Sat. Dec 5th, 2020
เกาะมันนอก

ฟีลลิ่งใหม่ ใกล้แค่ ‘ระยอง’

ทริปเปิดศักราชใหม่ ปี 2020 ของคุณปักหมุดหมายไว้ที่ไหน หากยังไม่ฟันธงว่าเป็นจุดหมายใด ลองพิจารณา ‘ระยอง’ เป็นตัวเลือกในช่วงไฮซีซั่นนี้ เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย พร้อมเติมเต็ม ‘ฟีลลิ่งใหม่’ แก่คุณ

ย่านเมืองเก่า

จุดหมายแรก คือ ‘ย่านเมืองเก่า’ บนถนนยมจินดา ในเขตเทศบาลนครระยอง ถือเป็นถนนสายแรกของเมืองระยอง ทอดยาวขนานแม่น้ำ ได้รับการปรับภูมิทัศน์ภายในชุมชนให้มีกลิ่นอายของอดีต เหมาะกับคนถวิลหาบรรยากาศเก่า ๆ และอยากสัมผัสวิถีชีวิตในชุมชนโบราณ เพราะที่นี่ คือ แหล่งการค้าแห่งแรกของเมืองชายทะเลตะวันออก คุณสามารถเดินชิล ชิมอาหารหลากหลาย ทั้งกาแฟ ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำโบราณ และขนมไทยโบราณ ชมร้านค้าขายของเก่า และร้านกรอบรูปสุดคลาสสิก หรือหากเมื่อยก็แวะเข้าร้านนวดแผนโบราณ

หากยังติดใจการเดินท่องตลาดนี้ ไปต่อกันได้ที่ ‘ตลาดเกาะกลอย’ ตลาดริมน้ำบรรยากาศย้อนยุค มีร้านขายของเก่า ของฝาก ร้านอาหารคาวหวาน อย่างผัดไทย หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงขนมไทย และเครื่องดื่มกาแฟโบราณ มาสนนขายในราคาไม่แพง ตามอาคารห้องแถวชั้นเดียวเรียงยาวเลียบสายน้ำ

สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์

นอกจากนี้ ในอำเภอเมืองระยอง ยังมี ‘สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์’ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ Brookside Valley Resort โดดเด่นด้วยสีสันสดใสของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศเนเธอร์แลนด์ สัญลักษณ์ของที่นี่ คือ รูปปั้นสตรอว์เบอร์รี่ตามชื่อ แต่เติมกิมมิคด้วยการสวมมงกุฎให้ ยืนทำหน้าตาน่ารักให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปคู่ ภายในยังมีอีกหลายจุดที่เหมาะกับถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย ทั้งสวนดอกไม้ และฟาร์มแกะ

ส่วนใครที่เป็นนักท่องเที่ยว ‘สายน้ำตก’ อย่าลืมปักธงไปเยือนน้ำตกในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง น้ำตกแห่งแรกที่น่าไปเยือน คือ ‘น้ำตกคลองปลาก้าง’ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศเหนือ 3 กิโลเมตร แม้จะเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากล้น รายล้อมด้วยป่าเขาเขียวขจี อัดแน่นไปด้วยความสดชื่นและอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี น้ำตกคลองปลาก้างแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น ได้แก่ วังช้างผ่าน ลานผีเสื้อ แอ่งเครือสะบ้า ลานประตูผา ธารเกาะกลาง วังกระชาย และธารสายหมอกซึ่งเป็นชั้นบนสุด มีระยะทาง 1 กิโลเมตร หากเลือกเดินทางมาช่วงหน้าฝน จะเห็นหมอกอาบทั่วน้ำตก ชวนให้หยิบกล้องมาเก็บภาพละอองน้ำสวย ๆ ให้ได้ระลึกถึง

น้ำตกเขาชะเมา

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากน้ำตกคลองปลาก้าง ขับรถมาอีกประมาณสามนาทีเท่านั้น ก็จะได้พบกับ ‘น้ำตกเขาชะเมา’ ให้ได้ชิลกันอีกแห่ง ที่นี่มีความสูง 7 ชั้นเหมือนกัน ได้แก่ วังหนึ่ง วังมัจฉา วังมรกต วังไทรงาม ผากล้วยไม้ ช่องแคบ และหกสายซึ่งเป็นชั้นบนสุดด้วยระยะทาง 1.66 กิโลเมตร ใครได้มาเยือนเป็นต้องประทับใจ เพราะนอกจากน้ำจะใสไหลเย็นแล้ว ยังเห็นเหล่าปลาพวงหินว่ายเต็มไปหมดอีกด้วย

