Wed. Oct 17th, 2018
‘นครพนม’ รวมๆ แล้วเป็นตาฮักแท้!

‘นครพนม’ รวมๆ แล้วเป็นตาฮักแท้!

‘นครพนม’ เมืองเล็กน่ารัก (หากเรียกแบบเสียงในฟิล์มสำเนียงอีสานก็ต้องเรียกว่า ‘เป็นตาฮัก’) นับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่รุ่มรวยไปด้วยของดีอย่างวิวทิวทัศน์ภูเขาแนวยาวฝั่งสปป.ลาว ชวนให้หลงใหล นั่งมองได้ทั้งวันไม่รู้เบื่อ เหมาะกับการมาพักผ่อนใช้ชีวิตแบบเนิบช้า เสพบรรยากาศสุดชิล โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว

ลองแล้วคุณอาจจะอยากอยู่ที่นี่นานเป็นสัปดาห์เหมือนที่เราเคยปรารถนามาแล้วก็เป็นได้ พูดแล้วจะหาว่าโม้ บอกเลยว่าไม่ได้โอ้อวดเกินเลยแต่อย่างใด เราขอแนะนำให้คุณลองจัดกระเป๋าเดินทางมาเที่ยวนครพนมเป็นเวลาสัก 3 วัน 2 คืนก่อนกำลังดี การเดินทางก็แสนจะสะดวกสบาย เพราะมีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการเที่ยวบินในราคาแสนประหยัดไม่เกินหนึ่งพันบาทต่อเที่ยวบินตามแต่โปรโมชั่นที่คุณจองได้

นอกจากความน่ารักของนครพนมที่มีเกินตัวแล้ว ยังโดดเด่นเรื่องท่องเที่ยวเชิงศาสนา โดยแหล่งท่องเที่ยวแรกที่ต้องไฮไลท์ไว้ให้มั่น คือ ‘พระธาตุพนม’ ประดิษฐานภายในบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองนครพนมไปทางทิศใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ มีความเชื่อว่าหากได้มาสักการะสักครั้ง จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง

และถ้านับตามปีเกิดแบบ 12 ปีนักษัตร ถือเป็นพระธาตุประจำผู้เกิดปีวอก โดยถือเป็นพระธาตุประจำปีนักษัตรแห่งเดียวในภาคอีสาน ส่วนพระธาตุประจำปีนักษัตรที่เหลืออีก 11 แห่งจะอยู่ในภาคเหนือ โดยในทุก ๆ ปีที่วัดพระธาตุพนมฯ จะมีงานนมัสการองค์พระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ใครเลือกมาในช่วงนี้ก็จะได้โอกาสสัมผัสถึงแรงศรัทธาของมหาชนจากทุกสารทิศ

สำหรับการเดินทาง หากคุณตัดสินใจฉายเดี่ยวมาเที่ยวตัวคนเดียว วิธีการเดินทางไปสักการะพระธาตุพนม คือ ต้องนั่งรถออกไปนอกเมือง มีรถโดยสารสาธารณะทั้งรถสองแถวและรถตู้วิ่งให้บริการ ระหว่างนครพนม-พระธาตุพนมตลอดทั้งวันหรือจะเลือกนั่งรถตู้นครพนม-มุกดาหาร ซึ่งวิ่งผ่านพระธาตุเลือกใช้บริการได้ตามต้องการ ราคาขึ้นอยู่กับความเร็ว ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตวิถีสโลว์ไลฟ์ แนะนำให้เลือกขึ้นรถสองแถว แม้จะช้าแต่ก็ได้บรรยากาศนั่งกินลมชมวิวตลอดสองข้างทางได้เพลิน ๆ อย่างช่วงที่เราไปตรงกับปลายเดือนกุมภาพันธ์พอดี ทุ่งนากำลังเขียวขจีสวยสดได้ที่จนอยากจะแวะลงไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด และเดินเล่นนั่งเล่นบนคันนาให้สมใจ

หากคุณเดินทางมากันหลายคน แนะนำให้คุณติดต่อผู้ให้บริการเช่ารถยนต์สำหรับขับท่องเที่ยวไว้เป็นการล่วงหน้า เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เผื่อต้องการขับไปสักการะพระธาตุประจำวันเกิดให้ครบทั้ง 8 วัน 8 พระธาตุ (รวมวันพุธกลางคืน) ซึ่งกระจายอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดนครพนม แต่ละพระธาตุค่อนข้างตั้งอยู่ห่างกันพอสมควรสามารถแบ่งไปสักการะ 2 วันได้ โดยวันแรกอาจจะขับรถลงมาสักการะพระธาตุที่ตั้งอยู่ฝั่งครึ่งล่างของจังหวัด และวันที่สองค่อยไปสักการะพระธาตุในครึ่งบนของจังหวัด

โดยพระธาตุประจำคนเกิดวันจันทร์ คือ พระธาตุเรณู ตั้งอยู่ในอำเภอเรณู, คนเกิดวันอังคาร พระธาตุศรีคูณ อำเภอนาแก, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) พระธาตุมหาชัย อำเภอปลาบาก, คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) พระธาตุมรุกขนคร อำเภอธาตุพนม, คนเกิดวันพฤหัสบดี พระธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า, คนเกิดวันศุกร์ พระธาตุอุเทนถวาย อำเภอท่าอุเทน, คนเกิดวันเสาร์ พระธาตุนคร อำเภอเมืองนครพนม

