Thu. Oct 18th, 2018
เที่ยว ‘เลย’ ไม่ต้องรอ

เที่ยว ‘เลย’ ไม่ต้องรอ

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ พ.ศ.2559 เป็นที่เรียบร้อย ดูเหมือนว่า‘อากาศหนาว’ จะเล่นตัว ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เกินไปจนน่าหมั่นไส้แต่ถึงอย่างไร ใครหลายคนก็เลือกแบกเป้เดินทาง มุ่งหน้าขึ้นดอยเที่ยวภูเขาแถบจังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน หวังซึมซับความหนาวเย็นบนยอดเขาให้ฉ่ำปอดโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ก่อนจะลงจากที่สูง ลงมาเผชิญความร้อนตัวจริงเสียงจริงไม่มีสแตนด์อินยังพื้นราบ

หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของการเที่ยวภูเขา ชวนให้ขึ้นไปปีนป่ายเหมือนลิงที่น่าสนใจในปีวอกนี้ ยังคงเป็น ‘จังหวัดเลย’ เตรียมกระเป๋า เต็นท์นอน และข้าวของเครื่องใช้ของคุณให้พร้อมตะลุยขึ้นภู ชื่นชมทะเลเขา สัมผัสทะเลหมอกในยามเช้า และดื่มด่ำพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็นให้ชุ่มหัวใจกันได้เลย

เพราะที่จังหวัดเลย มีจุดหมายให้เลือกปักหมุดกันมากมายทั้งที่ ‘ภูเรือ’ ผู้ครองสถิติหนาวเย็นที่สุดในประเทศไทยเมื่อขึ้นไปแล้วจะได้พบกับทิวทัศน์ทุ่งหญ้าป่าสนตลอดจนสวนหินธรรมชาติอันชวนประหลาดตา

‘ภูหลวง’ ต้นกำเนิดของแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเลย ปัจจุบันเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ที่นี่คุณจะได้สัมผัสป่าหลากหลายชนิดตามระดับความสูง ทั้งยังมีดอกไม้ป่าหลายร้อยพันธุ์ให้ชื่นชม ใครพิสมัยการเดินป่า รักการดูนกชมไม้ ห้ามพลาดภูหลวง ณ จุดๆ นี้

อีกจุดสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ‘ภูกระดึง’ จุดหมายขึ้นชื่อของคนชอบปีนป่ายและรักความท้าทาย กับระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ขึ้นไปบนยอด ใครยังไม่ได้เป็นผู้พิชิตภูกระดึง ขอให้ได้สัมผัสสุดยอดทริปนี้กันสักครั้ง แล้วคุณจะไม่มีวันลืมบทพิสูจน์ท้าทายสองเท้าและพลังใจ

นอกเหนือจากการเที่ยวชมทะเลภูเขาในช่วงหน้าหนาวแล้วอีเวนต์ใหญ่ช่วงหน้าฝน ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ เทศกาลงานบุญ ‘ผีตาโขน’ ใครที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ ยังไม่ได้ออกไปสัมผัสด้วยตัวเองเสียที ขอให้ปักหมุดปฏิทินช่วงเดือนมิถุนายนเอาไว้ได้เลย สำหรับเทศกาลงานบุญ ‘ผีตาโขน’ นั้น เป็นประเพณีการละเล่นพื้นบ้านอันโด่งดังของคนเมืองเลย ถือเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีที่รวบงานบุญ 2 งานใหญ่ไว้ในงานเดียว ได้แก่ งานบุญพระเวส (ฮิตเดือนสี่) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ถือได้ว่าได้รับอานิสงส์แรงกล้าบันดาลให้พบพระศรีอริยเมตไตรในชาติหน้า และงานบุญบั้งไฟ (ฮิตเดือนหก) จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล

ผีตาโขน

สำหรับที่มาของคำว่า ‘ผีตาโขน’ นั้น บ้างก็ว่าจะมาจากการที่ผีเหล่านี้สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของหัวโขน แต่เดิมคนเรียกว่า ‘ผีตาขน’ แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนคณะเข้าทรงว่า ‘ผีตามคน’ ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น ‘ผีตาโขน’

การเดินทางมาร่วมเทศกาลสุดคึกคักนี้ แนะนำให้เลือกที่พักแถวภูเรือ เพราะใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงโดยมาถึงวันก่อนที่จะมีการเดินขบวนแห่ผีตาโขน เพราะที่ ‘วัดโพนชัย’ ศูนย์รวมการจัดงานบุญใหญ่ มีกิจกรรมมากมายให้เลือกชม ทั้งเวทีใหญ่กลางวัด ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ จากโรงเรียนต่างๆ ได้มาแสดงความสามารถกันเป็นหมู่คณะเพื่อมัดใจกรรมการ เด็กๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างออกมาวาดลวดลาย แสดงฝีมือร้องเล่นเต้นรำฟ้อนเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างถิ่นอย่างยิ่ง ใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง สามารถเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก ทั้งเสื้อผ้า พวงกุญแจรวมถึงของกินอร่อยๆ ที่พ่อค้าแม่ขายนำมาให้เลือกสรร

หรือจะลองมาทำกิจกรรมสนุกๆ ที่ ‘พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย’ อาคารไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่ด้านหลังอุโบสถในวัดโพนชัยที่นี่เขาจัดให้มีเวิร์คช็อปทำหน้ากากผีตาโขน เก็บไว้เป็นของที่ระลึกด้วย เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์จะจัดเตรียมหน้ากากที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่และหวดนึ่งข้าวเหนียวขนาดเล็ก ให้ผู้สนใจได้ลองละเลงสีน้ำมันวาดสีสันลงบนหน้ากาก หากสนใจต้องโทร.ไปนัดหมายกันล่วงหน้า เพราะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าคิววาดหลายกลุ่มเหมือนกันในช่วงเทศกาลนี้

ขณะที่ ‘หน้ากากผีตาโขน’ ขนาดของจริงนั้น ทำมาจากหวดนึ่งข้าวเหนียวมาหักพับขึ้นให้มีลักษณะคล้ายหมวก จะปีกบานปีกแคบก็แล้วแต่อำเภอใจของคนทำ ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวถากเป็นรูปหน้ากากแล้วเจาะช่องตา จมูกทำจากไม้นุ่นซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาแกะเป็นรูปทรงยาวแหลมคล้ายงวงช้าง จากนั้น ลงสีน้ำมันหรือสีจากธรรมชาติตามลวดลายที่ได้ร่างไว้ แล้วเย็บเศษผ้าต่อกับหน้ากากและหวดให้คลุมส่วนคอจนถึงไหล

ช่วงเวลาสำคัญที่ใครหลายคนเฝ้ารอก็มาถึงในวันรุ่งขึ้น เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงถนนเส้นเล็กหน้าวัดโพนชัยตั้งแต่แปดโมงเช้า เพื่อเฝ้ารอชมขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียมรวมถึงคณะแสน นางแต่ง ผีตาโขน ขบวนเซิ้ง ที่ค่อยๆ เคลื่อนมายังวัดโพนชัย แนะนำให้หาจุดมั่นเหมาะในการยืนชมขบวนแห่หรือจะลองเดินไปตามทาง ชื่นชมบรรยากาศความสนุกสนานของสองฝั่งถนน เห็นเหล่าผีตาโขนบางส่วนเดินเท้าไปยังที่ตั้งขบวน นักท่องเที่ยวต่างดาหน้าเข้าไปขอแชะภาพคู่ราวกับซุปเปอร์สตาร์ กระทั่งถึงฤกษ์งามยามดี ปล่อยขบวนแห่ในช่วงเก้าโมง กองทัพ ‘ผีตาโขน’ มีทั้งผีรุ่นเล็กและผีรุ่นใหญ่ ต่างพาเหรดอวดลวดลายทั้งบนหน้ากากและการเต้นรำส่ายสะโพกด้วยท่าทางแสนซนปนทะลึ่ง เรียกเสียงฮาจากผู้ชมทั้งสองฟากฝั่งถนนได้เป็นอย่างดี

การออกแบบหน้ากาก ดูจะเป็นส่วนสำคัญที่ทุกคนงัดฝีไม้ลายมือมาประชันกันแบบชนิดไม่มีใครยอมใคร ขณะที่การแต่งกายของผีตาโขน ทำมาจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน มีหมากกะแหล่ง คล้ายกระดิ่งและกระพรวน หรือกระป๋องผูกติดกับบั้นเอวบ้าง หรือแขวนที่คอบ้าง เพื่อให้เกิดเสียงเวลาเดินขย่มตัว โยกย้ายส่ายเอวตามจังหวะเพลงพื้นบ้าน ในมือผีตาโขนทุกตัวจะมีอาวุธประจำกาย เป็นดาบหรือง้าวที่ทำจากไม้เนื้ออ่อน ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายและทาสีแดงตรงปลายให้เป็นที่ขบขัน และนี่คือขบวนความสนุกที่ขนมาแนะนำให้ได้ลองไปเที่ยวและสัมผัสกัน เพราะที่นี่ คือ ‘เลย’