มาถึงระยองทั้งที จะไม่ไปเยือนอำเภอดังอย่างเมืองแกลงก็กระไรอยู่ เพราะเมื่อดูลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่แล้ว มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง ‘ทุ่งโปรงทอง’ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมปากแม่น้ำประแส ใกล้กับเทศบาลตำบลปากน้ำประแส เป็นป่าชายเลนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระยอง ด้วยพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 พันไร่ เหตุผลที่เรียกว่าทุ่งโปรงทอง เป็นเพราะที่นี่มีการปลูกต้นโปรงจำนวนมาก แผ่กิ่งก้านหนาแน่นเป็นอาณาจักรมองได้ไกลสุดลูกหูลูกตา สวยจับตาเมื่อยามแสงแดดลามเลียเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตาสมชื่อ มีสะพานไม้ทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตรลัดเลาะไปตามทุ่งให้ได้เดินทอดน่อง ถ่ายภาพบรรยากาศความงดงามและใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติของปากน้ำประแส สามารถเที่ยวชมทุ่งสีทองแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี เข้าชมได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

ทุ่งโปร่งทอง

ใครยังไม่อิ่มหนำจากการเดินเที่ยวชมทุ่ง แนะนำให้ไปเช็กอินกันต่อที่ ‘สะพานรักษ์แสม’ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกแห่ง มีสะพานแขวนที่สร้างจากไม้เป็นแลนด์มาร์คเล็ก ๆ ทอดผ่านคลองตาโบ๊ยด้วยความยาวกว่า 100 เมตร โอบล้อมด้วยป่าชายเลนบรรยากาศสุดร่มรื่น

อย่างไรก็ตาม แม้จะเกริ่นนำว่าระยองไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ก็อดจะกล่าวถึงทะเลระยองไม่ได้ แน่นอนว่ามีชื่อของ ‘เกาะเสม็ด’ ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง ติดโผจุดหมายยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ด้วยเสน่ห์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ น้ำทะเลสวยใสราวกับกระจก ยกให้เป็นสวรรค์ของอ่าวไทย หนึ่งในไฮไลต์ของการมาเยือนเกาะเสม็ด คือ การชมพระอาทิตย์หล่นน้ำยังฝั่งอ่าวพร้าว เพราะเป็นหาดเดียวของเกาะที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เจ้าของทัศนียภาพทุ่งหญ้าสีเหลืองทองเหนือแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลรับกับภูเขาเป็นฉากหลังและน้ำทะเลเบื้องหน้า แม้จะลงเล่นน้ำทะเลไม่ได้ตรงจุดนี้

แต่ทิวทัศน์ของ ‘เขาแหลมหญ้า’ นั้นงดงามยิ่ง โดยเฉพาะยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ตก สามารถกางเต็นท์รับลมทะเลข้ามคืนได้ด้วย

ถัดจากเกาะเสม็ด สามารถซื้อบริการทัวร์แบบวันเดย์ทริปไป ‘เกาะทะลุ’ ได้ เพราะชายหาดที่นี่มีเนื้อทรายขาวเนียนละเอียด ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสอมเขียวมรกต บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนสายดำน้ำแนะนำให้ไปต่อที่ ‘เกาะกุฎี’ มีแนวปะการังและสัตว์ทะเลอุดมสมบูรณ์รอให้สัมผัส

อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ ‘หมู่เกาะมัน’ ตั้งอยู่ในอำเภอแกลง มีด้วยกัน 3 เกาะ ได้แก่ เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอกซึ่งไกลจากชายฝั่งทะเลมากที่สุด บรรยากาศทั้งสามเกาะนั้นเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนปลีกวิเวกอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ คือ ความครบเครื่องของเมืองระยอง เมืองที่มีชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร หากถามถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และธรรมชาติอื่น ๆ นอกเหนือจากทะเล พร้อมนำพาฟีลลิ่งใหม่ ๆ มาทักทายคุณ

ที่มา : นิตยสาร Thai Hotel & Travel Magazine ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2020

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published. Required fields are marked *