Wed. Oct 17th, 2018
เที่ยวเมืองรอง สนุกไม่เป็นรองใคร @ตรัง

เที่ยวเมืองรอง สนุกไม่เป็นรองใคร @ตรัง

เทรนด์เที่ยวเมืองรองกำลังมาแรง หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โปรโมทการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างหนัก ผ่านแคมเปญ 12 เมืองต้องห้าม… พลาด ‘ตรัง’ เองก็เป็นหนึ่งใน 12 เมืองนั้น

จุดขายของตรังที่ถูกหยิบขึ้นมาชู คือ เรื่องอาหารผ่านชื่อ ‘ยุทธจักรความอร่อย’ เมนูเด็ดเลื่องชื่อหนีไม่พ้น ‘หมูย่าง’ อร่อยมากจนน้ำตาจะไหล หากมาถึงเมืองตรังตั้งแต่เช้า แนะนำให้เติมพลังที่ร้าน ‘พงษ์โอชา’ ตั้งอยู่บนถนนเพลินพิทักษ์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง ที่นี่มีติ่มซำให้เลือกไม่ซ้ำ รวมถึงเมนูอื่นๆ อย่างหมูย่างหอมๆ บะกุ๊ดเต๋ โรตี ปาท่องโก๋ ในสไตล์ที่แตกต่างจากที่อื่น จึงไม่แปลกใจเลยเมื่อเห็นคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะเวียนลิ้มรสอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ตั้งแต่ร้านเปิดตีห้ากระทั่งปิดตอนเที่ยงวัน เสร็จภารกิจมื้อเช้า ไม่มีคำว่าชักช้า พร้อมแล้วหรือยัง กับการมุ่งหน้าสู่ทะเลตรัง

จุดแรกที่จะพาไปเยือนนั้น คือ ‘เกาะกระดาน’ ความสวยงามของเกาะแห่งนี้อยู่ตรงที่ปะการังน้ำตื้น สวยและสมบูรณ์ที่สุดในทะเลตรัง รวมถึงจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ขึ้นและตก ไม่ว่ามาดูเมื่อไหร่รู้สึกจับใจทุกครั้ง แถมหาดทรายทอดยาวขาวสะอาดยังนุ่มทุกสัมผัส เอาเป็นว่าสวยจัดจนถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีวิวาห์ใต้สมุทร อีเวนต์ใหญ่ประจำปีของเมืองตรังกันเลยทีเดียว

อาหารเช้า เที่ยวตรัง

นอกเหนือจากเกาะกระดานแล้ว อีกจุดท่องเที่ยวทางทะเลที่ทุกคนห้ามพลาด โดยเฉพาะคนที่มาเที่ยวทะเลตรังครั้งแรก แหล่งท่องเที่ยวที่ว่านั้นคือ ‘ถ้ำมรกต’ นั่นเอง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของ ‘เกาะมุก’ ทางเข้าถ้ำมีลักษณะเป็นโขดผาสูงตระหง่าน เมื่อลงจากเรือ สวมชูชีพว่ายน้ำไปถึงปากถ้ำ ก็พบว่าทางเข้านั้นเป็นโพรงขนาดเล็ก พอให้ว่ายน้ำลอยคอเข้าไปได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น เส้นทางข้างในเกือบร้อยเมตรถึงปากถ้ำอีกฟากฝั่งนั้นคดเคี้ยวและมืดสนิท ต้องคอยว่ายเกาะกลุ่มกันให้ดีๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไฟฉายดวงเล็กส่องทางนำมาคาดรัดศีรษะไว้ ลอยคอเข้าไปยังไม่พ้นปากถ้ำดี หลายคนที่เพิ่งมาเที่ยวถ้ำมรกตครั้งแรกอาจสงสัยถึงที่มาของชื่อถ้ำว่ามันมรกตตรงไหน เอาอย่างนี้ ขอให้ลองหันไปมองตรงปากถ้ำทางเข้าอีกครั้ง ฉับนั้น ดวงตาทั้งสองข้างจะสัมผัสได้ถึงแสงแดดเจิดจ้า ลอดผ่านช่องโขดหินเข้ามากระทบกับน้ำทะเลสีสวยใส สะท้อนเป็นสีเขียวมรกตพรายระยับจับตา

เมื่อเสพความงามจนเจนแก่สายตา ก็ถึงเวลาตะลุยผ่านโพรงถ้ำ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แสงสว่างยังปลายอุโมงค์ถ้ำเผยให้เห็นชายหาดเล็กๆ รับเวิ้งน้ำครึ่งวงกลม ทรายผืนนุ่มตรงหน้าและแมกไม้รายล้อมที่สอดแทรกตามหินผา ชวนให้คนที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานอยากจะล้มตัวลงนอนอาบแดดเสียทั้งวันหลังจากพักผ่อนบนหาดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังถ้ำมรกตได้ไม่นาน ก็ได้เวลาถอนตัวจากตรงนั้น ก่อนน้ำทะเลขึ้น

ไหนๆ ก็มาถึงเกาะมุกแล้ว แวะพักรีสอร์ทบนเกาะมุกสักคืนสองคืนเลยก็ดี ที่นี่มีให้เลือกหลายแห่ง ที่แนะนำ คือ ‘เกาะมุก สิวาลัย บีช รีสอร์ท’ ตั้งอยู่ตรงหาดหัวแหลม ออกมานอนรับแดดริมสระน้ำ เพลิดเพลินกับบรรยากาศยามตะวันชิงพลบพ้นขอบฟ้าได้ เมื่อพักผ่อนบนรีสอร์ทริมหาดจนอิ่มใจแล้ว ก็ถึงคราวตะลุยกันต่อ

แหล่งท่องเที่ยวอีกจุดที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดเมื่อมาเยือนเมืองตรัง คือ ‘ถ้ำเล เขากอบ’ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด รูปแบบการลอดถ้ำนั้นแตกต่างจากที่ถ้ำมรกตเพราะไม่ต้องลงไปลอยคอให้ตัวเปียก แค่หุ้นค่าเหมาเรือท้องแบนกับเพื่อนรวมกันให้ได้ 2 – 4 คน ก็ได้ฝีพายสองคนทำหน้าที่เป็นกัปตันและผู้ช่วยกัปตันมาประกบหัวเรือท้ายเรือ พร้อมทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์แนะนำจุดต่างๆ ภายในถ้ำ

ที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า เรือลำน้อยล่องผ่านแมกไม้สองข้างทางอันเขียวขจีชวนให้รู้สึกสดชื่นตลอด 400 เมตร กระทั่งเคลื่อนตัวมาถึงปากถ้ำ จึงค่อยๆ ลัดเลาะไปตามทางที่แคบลงเรื่อยๆ จนถึงห้องแรกที่ฝีพายจอดให้ลูกเรือได้ลงไปชมหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์มาเป็นเวลานาน

จุดที่น่าสนใจแรก คือ ห้องถ้ำเจ้าสาว มีหินย้อยลงมาจากเพดานเป็นแนวเดียวกัน 3 ช่องให้เลือกว่าจะเดินผ่านช่องไหน ช่องซ้ายมือ สำหรับคนรักครอบครัว หวังได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ช่องขวามือ สำหรับคนที่มีคู่แล้ว แต่ยังไม่ยอมหยุดขอมีกิ๊กเพิ่มให้หัวใจซู่ซ่า ขณะที่ช่องกลาง เหมาะกับคนโสดที่อยากจะมีคู่กะเขาเสียที

ไฮไลต์ของการท่องเที่ยวใน ถ้ำเล เขากอบ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ การ ‘ลอดท้องมังกร’ ที่มาพร้อมกับความหวาดเสียว กัปตันท้ายเรือสั่งให้ลูกเรือนอนหงายต้อนรับนาทีแห่งความระทึกใจ ใครมีพุงก็ขอให้แขม่วไว้ไม่เช่นนั้นอาจถูกหินปูนขูดเป็นแผลได้ เพราะกัปตันจะพาทุกคน ‘ลอดท้องมังกร’ ระยะทางกว่า 350 เมตร ผ่านเพดานถ้ำที่ต่ำเสียจนเสียววาบ ว่าหน้าจะแนบไปกับหินปูนหลายๆ จุด ชวนให้รู้สึกเหมือนหยุดหายใจได้ทุกวินาทีโดยเฉพาะคนที่นอนราบฝั่งซ้ายของเรือ กัปตันการันตีว่าโชคดีมาก เพราะได้ภาษีความเสียวกว่าคนนอนฝั่งขวา

ส่งท้ายทริปเที่ยวตรังกันที่ ‘วังเทพทาโร’ ตั้งอยู่ในอำเภอห้วยยอดเช่นกัน วังเทพทาโรเป็นแหล่งรวบรวมไม้หอมเก่าแก่ของไทย โดยประดิษฐ์เป็นรูปร่างสัตว์มงคลนามมังกรให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินลอดท้องกันอีกรอบ เพื่อเรียนรู้หลักธรรมคำสอนและคำอวยพรของคนจีน 9 ประการ นำพาชีวิตให้มีความสุขอย่างยั่งยืน เมื่อลอดท้องมังกรไม้หอมเสร็จแล้ว อย่าลืมเก็บภาพถ่ายคู่กับ ‘เมอร์ดราก้อน’ มังกรไม้หอมพ่นน้ำด้วย เห็นแล้วชวนให้นึกถึง ‘เมอร์ไลอ้อน’ ของสิงคโปร์ คราวนี้แหละ ความสามารถในการครีเอท กระบวนท่าถ่ายภาพกับเมอร์ดราก้อนมาเต็ม

จากจุดขายแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งหาดทรายชายทะเล แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และแหล่งเรียนรู้คำสอนและความเชื่อของเมืองตรัง ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะเป็นเมืองรอง แต่ความสนุกครบเครื่องก็ไม่เป็นสองรองใคร