Thu. Oct 18th, 2018
5 เทรนด์อาหาร-เครื่องดื่มปี 2013

5 เทรนด์อาหาร-เครื่องดื่มปี 2013

เทรนด์หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมคงจะหนีไม่พ้น เรื่อง “อาหารและเครื่องดื่ม” ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยก็มีตัวเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้ตื่นตาตื่นใจมาต่อเนื่อง ทั้งนี้ อาจแบ่งออกเป็น 5 เทรนด์ในแง่การสื่อสารการตลาดและธุรกิจดังนี้

  1. ความสดใหม่จริงของส่วนผสมจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภค สินค้าหลายตัวจะมีส่วนผสมจากธรรมชาติหน้าใหม่กันมากยิ่งขึ้น เมื่อดูจากกระแสทั่วโลกแล้ว ผู้บริโภคล้วนมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาสร้างสีสันกับชีวิตที่วุ่นวายในสังคมเมือง บวกกับกระแสการรักษาสุขภาพแบบอิงธรรมชาติที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งสื่อสารถึงคุณประโยชน์ของส่วนผสมของพืช ผัก ผลไม้เป็นหลัก
  2. ปีของเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ด้านประสาทสัมผัส ในแง่ประสาทสัมผัสจะได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่อง “กลิ่น” ที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะช่วยผ่อนคลายในชีวิตประจำวัน อีกกระแสที่มาแรงคือ การผสมผสานของเครื่องดื่มหลากหลายตระกูล เพื่อรสชาติและกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เช่น กลุ่มชา มีการพัฒนากลิ่นใหม่ๆที่น่าสนใจขึ้น น้ำอัดลมที่ผสมกลิ่นจากผลไม้สด รวมไปถึงน้ำผลไม้และสมุนไพรที่มีกลิ่นเฉพาะ เช่น เบอรรี่ ทับทิม ตะไคร้
  3. ดีต่อเราและดีต่อโลก ในยุคที่การใส่ใจสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องประจำวันมากขึ้น โจทย์หนึ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลกตั้งคำถาม คือกว่าจะมาถึงมือพวกเขานั้นสินค้าผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง ที่สำคัญดีต่อสุขภาพไหมและมีผลดีต่อโลกที่เราอยู่อย่างไร ในแง่การสื่อสาร เรื่องของความเป็นตัวตนและทัศนคติของแบรนด์จะต้องมีการเน้นชัดในจุดยืนหลักๆมากขึ้น เช่น แบรนด์และบริษัทมีจุดยืนอย่างไรกับการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น “ตัวเชื่อม” ใหม่เพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคให้ใกล้ชิดได้มากขึ้น ผ่านจุดร่วมของประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
  4. เต็มที่กับการผสมผสานระหว่างศิลปะและอาหาร ประสบการณ์ใหม่ที่น่าจับตามอง คือ ความเป็นแฟชั่นของอาหาร ปีหน้าเราจะได้เห็นการผสมผสานทั้ง ในแง่ของวัฒนธรรมในเมนูอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีในแง่การออกแบบอาหารแบบอิงความเป็นสถาปัตยกรรม จะมีการใช้ดอกไม้ ลวดลาย และสีสันใหม่ๆ และที่สำคัญคือการรวมตัวทางธุรกิจระหว่างโลกแฟชั่นและโลกอาหาร ในยุคที่อาหารและเครื่องดื่มมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น
  5. ออกแบบเฉพาะสำหรับคนแพ้ เทรนด์น้องใหม่ที่มาแรงไม่น้อยคือ อาหารและเครื่องดื่มสำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารหมวดหลักๆ เช่น นม แลกโตส กลูเทน ไข่ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง และอาหารทะเล ซึ่งพบได้มากโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ จะเห็นถึงการบอกส่วนผสมแบบมีรายละเอียดสำหรับคนที่อาการแพ้มากขึ้น ในแง่ของการทำตราสินค้าก็จะมีความชัดเจนมากขึ้นเช่นกัน สินค้าที่เราไม่น่าเชื่อว่าจะมีก็จะถูกสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์คนแพ้อาหาร เช่น ไอศกรีมที่ไม่ทำจากนม หรือของหวานที่ไม่มีส่วนผสมของนมและไข่

วัฒนธรรมของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ในยุคที่เราอยู่ในสังคมเมืองที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก เทรนด์ของความเป็นเมือง Metropolitan จะเป็นสิ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนในปีหน้าแน่นอนคะ