Sat. Sep 21st, 2019
เจาะเทรนด์ใหม่ คู่รักขาเที่ยวแดนมังกรปี 2019

เจาะเทรนด์ใหม่ คู่รักขาเที่ยวแดนมังกรปี 2019

ด้วยขนาดประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยขนาดกว่า 13,460 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นรองแค่สหรัฐอเมริกา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่า 6% ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคง ‘ความเนื้อหอม’ เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกือบทุกประเทศ และเมื่อดูคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวขาออกชาวจีน พบว่ามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

เจาะเทรนด์ใหม่ คู่รักขาเที่ยวแดนมังกรปี 2019

ย้อนไปเมื่อปี 2014 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปต่างประเทศรวม 107 ล้านคน เติบโต 19.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนแล้ว เพิ่มขึ้นในปี 2015 เป็น 117 ล้านคน เติบโต 9.3% ส่วนปี 2016 อยู่ที่ 122 ล้านคน เติบโต 4.3% หนุนแรงส่งมาถึงปี 2017 อยู่ที่ 130 ล้านคน เติบโต 6.5% แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ 104 ล้านคน เติบโต 4% ขณะที่ตลาดระยะไกล 26 ล้านคน เติบโตถึง 18.2% เป็นการขยายตัวในระดับตัวเลข 2 หลักต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวจีนสนใจเดินทางไปเที่ยวนอกทวีป เช่น ยุโรป อเมริกา รวมถึงมองหาความแปลกใหม่จากสินค้าท่องเที่ยวในแถบแอฟริกามากขึ้น

ทั้งนี้ ยังมีคาดการณ์ด้วยว่าสิ้นปี 2018 จะมีนักท่องเที่ยวแดนมังกรตบเท้าไปเที่ยวต่างประเทศกว่า 160 ล้านคน เติบโตถึง 23% เลยทีเดียว ถือว่ายังมีโอกาสขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีจำนวนผู้ถือหนังสือเดินทางในสัดส่วนที่น้อยมากแค่ 7% เท่านั้น เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด ทำให้ยังมี ‘ช่องว่าง’ ในการเติบโตอยู่อีกมาก

จากรายงานของ Meadin Academy ระบุถึงการจัดอันดับ 10 เมืองแรกที่มีการส่งออกนักท่องเที่ยวจีนไปต่างประเทศมากที่สุดเมื่อปี 2018 ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กว่างโจว เฉิงตู ฉงชิ่ง หนานจิง อู่ฮั่น ซีอาน คุนหมิง และเซินเจิ้น ตามลำดับ

เมื่อเจาะเฉพาะเที่ยวบินจากสนามบินในประเทศจีน 41 แห่ง สู่สนามบินในไทย 10 แห่ง พบว่ามีมากกว่า 2,700 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็นกว่า 2 ล้านที่นั่งต่อเดือน ส่งผลให้ปี 2018 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 10.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 7% เมื่อเทียบกับ 9.8 ล้านคนของปีก่อน แม้จะมีช่วงหล่นไปยังแดนลบนาน 5 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคมถึงพฤศจิกายนในปีที่แล้ว อันเป็นผลกระทบจากอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต แต่ก็สามารถฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาจนถึงช่วงตรุษจีนที่กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

ภาคเอกชนท่องเที่ยวไทยจึงคาดการณ์ว่าในปี 2019 นี้มีแนวโน้มเห็นตัวเลขชาวจีนเที่ยวไทยเกิน 11 ล้านคนแน่นอน และมีสิทธิ์ทะลุถึง 12 ล้านคน นับเป็นสถิติใหม่ที่น่าลุ้นอย่างยิ่ง

เจาะเทรนด์ใหม่ คู่รักขาเที่ยวแดนมังกรปี 2019

รายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เทรนด์ของตลาดชาวจีนเที่ยวไทยในปัจจุบัน หันมาเดินทางแบบอิสระ (FIT) มากขึ้น จนทำให้โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวเปลี่ยน ปัจจุบันมี FIT อยู่ที่ 60% ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางเป็นหมู่คณะ (Group Tour) มีสัดส่วนอยู่ที่ 40% โดยเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรก 57% ขณะที่กลุ่มเดินทางซ้ำมี 43% และจากการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2017 พบว่านักท่องเที่ยวจีน กลุ่มที่มีอายุระหว่าง 25 – 34 ปี เป็นกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุดอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนกว่า 32% รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 35 – 44 ปี 19% และกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี 16% ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวจากจีนส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม ‘คนรุ่นใหม่’

ขณะที่ภาพรวมการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวของชาวจีนในไทย พบว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6,300 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายจากกลุ่มรายได้ปานกลางระหว่าง 20,000 – 60,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุดด้วยสัดส่วนมากกว่า 52% ใช้จ่ายเฉลี่ย 6,500 บาทต่อคนต่อวัน

ส่วนกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐต่อปีซึ่งครองสัดส่วนกว่า 40% นั้น ใช้จ่ายเฉลี่ย 5,900 บาทต่อคนต่อวัน ฟากกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเดินทางมาเที่ยวไทยแค่ 3% พบว่าใช้จ่ายสูงถึง 8,200 บาทต่อคนต่อวัน

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มที่น่าสนใจ ที่ธุรกิจโรงแรมควรร่วมแรงร่วมใจช่วยกันเจาะ คือ ‘กลุ่มคู่รัก’ และ ‘คู่แต่งงาน’ เพราะนอกจากจะมีขนาดใหญ่ ในแต่ละปีจะมีคู่แต่งงานเฉลี่ยถึง 10 ล้านคู่ต่อปี ส่วนใหญ่แต่งงานในช่วงอายุ 25 – 32 ปี มีความต้องการทริปฮันนีมูนมากถึง 66% นิยมไปฮันนีมูนทริปที่ต่างประเทศมากถึง 80% และเลือกเดินทางมาไทย 47% และยังมีศักยภาพสูงเรื่องการจับจ่ายอีกด้วย โดยใช้จ่ายในไทยกว่า 8 หมื่นบาทต่อทริป มากกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจีนทั่วไปซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.3 หมื่นบาทต่อทริป ขอแค่ให้บริการได้อย่างประทับใจและตรงโจทย์ความต้องการเป็นพอ

สำหรับนักท่องเที่ยวคู่ฮันนีมูนชาวจีนที่เป็นคนรุ่นใหม่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี มีพฤติกรรมสนใจเทรนด์ท่องเที่ยวเพื่อการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือ ‘ทริป ชูตติ้ง’ (Trip Shooting) ในสัดส่วน 22% เป็นรองจากกระแสการเดินทางตามรอยภาพยนตร์และซีรีส์ประเทศเกาหลีซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุด 33% กับการถ่ายภาพยนตร์สั้นสำหรับฉายในงานแต่งงาน 30%

หากลงลึกไปช่วงอายุ 20 – 24 ปีของคู่ฮันนีมูนชาวจีน ทริปชูตติ้งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักมาแรงจนสามารถคว้าแชมป์ ครองความนิยมได้มากถึง 60% ขณะที่อันดับ 2 ยังเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มถ่ายภาพ แต่เป็นการถ่ายภาพริมทาง หรือ สตรีทชูตติ้ง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20%

จากเทรนด์ความสนใจข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการโรงแรมที่มีโรงแรมอยู่แล้ว อาจต้องมองหามุมสวย ๆ ของโรงแรมมาพัฒนาหรือออกแบบเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ ติดหนึ่งในเฟรมชีวิตสำคัญที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคู่รักชาวจีนจะไม่มีวันลืม


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.10 No.55