นความท้าทายของทีมงานกับซิกเนเจอร์ของโรงแรม ซึ่งทุกห้องจะสามารถเห็นวิวท้องฟ้า ทะเล และดวงดาวได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกห้องได้มีความสุข ผ่อนคลายกับภูมิทัศน์

คุณธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลาง เล่าเสริมว่า แรงบันดาลใจการออกแบบตกแต่งภายในเป็นไปตามคอนเซ็ปต์การเดินทางท่องโลกอวกาศ ซึ่งถูกเนรมิตตั้งแต่ก้าวเข้าห้องพัก และยังสามารถนอนมองดูดวงดาวที่ส่องระยิบระยับจากการประดับประดาด้วยกลุ่มดวงดาวบนเพดาน ประกอบกับแผงวงจรไฟเบอร์ออฟติกที่เจาะเป็นรูสีฟ้าขาววิบวับ ร่วมกับแสงออโรร่าบนหัวเตียงที่ให้ผู้เข้าพักได้รู้สึกผ่อนคลายตลอดค่ำคืน

โดยห้องพัก Space Rooms & Suites ตกแต่งเหมือนพักบนยานอวกาศพร้อมแสงออโรร่าและดวงดาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม จำนวน 490 ห้อง ขนาดเริ่มต้น 45-133 ตารางเมตร พร้อมระเบียงส่วนตัววิวทะเลพัทยาทุกห้องพัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ขณะที่สวนน้ำ Space Water Park สวนน้ำขนาดยักษ์แห่งแรกในไทย ที่มีขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ Mountain Zone ถ้ำน้ำตกพร้อมกับกระแสน้ำวน Flying Rock Zone โซนผจญภัยแห่งความฝันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีสไลด์เดอร์ยักษ์ขนาดความสูง 5 และ 8 เมตร Space Pirate Beach Zone ชายหาดจำลองที่มาพร้อมกับเกลียวคลื่นและเรือโจรสลัดอวกาศ และ Planet Zone โซนแห่งครอบครัวที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีทั้งสระน้ำสำหรับเด็ก และมินิกอล์ฟ

เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่อัดล้นไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส และ ‘สร้างคอนเทนต์’ กันอย่างแน่นอน!

 ขอบคุณภาพโดย jcomp on Freepik

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *