Tue. Dec 1st, 2020

‘Green is The New Black’ ท่อง ‘นครปฐม’ เกาะเทรนด์เที่ยวสีเขียว!

นอกจากหาดทรายชายทะเลที่หัวหิน ชะอำ และพัทยาแล้ว หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทยหลังรัฐบาลประกาศคลายล็อคดาวน์ คือ ‘นครปฐม’ เพราะด้วยที่ตั้งในรัศมีติดกรุงเทพฯ ขับรถไปเยือนได้อย่างสะดวกแล้ว ยังได้อานิสงส์จากเทรนด์ ‘Green is The New Black’ ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวปูพรม ดึงดูดผู้คนให้มาฟอกปอด เสพบรรยากาศแมกไม้สีเขียวครึ้ม และสูดอากาศบริสุทธิ์

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในนครปฐม เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง ‘สวนสามพราน’ ซึ่งก่อตั้งมานานเกือบ 60 ปี ตั้งแต่ปี 2505 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 130 ไร่ บริเวณแม่น้ำท่าจีน อำเภอสามพราน นิยามตัวเองว่าเป็น ‘พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง’ ตั้งเป้าขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ความยั่งยืน พร้อมมอบประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ (Organic Tourism) เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาศึกษาดูงานและเข้าชมฟาร์ม

สำหรับโปรแกรมที่ผู้เขียนเข้าร่วม คือ ช่วงเช้านั่งเรือข้ามฟากไปยังฝั่งตรงข้ามโรงแรมสวนสามพราน โรสการ์เด้น ริเวอร์ไซด์ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาวิถีเกษตรอินทรีย์ มีวิทยากรเป็นผู้ดูแลสวนมาให้ความรู้อัดแน่น ตั้งแต่วิธีการปรุงดิน วิธีการเพาะกล้าในเปลือกไข่ วิธีการทำปุ๋ยหมักออร์แกนิกจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ฮอร์โมนผักตบชวา ฮอร์โมนหน่อกล้วย ช่วยเร่งการเจริญเติบโต และฮอร์โมนผลไม้สุก อาทิ กล้วย มะละกอ มะม่วง ฝรั่ง แตงไทย หรือฟักทอง ซึ่งจะช่วยเร่งดอกเร่งผล รวมถึงวิธีการทำสมุนไพรไล่แมลงซึ่งมีวัตถุดิบประกอบด้วยตะไคร้หอม ว่านน้ำ สะเดา บอระเพ็ด หรือ ข่าแก่ ช่วยขับไล่แมลงศัตรูพืชได้ดีไม่แพ้สารเคมี

จากนั้นวิทยากรก็ให้เราลงมือเก็บผักจากสวนเพื่อนำไปประกอบอาหารมื้อเที่ยงด้วยตัวเอง หลายคนหลากเมนู ต่างเด็ดผักตามต้องการซึ่งมีให้เลือกมากมาย เช่น กะเพรา โหระพา ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วพู กุยช่าย ผักสลัดก็มี โดยทางทีมงานสวนสามพรานจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องปรุงรสไว้พร้อมสรรพให้เหล่าเชฟจำเป็นได้แสดงฝีมือ จากที่ถ่อมตัวกันว่าทำอาหารไม่ค่อยเป็น กลายเป็นว่าหลายคนไม่ยอมห่างจากเตา สารพัดเมนูที่ช่วยกันทำมีทั้งผัดผักบุ้งไฟแดง ไข่เจียวใบกะเพรา ผัดมะเขือน้ำมันหอย และส้มตำ ถ้ากรรมการไม่มาห้ามว่ามีเวลาไม่มากนัก เชื่อว่าหลายคนคงเพลิดเพลินกับการรังสรรค์ความอร่อยในสไตล์ตัวเองกันไม่ยอมหยุดแน่นอน

พอเสร็จมื้อเที่ยง ที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง ทางวิทยากรของสวนสามพรานก็พาข้ามฝั่งกลับเพื่อเข้าชม ‘ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ’ แนะนำประวัติความเป็นมาของสวนสามพราน ครอบคลุมถึงแนวคิดการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีอินทรีย์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมให้เรา ๆ ได้ลองทำผ้ามัดย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ และสอนวิธีการผลิตสินค้าจากวัตถุดิบอินทรีย์ซึ่งทางสวนสามพรานได้เสนอขายเป็นสินค้าน่าสนใจอย่าง สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู และอื่น ๆ

เสร็จจากกิจกรรมเรามานั่งชิลที่ปฐม ออร์แกนิค คาเฟ่ ที่นี่ได้รับการออกแบบคล้ายเรือนกระจก โอบล้อมด้วยธรรมชาติต้นไม้และทุ่งหญ้าเขียวชวนมองไม่เบื่อ เป็นอีกจุดเช็กอินที่หลายคนแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูป และลิ้มรสเมนูชา กาแฟออร์แกนิก และขนมไทยหลากรส เราจึงลองชิมเมนูฟิวชั่นอย่าง ออร์แกนิก โคโคนัท วอเตอร์ คอฟฟี่ มีส่วนผสมระหว่างอเมริกาโนรสเข้มอมเปรี้ยวกับน้ำมะพร้าวออร์แกนิก เสิร์ฟพร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อน เข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากนั้น เราก็แวะชอปปิงอุดหนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ตลาดสุขใจภายในสวนสามพราน ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 9 ปี เป็นโมเดลที่ส่งเสริมให้เกษตรกรมาขายสินค้าด้วยตัวเอง ผู้บริโภคสามารถซื้อกับเจ้าของสวนได้โดยตรง หรือจะผูกปิ่นโตสั่งสินค้าออร์แกนิกแบบประจำก็ได้เช่นกัน

นครปฐม

ต่อด้วยการเช็กอินเข้าพักผ่อน นั่งมองวิวแม่น้ำท่าจีนจากมุมสูงของห้องพักโรงแรมสวนสามพรานฯ ริเวอร์ไซด์ เราก็ไปตะลุยกินมื้อค่ำกันต่อที่ร้านอ้อยหวาน แต่ก่อนจะถึงร้าน สามารถนั่งเรือชมบรรยากาศยามเย็นของแม่น้ำท่าจีนช่วงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำทอแสงสีส้มอมม่วงสวยบาดตา เห็นนักท่องเที่ยวก๊วนหนึ่งขี่เจ็ทสกีแล่นไปบนผิวน้ำ สวนกับเรือของเราอย่างสนุกสนาน เราใช้เวลากว่า 10 นาทีก็ขึ้นฝั่งที่ร้านอ้อยหวาน เพลิดเพลินกับเมนูอาหารไทยโบราณมากมาย เช่น ต้มยำกล้วย หมูกระชาย ส้มตำหลอด ของหวานอย่างบัวลอยมะพร้าวอ่อนก็เด็ดไม่แพ้กัน เนื้อแป้งนุ่มหนึบได้ใจ เคล้ารสหวานมันกำลังดีและกลิ่นหอมของกะทิ

หลังจากอิ่มหนำ เราก็เข้านอนที่โรงแรมฯ เพื่อเก็บแรง และตื่นมาในยามเช้าเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำท่าจีน ก่อนจะไปต่อกันที่ร้านคาเฟ่ชื่อดังอย่าง ‘ลิตเติล ทรี การ์เดน’ คาเฟ่ในสวนร่มรื่นสไตล์อังกฤษของ คุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนมือทอง ผู้เป็นเจ้าของและผู้ร่วมก่อตั้งคาเฟ่มีชื่อแห่งนี้

บรรยากาศของที่นี่ดีงามสมคำเล่าลือ มีมุมนั่งชิลให้เราได้เพลิดเพลินกับสีเขียวครึ้มของต้นไม้ทั้งไม้สูงและไม้ใบที่ทางเจ้าของจัดแลนด์สเคปอย่างดี ปล่อยให้เติบโตขึ้นสูงแข่งกันอย่างน่าชม เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจ อยู่ได้เป็นชั่วโมงไม่มีเบื่อ ล่าสุดทางร้านเปิดมุมใหม่ จัดที่นั่งให้ได้นั่งชิลใกล้ชิดกับป่าไผ่ ฟังเสียงใบไผ่เสียดสีกันยามต้องลม ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่นี่เป็นแบบโฮมเมดจัดเต็ม มีให้เลือกจำนวนมาก เราชอบทั้งช็อกโกแลตเย็น ชาลิ้นจี่กุหลาบ ทานคู่กับเค้กช็อกโกแลตแมคคาเดเมียก็เข้าที ส่วนอาหารคาวเราชอบแกงเขียวหวานกรุบกะลา เมี่ยงดอกไม้ และกุ้งพล่าตะลิงปลิง ส่วนขากลับสามารถแวะชอปปิงต้นไม้ไปดูแลต่อที่บ้านได้ โดยเฉพาะไม้ใบที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนี้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ที่ ร้านลิตเติล ทรี การ์เดน เท่านั้น ยังมีอีกหลายร้านให้ได้ลองเลือกหาต้นไม้ที่ถูกใจมากมาย ซึ่งว่ากันว่าสุดท้ายแล้วไม่ใช่คุณหรอกที่เลือกต้นไม้ แต่เป็นต้นไม้ต่างหากที่เลือกคุณ!

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *