Thu. Nov 21st, 2019
ลำพูน…พูนสุข

ลำพูน…พูนสุข

เสน่ห์เมืองเล็กของลำพูน ยังคงอบอวลชวนให้เราระลึกถึง ด้วยบรรยากาศบ้านเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนตอนใช้ชีวิตอยู่เมืองใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่อยากมีสเปซให้ตัวเองได้หายใจคล่องขึ้น หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตการทำงานใช้เวลาขับรถจากเชียงใหม่เพียง 30 นาทีเท่านั้นก็ถึงที่หมาย เดิมแผนเที่ยวของคุณอาจจะตั้งใจแวะลำพูนสัก 1 – 2 คืนกำลังดี แต่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าได้มาเยือนแล้ว เผลอ ๆ คุณอาจจะตกหลุมรักจนอยากพำนักต่อเป็นสัปดาห์ก็ได้ ใครจะไปรู้

เริ่มต้นกันด้วย A Must Destination ใจกลางเมืองอย่าง ‘วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร’ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองลำพูน นับเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานนับพันปี สร้างขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ด้วยเอกลักษณ์ขององค์พระธาตุมีสีทองอร่ามทรงระฆังกลมแบบล้านนา เด่นสะดุดตานับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบริเวณวัด ภายในประดิษฐานพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว โดยตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระบรมธาตุหริภุญชัยยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีระกาอีกด้วย ทำให้คนเกิดปีนี้นิยมมากราบไหว้สักการะไม่ขาดสาย

นอกเหนือจากพระธาตุฯ แล้ว ภายในวัดยังมีวิหารพระเจ้าทันใจ วิหารพระเจ้าองค์แดง รอยพระพุทธบาทสี่ดวง วิหารพระนอน และก่อนจะเข้าไปในบริเวณวัด เชื่อว่าหลายคนต้องหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพความสวยงามไว้ เพราะตรงประตูทางเข้าหน้าวัดมีซุ้มประตูโขงท่าสิงห์ ก่ออิฐถือปูนทาด้วยสีขาว ส่วนยอดสร้างเป็นลายปูนปั้นทรงปราสาทซ้อนกันหลายชั้น เบื้องหน้ามีรูปปั้นสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่า คอยพิทักษ์อยู่หน้าวัด

สำหรับโปรแกรมทัวร์ถัดไปยังคงอยู่ในอำเภอเมืองฯ พาคุณไปอิ่มบุญกันต่อที่ ‘วัดจามเทวี’ วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง ตั้งชื่อวัดตามพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย ผู้ได้รับการยกย่องและนับถือในฐานะปราชญ์ที่มีคุณธรรม มากความสามารถและกล้าหาญ นำพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนรุ่งเรืองสืบมา

ไฮไลต์น่าสนใจ คือ เจดีย์สุวรรณจังโกฏ เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้น ๆ เป็นศิลปกรรมของช่างละโว้จากเมืองลพบุรี ประจำซุ้มทั้งสี่ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ว่ากันว่าเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระนางจามเทวีในสมัยพุทธศตวรรษที่ 13 บางความเชื่อก็กล่าวว่าสร้างขึ้นโดยพระราชโอรสของพระนามจามเทวี ได้โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิง โดยภายในพระเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี แต่เดิมที่ยอดพระเจดีย์หุ้มด้วยทองคำ แต่ยอดเจดีย์ได้หักไป จนชาวบ้านขนานนามเรียกกันว่า ‘กู่กุด’

ความงดงามของวัดในเมืองลำพูนไม่ได้มีเพียงแค่เท่านี้ หากคุณยังรู้สึกว่าไม่อิ่มหนำ แนะนำให้ไปต่อกันที่ ‘วัดสันป่ายางหลวง’ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองฯ ดีกรีของวัดนี้พิเศษยิ่ง เพราะติด 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในไทย ได้ยินเพียงแค่นี้ก็น่าไปเยือนแล้ว โดยภายในวัดสันป่ายางหลวงมีการแกะสลักลวดลายปูนปั้นไว้อย่างสวยงามหมดจด โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว ที่ประดิษฐานพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง รายละเอียดแต่ละมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจั่ว เชิงเพดานหลังคาทั้งด้านหน้า ไล่ไปจนถึงด้านข้างและด้านหลัง รวมถึงเสาพระวิหาร บานประตูหน้าต่างทุกบาน วิจิตรจนต้องเพ่งเล็งเก็บดีเทลด้วยสายตาให้ครบ

จบจากวัดสันป่ายางหลวงแล้ว เก็บแต้มต่อที่ ‘พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน’ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีชื่อว่าดอยถ้ำหิน ในบ้านน้ำพุ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองฯ มีพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง ว่ากันว่าที่มาเกิดขึ้นจากชาวบ้านเห็นก้อนหินใหญ่ 2 ก้อนริมผาตั้งซ้อนกัน เหมือนใกล้จะตกจากผา มีคนเคยพยายามไปผลักและเอาไม้คานไปงัดให้ตกแต่ก็ไม่เป็นผล จึงปล่อยเอาไว้ ต่อมาครูบาชัยยะวงศาพัฒนา เกจิชื่อดังแห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ นิมิตเห็นหินก้อนนี้ จึงมอบหมายให้ลูกศิษย์ออกไปตามหา ใช้เวลานานพอควรกว่าจะค้นพบ จึงได้สร้างองค์พระธาตุขึ้นบนก้อนหิน โดยจำลองจากลักษณะของพระธาตุอินทร์แขวนในประเทศเมียนมา

ลำพูน…พูนสุข

พูดถึงอำเภอลี้แล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวธรรมชาติที่นั่นกันบ้าง ใช้เวลาขับรถไปเพียง 2 ชั่วโมงจากตัวเมืองลำพูน เพราะที่นี่มี ‘อุทยานแห่งชาติแม่ปิง’ กินพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัดทั้งลำพูน เชียงใหม่ และตาก ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยาน ย่อมอัดแน่นไปด้วยทัศนียภาพและความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และน้ำตก โดยเฉพาะ ‘แก่งก้อ’ ทะเลสาบท่ามกลางหุบเขาเหนืออ่างเก็บน้ำภูมิพล ทิวทัศน์สวยจัดจนหยุดหายใจ ขอยกฉายาให้เป็น ‘สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย’ ยิ่งถ้ามาในช่วงหน้าฝน จะได้เสพความสดชื่นของภูเขาสีเขียวขจี เห็นแล้วสบายตาสบายใจเป็นที่สุด ปัจจุบันแก่งก้อได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางน้ำของอุทยานแห่งชาติแม่ปิงไปโดยปริยาย มีบริการและกิจกรรมรองรับ ให้เลือกชิลกับการนั่งเรือชมวิวรอบ ๆ สองฟากฝั่งแม่น้ำปิง ผ่านบริการเรือนำเที่ยวของเรือนแพไปตามลำน้ำ

นอกจากแก่งก้อแล้ว หากคุณเป็นสายชื่นชมธรรมชาติตัวจริง ต้องไม่พลาด ‘น้ำตกก้อหลวง’ อยู่ห่างจากแก่งก้อออกไป 13 กิโลเมตร หรือห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ 22 กิโลเมตร เพื่อชมความงดงามของน้ำตกที่มีชื่อเสียงของลำพูน เพลิดเพลินไปกับสายน้ำตกไหลลัดผ่านหินดินดานเทาดำและหินทรายของหน้าผาที่มีความสูงต่างระดับ ลดหลั่นกันลงมาถึง 7 ชั้น ลู่สู่แอ่งน้ำ หากมองจากมุมสูงจะเห็นแอ่งน้ำเป็นรูปทรงคล้ายหัวใจ โดยช่วงเดือนที่น้ำตกสวยที่สุด คือ ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปีถัดไป เพราะแอ่งน้ำตกจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต สวยสดจนอยากดื่มด่ำบรรยากาศนาน ๆ ไม่อยากเคลื่อนตัวไปที่ไหนกันเลยทีเดียว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอำเภอลี้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะอาสาพาคุณ ‘ลี้’ ไปจากภัยแห่งความวุ่นวายแห่งสังคมเมือง

ลำพูน…พูนสุข

ส่วนใครที่อยากชมความงดงามของวัดวาในอำเภอลี้ ที่นี่มีไฮไลต์ คือ ‘พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย’ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านพระบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย สร้างขึ้นด้วยศิลาแลงทั้งองค์และมีขนาดใหญ่สุดในไทย โดยทางครูบาชัยยะวงศาพัฒนาได้สร้างถือจำลองแบบมาจากพระเจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมา สวยสด ตรึงใจ ควรค่าแก่การมาชมความยิ่งใหญ่ของเจดีย์สีทองอร่ามแห่งนี้สักครั้ง

สำหรับที่พักน่าสนใจในเมืองลำพูน แนะนำให้ลองเช็กอินที่ ‘ไทธานี ลอฟต์ แอนด์ ไลฟ์ ลำพูน’ แค่ชื่อก็บอกยี่ห้อบรรยากาศและการตกแต่งแล้วว่าต้องมาแนวลอฟต์สุดเท่อย่างแน่นอน ทั้งแนวปูนเปลือยขัดมัน ตกแต่งด้วยโครงเหล็กแบบดิบ แถมราคายังดีต่อใจ สบายกระเป๋า ที่สำคัญยังมีพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ให้ลูกค้าอย่างคุณได้เพลิดเพลินไปกับความร่มรื่น

อย่ามัวรีรอวันว่างจากการงาน ลองจัดสรรเวลามาพักผ่อนที่ลำพูน แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองเล็กอัดแน่นด้วยเสน่ห์แห่งนี้ ช่วยเพิ่มพูนความสุขให้แก่คุณได้อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.10 No.57