องค์พญาศรีสัตตนาคราช

นอกเหนือจากพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 8 แห่งแล้ว ในตัวอำเภอเมืองนครพนมยังมี ‘แลนด์มาร์ก’ แห่งใหม่ คือ ‘องค์พญาศรีสัตตนาคราช’ ณ บริเวณที่ประดิษฐานองค์พญานาค ลานศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าสำนักงานป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร โดยทางจังหวัดนครพนมใช้เวลาวางแผนออกแบบก่อสร้างนานเกือบ 5 ปี และได้จัดพิธีสมโภชใหญ่พุทธาภิเษกไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2559 หรือเป็นระยะเวลาเพียง 1 ปีกว่า ๆ นี่เอง

สำหรับ ‘องค์พญาศรีสัตตนาคราช’ นั้นเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพญานาค ซึ่งชาวพุทธเล่าขานกันมาทั้งในพุทธประวัติ รวมถึงเรื่องราวของบรรดาเกจิอาจารย์หลายรูป พญานาคจึงถือเป็นหนึ่งในความเชื่อและแรงศรัทธาของทั้งชาวไทยและชาวลาวที่คอยปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวต่างมีกษัตริย์แห่งนาคราชแยกปกครองดูแล ฝั่งไทย คือ พญาศรีสุทโธนาคราช เป็นพญานาคหนึ่งเศียร ชอบจำศีล บำเพ็ญเพียร และมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุพนม ขณะที่ฝั่งลาว คือ พญาศรีสัตตนาคราช เป็นพญานาคเจ็ดเศียร

หลังจากกราบไหว้ขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกโปรแกรมที่เราไม่อยากให้คุณพลาด คือ การเช่าจักรยานปั่นเที่ยวริมโขง เนื่องจากนครพนมมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ซึ่งตั้งอยู่เลียบถนนริมฝั่งโขงให้เราได้สัมผัสความสวยงามรวมถึงวิถีชีวิตท้องถิ่น คุณสามารถเช่าจักรยานที่ร้านใกล้ ๆ หอนาฬิกา มีให้เลือกเช่าทั้งแบบรายชั่วโมงและรายวัน ปัจจุบันทางจังหวัดได้พัฒนาเลนจักรยานไว้สำหรับรองรับนักปั่นเป็นที่เรียบร้อย ยิ่งวันไหนลมเย็นสบายบรรยากาศเป็นใจด้วยแล้ว ก็ถึงคราวความชิลมาเยือน

โดยสามารถปักหมุดจุดเริ่มต้นที่หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ซึ่งชาวเวียดนามได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม เมื่อคราวย้ายกลับบ้านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2503 หลังฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามเดียนเบียนฟู ปั่นเลียบโขงไปเรื่อย ๆ จนถึงพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และไปสิ้นสุดที่วัดนักบุญอันนา-หนองแสงจุดเด่นของโบสถ์ คือ หอคอยคู่ยอดแหลมเด่นเป็นสง่าระยะทางรวมประมาณ 2 กิโลเมตร และเมื่อทอดสายตาไปยังอีกฟากฝั่งของลำน้ำโขงก็จะเห็นวิวภูเขาทอดตัวเป็นแนวยาวสลับซับซ้อนของฝั่งสปป.ลาว เข้าประโยคทอง ‘วิวเป็นของเรา ภูเขาเป็นของลาว’ และคงไม่มีประโยคไหนอธิบายเสน่ห์ของจังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขงได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ปั่นจักรยาน นครพนม

หากยังปั่นไม่หนำใจ ให้มุ่งหน้าไปทางที่ตั้งแลนด์มาร์กองค์พญาศรีสัตตนาคราช และขี่ชิลไปเรื่อย ๆ ผ่านวัดวาหลายแห่งรวมถึงร้านอาหารทั้งไทย อีสาน เวียดนาม และคาเฟ่ริมโขงบรรยากาศดี

ไหน ๆ ก็มาเยือนถิ่นอีสานแล้ว จะไม่จัดอาหารอีสานสักมื้อก็กระไรอยู่ เราขอแนะนำให้คุณลองแวะชิม ‘ร้านเด็ดนคร’ ตั้งอยู่บนถนนเลียบโขงเส้นนครพนม-มุกดาหาร ในอำเภอเมืองฯ ถือเป็นร้านอาหารอีสานบรรยากาศบ้าน ๆ แต่รับประกันความแซ่บและจัดจ้านของทุกเมนู โดยเฉพาะเมนูส้มตำ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งส้มตำปูปลาร้า ส้มตำไทย ส้มตำปูม้า ตำข้าวโพด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีเมี่ยงปลาเผาตัวโตสด ๆ มาย่างจนได้เนื้อนุ่มหวานทานคู่กับน้ำจิ้มรสแซ่บก็อร่อยเลิศ

สำหรับที่พักในอำเภอเมืองนครพนมมีโรงแรมและรีสอร์ตน่าพักหลายแห่งให้ได้เลือก โดยจุดที่ขอแนะนำ คือ ‘ชิค-ชิดโขง’ (Chic-Chid KongHotel & Café) ตั้งอยู่ตรงสุดยอดทำเลตรงข้ามแลนด์มาร์กองค์พญาศรีสัตตนาคราช นอกจากที่พักและบริการจะน่ารักและดีเยี่ยมได้มาตรฐานแล้ว ทีเด็ดของที่นี่ คือ อาหารเช้าแสนอร่อยอย่างกวยจั๊บญวณและไข่กะทะ

และทั้งหมดนี้คือภาพรวมความเป็นตาฮักของจังหวัดนครพนม ใครมาเยือนเป็นต้องหลงรักกันทุกราย!