เอ็น.ซี.ซี.ฯ หนุนไทย ขยับขึ้นผู้นำตลาด “ไมซ์เอเชีย”



หากพูดถึงตลาดงานประชุม สัมมนาในประเทศไทย ส่วนใหญ่มักจะนึกถึง “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” เพราะศูนย์ประชุมแห่งนี้เป็นสถานที่รองรับการจัดประชุม สัมมนา รวมถึงจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ แห่งแรกของไทย ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2534

กระทั่งล่าสุด “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ได้เดินทางมาถึงจุดที่ต้องปิดกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ในปลายปี 2561 นี้ หลังจากที่ได้ต่อสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ไปเรียบร้อยแล้ว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถึงทิศทางของตลาดประชุม สัมมนา เป้าหมายของการดำเนินงาน รวมถึงแผนธุรกิจสำหรับรองรับในช่วงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ในปีหน้า

ดันไทยขึ้นฮับไมซ์เอเชีย

“ศักดิ์ชัย” เริ่มต้นให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับตลาดไมซ์ หรืองานประชุม สัมมนาในประเทศไทย ขณะนี้มองแยกเป็น 2 ส่วนคือ ภาครัฐบาลและผู้ประกอบการ โดยในส่วนของภาครัฐนั้นต้องมองว่า จะทำอย่างไรให้ภาครัฐหันมาโฟกัสตลาดไมซ์มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ได้เข้ามามีบทบาทและช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยได้อย่างมากในส่วนของผู้ประกอบการ หรือภาคเอกชน ก็ต้องมองว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีจำนวนงานอีเวนต์ที่มากขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย “เอเชีย ฮับ” หรือศูนย์กลางธุรกิจไมซ์ของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งก่อนหน้านี้สิงคโปร์ครองตำแหน่งนี้อยู่

โดยประเทศไทยต้องมองและใช้ข้อได้เปรียบในเรื่องของโลเกชั่นที่ตั้งอยู่กลางของประเทศในกลุ่ม CLMV ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของประเทศในกลุ่มนี้ หรือ CLMV Hub เพื่อขยับไปสู่ผู้นำในภูมิภาคเอเชียต่อไป

ดังนั้นในฐานะผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำปลุกปั้นตลาดไมซ์มายาวนาน จึงมองว่าเราต้องช่วยกันสร้างประเทศไทยให้มีความแข็งแรง และเป็นมาร์เก็ตเพลซ และมีเป้าหมายในการดึงงานประชุมสัมมนาและอีเวนต์ขนาดใหญ่เข้ามาจัดในเมืองไทยให้ได้มากขึ้น เพื่อสะท้อนให้ทั้งภูมิภาคเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดงานขนาดใหญ่ได้ โดยเฉพาะงานที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล

ผนึกพันธมิตรดึงงานอินเตอร์

“ศักดิ์ชัย” บอกด้วยว่า ในส่วนของสถานที่จัดงานนั้นก็ต้องช่วยกันสร้างแบรนดิ้งว่า ประเทศไทยมีสถานที่จัดงานที่ได้รับมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20121 : Event Sustainability Management System มาตรฐานในระบบการจัดการ เช่น ISO 50001 มาตรฐานการจัดการด้านพลังงาน หรือ มอก. 22300 มาตรฐานระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

สำหรับเอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ นั้น “ศักดิ์ชัย” บอกว่า นอกจากความมุ่งมั่นในการยกระดับและสร้างมาตรฐานให้อยู่ในระดับสากลแล้ว บริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับการทำงานกับพันธมิตร หรือ business partner อย่างจริงจังและแข็งแรงขึ้น เพื่อยกระดับกิจกรรมและงานประชุมสัมมนาต่าง ๆ ให้มีความเป็นอินเตอร์มากขึ้น

“เราเริ่มทำงานกับพาร์ตเนอร์มาตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ด้วยการร่วมกับพันธมิตรกับบริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นฯ จากเนเธอแลนด์ จัดงานปศุสัตว์โลก ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันงานดังกล่าวนี้เป็นงานประชุมเชิงวิชาการที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง และยังได้พยายามดึงงานที่วีเอ็นยูฯ จัดในยุโรปมาจัดในเอเชียมากขึ้นด้วย หรือล่าสุดได้จับมือกับบริษัทเมดเล่ย์ ในเยอรมนี จัดงานแสดงจักรยาน Asia Bike ในปี 2019 ซึ่งจะเป็นงานที่ยกระดับจากที่เราได้จัดงานบางกอกไบก์มาหลายปี” ศักดิ์ชัยย้ำ

นอกจากนี้ยังมีพาร์ตเนอร์ที่เป็นหน่วยงานในประเทศที่ทำงานร่วมกันอีกจำนวนหนึ่งด้วย อาทิ จับมือสมาคมอ้อยและน้ำตาล จัดงานอ้อยและน้ำตาลโลก รวมถึงกำลังเจรจากับสมาคมวิศวกรรม สมาคมด้านการแพทย์ เพื่อดึงงานที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาจัดในประเทศไทยให้มากขึ้น

เตรียมแผนรับปิดศูนย์สิริกิติ์

ต่อคำถามที่ว่าปลายปีหน้านี้ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มีแผนที่จะต้องปิดเพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ ทาง เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ฯ มีแผนรับมือในเชิงธุรกิจอย่างไรบ้าง เพื่อรักษาให้ธุรกิจในภาพรวมยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง “ศักดิ์ชัย” บอกว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะต้องปิดปรับปรุงในช่วงปลายปี 2561 เป็นต้นไป (ใช้เวลาก่อสร้างใหม่ราว 3 ปี) ซึ่งแน่นอนว่าอาจส่งผลกระทบในเชิงรายได้ของบริษัท

โดยที่ผ่านมาบริษัทก็มีนโยบายให้บริษัทในเครือทั้งหมดมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรองรับการให้บริการอย่างครบวงจรแก่ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงาน และอำนวยความสะดวกในด้านประสานงานจัดการประชุมและนิทรรศการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้กับลูกค้า อาทิ เอฟ แอนด์ บี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอย่างครบวงจรสำหรับจัดเลี้ยงงานประชุมและนิทรรศการ รวมทั้งบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อิมเมจ ให้บริการออกแบบและก่อสร้างคูหาสำหรับงานแสดงสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ หรือนีโอ ให้บริการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการแก่ลูกค้าและผู้จัดงาน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทในเครือเหล่านี้มีความแข็งแรงในเชิงธุรกิจอยู่แล้ว

และในส่วนของ เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ฯ ซึ่งปัจจุบันรับบริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าบริหารศูนย์ประชุมในต่างจังหวัดบางส่วน เพื่อมาชดเชยรายได้จากการปิดปรับปรุงของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ศูนย์สิริกิติ์โฉมใหม่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า

อย่างไรก็ตาม สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้นในแผนใหม่นี้จะมีสัญญาเช่า 50 ปี และปรับปรุงการก่อสร้างโดยดัดแปลงอาคารศูนย์ประชุมเดิมให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น จากประมาณ 20,000 ตารางเมตร เป็น 70,000 ตารางเมตร

นั่นหมายความว่า หากศูนย์ประชุมแห่งนี้เสร็จเรียบร้อยจะทำให้มีศักยภาพในการรองรับงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 3 เท่าจากของเดิม ที่สำคัญจะมีความทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจประชุม สัมมนา และจัดนิทรรศการของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 7 ธันวาคม 2560

www.prachachat.net/tourism/news-84526

Comment Box