Wed. Jun 23rd, 2021
ทะเลไทย

เที่ยวทะเลไทย สไตล์สายเฮลธ์ตี้

คำอวยพรปีใหม่ที่ทุกคนต่างเน้นย้ำเป็นพิเศษในปี 2021 คงหนีไม่พ้นคำว่า “ขอให้สุขภาพกายและใจแข็งแรง” เพราะสถานการณ์ตลอดปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐเพียงใด

ในยุคระหว่างและหลังโควิด-19 เทรนด์ท่องเที่ยวที่มาแรงแบบนอนมา หนีไม่พ้น ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’ (Wellness Tourism) ซึ่งจะเข้ามารองรับกระแสความสนใจของผู้คนที่หันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

หากถามว่าในประเทศไทยมีสถานที่ตอบโจทย์ท่องเที่ยวสุขภาพมากแค่ไหน ขอตอบเลยว่า “มาก!” ทั้งร้านสปา ร้านนวด รีสอร์ทเพื่อสุขภาพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ปล่อยกายปล่อยใจให้ธรรมชาติได้ช่วยบำบัด

ทริปนี้เลือกบินลงใต้ ปักหมุดจังหวัดกระบี่ เช็กอินที่ ‘บันยันทรี กระบี่’ รีสอร์ทระดับลักชัวรีแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ด้วยโลเกชันเบื้องหน้าติดหาดทับแขก เบื้องหลังติดภูเขา ด้านขวามือติดอุทยานแห่งชาติหงอนนาค ทำให้เราได้รับพลังฮวงจุ้ยสุดปังแบบเต็ม ๆ ส่วนจำนวนห้องพักอยู่ที่ 72 ห้อง ขนาดกำลังดี ทุกห้องเป็นพูลวิลล่า มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและเห็นวิวชายหาด เปิดโอกาสให้เราได้ซึมซาบความสงบของท้องทะเลแต่งแต้มด้วยภูเขาหิน

สำหรับแนวคิดการออกแบบของบันยันทรี กระบี่ ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำและพญานาค ตำนานศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาของคนกระบี่ ความประทับใจแรกเริ่มต้นที่ล็อบบี้ เหมือนหลุดเข้าไปในเมืองมรกตใต้บาดาลตามตำนาน เมื่อเดินลงไปยังชั้นล่างผ่านบันไดพญานาคซึ่งทอดตัวผ่านม่านน้ำ รู้สึกได้ถึงพลังงานบวกจากการออกแบบที่ไม่ละทิ้งดีเทล และเมื่อเข้าไปในห้องพัก พลันสัมผัสได้ถึงเส้นสายของคลื่นน้ำที่แฝงตัวผ่านการตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่าย เสริมสร้างความเฉพาะตัวของรีสอร์ท


‘GREEN IS THE NEW BLACK’ ท่อง ‘นครปฐม’ เกาะเทรนด์เที่ยวสีเขียว!

ชมดาวรับลมหนาว @เชียงใหม่

THE NEW SAMUI ความรู้สึกใหม่ที่สมุย

เยียวยาหัวใจ ผจญภัยครบรส @กาญจนบุรี


นอกเหนือจากห้องพักราคาเริ่มต้นที่เรือนหมื่น แพงสุดแตะ 1.5 แสนบาทต่อคืนแล้ว ไฮไลต์ด้านกิจกรรมของที่นี่บอกได้คำเดียวว่าดีต่อใจและสุขภาพมาก เริ่มจากการออกแบบแลนด์สเคปที่เอื้อต่อการพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด ใครชอบความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบแนะนำให้ปลีกตัวมานอนบนเตียงชายหาดนุ่ม ๆ ข้างล่างจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ฟังเสียงคลื่นซัดสาด บรรยากาศดีมากจนอยากจะขนเครื่องนอนจากห้องพักมาตั้งรกรากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด และอีกซิกเนเจอร์ที่ขึ้นชื่อของบันยันทรีอยู่แล้ว คือ ‘สปา’ ตกแต่งด้วยบรรยากาศป่าฝนเขตร้อน เราสามารถเลือกห้องที่เข้ารับการทำสปาจากแสงสีทั้งห้าซึ่งให้พลังงานที่แตกต่างกันไป ได้แก่

  • แสงสีแดง ให้พลังงานความอบอุ่น
  • แสงสีขาว ให้ความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่ เป็นแหล่งพลังงานบวก
  • แสงสีเขียว ให้ความรู้สึกสงบ สบาย เย็น
  • แสงสีเหลือง ให้ความรู้สึกสดใส มองโลกให้แง่ดี
  • แสงสีฟ้า ขจัดความเหนื่อยล้า ช่วยดึงเราไปสู่กระบวนการหลับที่ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมี ‘เรน ฟอเรสต์’ เป็นวารีบำบัดที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายได้ดีมาก ๆ มีจุดต่าง ๆ ให้ผ่านเหมือนด่านที่วางไว้ ทั้งอบไอน้ำ ซาวน่า บ่อกลางห้องที่มีแรงดันน้ำในรูปแบบหลากหลายและน้ำหนักของสายน้ำให้เลือกว่าจะให้ช่วยนวดคลึงกล้ามเนื้อส่วนไหนของร่างกาย รวมถึงบ่อจากุซชี่ทั้งแบบร้อน อุ่น และเย็นเพื่อปิดรูขุมขนในตอนท้ายของโปรแกรม

มาถึงกระบี่ทั้งที นอกจากจะแวะเที่ยวตามหมู่เกาะต่าง ๆ และกินอาหารทะเลสดใหม่แล้ว แนะนำให้ลองเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพราะที่นี่มี ‘ชุมชนท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือ’ ซึ่งโดดเด่นด้วยแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพอย่าง  ‘หาดโคลนร้อน’ ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุ โดยเราสามารถทำสปาพอกโคลนร้อนขับผิวให้สวยกระชับขึ้น หรือจะเดินนวดเท้าไปบนพื้นโคลนร้อน เอาเท้าแช่ร่องน้ำร้อนให้เลือดไหลเวียนดี ขับไล่ความเมื่อยล้า เข้าถึงคำว่าผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ที่ชุมชนท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศสัมผัสกับธรรมชาติอีกด้วย เราสามารถเลือกปั่นจักรยาน พายคายัค หรือนั่งเรือหางยาวเยือนแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในชุมชน รวมถึงการเดินสำรวจโถงถ้ำหินปูน ให้ความรู้สึกได้ออกไปผจญภัย หัวใจสูบฉีดดีด้วยความตื่นเต้น

หากคุณสนใจแวะเที่ยวจังหวัดภูเก็ตต่อ และมองหารีสอร์ทเพื่อสุขภาพ เราขอแนะนำ ‘อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ภูเก็ต’ ตั้งอยู่ที่แหลมพันวา เป็นรีสอร์ทหรู จำนวนห้องพักรวม 105 ห้อง ประกอบด้วยห้องสวีท 48 ห้อง พาวิลเลียน 22 หลัง และพูลวิลล่า 35 หลัง ทุกห้องสามารถชมวิวทะเลและมีระเบียงส่วนตัวให้ได้ออกมาสูดอากาศนั่งหย่อนใจ เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบกายได้ไม่มีเบื่อ

เมื่อมาถึงห้องพักพูลวิลล่าที่จองไว้ จะต้องทึ่งกับอ่างแช่น้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดบานประตูรับลมทะเลได้อย่างเต็มที่ ขนาดพื้นที่ใช้สอยของวิลล่ากว้างขวางดีมาก จนไม่อยากออกไปไหน นั่งเล่นนอนเล่นที่นี่ได้ทั้งวันสบาย ๆ แต่เมื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า เราจึงออกไปเดินเล่น พบว่าที่อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ออกแบบแลนด์สเคปสวนได้สวย เรียบง่าย และร่มรื่นมาก ๆ แถมยังมีหาดส่วนตัวให้ลงไปเดินเล่นทอดอารมณ์

ไฮไลต์ของสิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ คือ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่สะใจกลางรีสอร์ท อยากออกแรงว่ายแค่ไหน คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ และที่พลาดไม่ได้เลย คือ ส่วนของรูฟท็อป ซึ่งจัดเลย์เอาต์เป็นเหมือนเลานจ์ เหมาะกับการนั่งจับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวบนเก้าอี้บีนแบ็ก จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ชมวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะยามตะวันรอนอ่อนแสง แสงสีชมพูอมม่วงจับจองผืนฟ้าน่ามอง สวยงามจนเกือบหยุดหายใจ ไม่อยากละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

ทางเดียวที่จะได้เห็นภาพนี้อีกครั้ง คือ ขยายวันค้างต่ออีกสักคืนสองคืน แต่ก่อนอื่นขอสอบถามเงินในกระเป๋าก่อนนะว่าพอไหม ??

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *