Sun. Sep 26th, 2021
จูงใจทัวริสต์

เติม ‘สิทธิพิเศษ’ เข้าพักโรงแรมให้จุใจ! เทรนด์การท่องเที่ยวปี 2021 จูงใจทัวริสต์

เทรนด์การจองห้องพักและท่องเที่ยวในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงระบาดทั่วโลก เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการโรงแรมจำเป็นต้องจับตาเพื่อปรับตัวกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

ล่าสุด ‘อโกด้า’ (Agoda) เปิดเผยถึงผลการสำรวจ ‘เทรนด์การท่องเที่ยวปี 2021’ ว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ ‘สิทธิพิเศษ’ เพิ่มเติมเมื่อจองห้องพักมากขึ้น แต่มีแนวโน้มในการใช้เงินจำนวนมากกับค่าที่พักน้อยลง!

เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในภูมิภาค ‘เอเชียแปซิฟิก’ ยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่างประเทศอยู่มาก สามารถเดินทางได้แค่ภายในประเทศหรือเขตปกครองตนเอง

ต่างจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ‘ยุโรป’ ที่เริ่มมีการเดินทางภายในภูมิภาคมากขึ้น หลังมีการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชากรส่วนใหญ่ จนเกิดความมั่นใจกล้าออกเดินทาง หนึ่งในภาพที่เห็นชัดมาก ๆ คือ การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ซึ่งเลื่อนมาแข่งขันในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน – 11 กรกฎาคม 2021 เจ้าภาพร่วมแต่ละประเทศต่างมีมาตรการผ่อนคลายให้แฟนบอลเข้าชมในสนาม โดยบางประเทศเปิดให้เข้าชมในสนามเกือบ 100%

เมื่อนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังสามารถเดินทางได้แค่ภายในประเทศหรือเขตปกครองตนเอง นักท่องเที่ยวจึงให้ความสำคัญกับวิธีการ สถานที่ และกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่มีในโรงแรมที่พักมากขึ้น

อันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวต้องการมากที่สุด คือ สิทธิประโยชน์ ‘ด้านอาหารและเครื่องดื่ม’ เมื่อจัดทริปวันหยุดพักผ่อนในประเทศ โดยชาวฟิลิปปินส์ ไทย และญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้เพิ่มเติมมากที่สุด

อันดับ 2 คือสิทธิประโยชน์ ‘ด้านบริการท่องเที่ยวต่างๆ’ เช่น กิจกรรมในหรือนอกสถานที่อย่างเวิร์กช็อปการทำอาหาร และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม โดยชาวอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกสิทธิประโยชน์นี้ให้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักด้วยมากที่สุด ตรงข้ามกับชาวเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด

ส่วนอันดับ 3 สิทธิประโยชน์บริการ‘เช็คอินก่อนและเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด’ โดยพบว่าชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และจีนมีแนวโน้มที่จะเลือกให้สิทธิประโยชน์นี้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักมากที่สุด ส่วนชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย มีแนวโน้มที่จะเลือกน้อยที่สุด

ขณะที่อันดับ 4 สิทธิประโยชน์ใน ‘การอัปเกรดห้องพัก’ ชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวันมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้มากที่สุด ต่างจากชาวฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนามมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด

ปิดท้ายด้วยอันดับ 5 คือ สิทธิประโยชน์ด้าน ‘การดูแลสุขภาพ’ เช่น บัตรกำนัลสปา เป็นหนึ่งในจุดขายของแพ็คเกจห้องพักที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเช่นกัน

คุณเอนริค คาซาลส์ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย อโกด้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้โรงแรมอาจเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในตอนนี้ ‘การท่องเที่ยวภายในประเทศ’ และการจัดทริปแบบ ‘สเตย์เคชั่น’ (Staycation) ถือเป็นเทรนด์หลักในการท่องเที่ยว

“นักท่องเที่ยวจึงต้องการเพิ่มประสบการณ์ด้านการเข้าพัก เพราะอาจต้องใช้เวลาอยู่ในที่พักมากขึ้น ทั้งยังมองหาโรงแรมที่มอบความบันเทิงให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม แพ็คเกจสปา หรือบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด ชี้ให้เห็นว่าความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อสิทธิประโยชน์ของที่พักนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม” คุณเอนริค กล่าว

สำหรับผลการสำรวจเพิ่มเติมของอโกด้าเกี่ยวกับเรื่องสิทธิพิเศษเมื่อเข้าพัก พบว่านักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ด้านท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สัมผัสได้ง่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ๆ มักจะมองหาแพ็คเกจที่มาพร้อมกับบริการด้านการท่องเที่ยว อย่างเช่น การเวิร์กช็อป และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 18 – 24 และ 25 – 34 ปี มีแนวโน้มที่จะเลือกบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก

ขณะที่สไตล์การเดินทางของนักท่องเที่ยว พบว่า 41% เลือกไปเที่ยวทริปสั้น ๆ ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนเกือบ 1 ใน 3 เลือกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่ไม่เคยไปมาก่อน นอกจากนี้ 27% มองว่าที่พักคือจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน

เมื่อดูเป็นกลุ่มอายุ พบว่านักท่องเที่ยวที่มีอายุระหว่าง 18 – 24 และ 25 – 34 ปี มีแนวโน้มที่จะสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ มากที่สุด ขณะที่ผู้ที่มีอายุระหว่าง 45 – 54 ปี มีแนวโน้มที่จะไปเที่ยวทริปสั้น ๆ มากที่สุด ทั้งนี้ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กลุ่มอายุ 18 – 24 ปี มีแนวโน้มที่จะวางแผนท่องเที่ยวแบบกระชั้นชิดในนาทีสุดท้าย (Last Minute) มากที่สุด ส่วนกลุ่มอายุ 25 – 34 และ 35 – 44 ปี มีแนวโน้มที่จะใช้เงินจำนวนมากกับค่าที่พักมากที่สุด

และเมื่อเจาะตลาด นักท่องเที่ยวไทย พบว่าวิธีการท่องเที่ยวยอดนิยม 3 วิธีของชาวไทยในตอนนี้ ได้แก่ การเน้นเที่ยวทริปสั้น ๆ การเลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน และการมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก เช่น สิทธิประโยชน์หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม การเข้าพักในโรงแรมตามธีม และบริการอัปเกรดห้องพัก

“สิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการท่องเที่ยว และบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด เป็นสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่ต้องมีในแพ็คเกจที่พักเพื่อเจาะตลาดไทยเที่ยวไทย” รายงานจากอโกด้าระบุไว้เช่นนั้น

ขอบคุณภาพโดย Quang Nguyen vinh จาก Pixabay

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *