เทรนด์ใหม่ที่มัลดีฟส์



มัลดีฟส์เป็นประเทศที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต บอกอย่างนี้คุณอาจงง แต่มัลดีฟส์เกิดจากปะการัง สัตว์ตัวเล็กจิ๋วที่เกิดมาเมื่อ 450 ล้านปีก่อน เป็นหนึ่งในสัตว์เก่าแก่ที่สุดในโลก ปะการังจิ๋วเหล่านี้ดึงแคลเซียมและคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำทะเล สร้างเป็นก้อนหินปูนขึ้นมา แต่ละก้อนมีปะการังจิ๋วนับหมื่นนับแสนตัว ช่วยกันสร้างทีละเล็กทีละน้อย ปีหนึ่งโตได้แค่ 2-3 เซนติเมตรเท่านั้น

ไม่กี่เซนติเมตรต่อปี หมายถึงหลายเมตรในเวลาหลายพันหรือนับหมื่นปี ปะการังเหล่านี้เกาะตัวบนเกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ จากนั้นก็เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นแนวปะการังปริ่มน้ำ บางแนวยาวนับสิบกิโลเมตร ทรายที่เกิดจากคลื่นซัดปะการังสะสมตัวกัน จนกลายเกาะทรายโผล่พ้นน้ำขึ้นมา มัลดีฟส์มีเกาะแบบนี้นับพัน แต่ละเกาะไม่ใหญ่โต บางเกาะเดินแค่ครึ่งชั่วโมงก็รอบเกาะ แต่นั่น…หมายถึงสวรรค์กลางทะเล

มัลดีฟส์อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือโบราณในมหาสมุทรอินเดีย ผู้คนพากันหลีกเลี่ยงด้วยความเกรงกลัวเรือชนปะการัง แทบไม่มีใครมาอยู่อาศัย ไม่มีน้ำ ไม่มีดิน จะปลูกอะไร จะอยู่ทำไม มีแต่ชาวประมงจากอินเดียและศรีลังกาผลัดกันมาเป็นครั้งคราว

จนโลกเข้าสู่ยุคใหม่ การเดินทางโดยเรือเริ่มแพร่หลาย มัลดีฟส์กลายเป็นที่แวะพักกลางทะเล เริ่มมีคนมาอาศัยมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ยุคบูมสุดเมื่อการท่องเที่ยวเติบโตอย่างรวดเร็ว สนามบินถูกสร้างขึ้นใกล้เกาะที่เป็นเมืองหลวงชื่อมาเล ผู้ประกอบการจากต่างชาติได้รับสัมปทานเกาะทีละแห่งสองแห่ง เริ่มสร้างรีสอร์ทบนเกาะ บ้างก็ยื่นไปในทะเล กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว ใครๆ ก็อยากไปทะเลมัลดีฟส์

ผมมามัลดีฟส์ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน ในเวลานั้นมีเกาะให้พักอยู่บ้าง มีโอกาสกลับมาอีกหลายหนจนถึงครั้งล่าสุด มัลดีฟส์เจริญขึ้นเรื่อย โดยพยายามเน้นการดูแลรักษาทะเลของเขาไว้ เพื่อให้เป็นแหล่งทำมาหากินชั่วลูกชั่วหลาน เพราะขาดทะเล มัลดีฟส์สิ้นแน่ รายได้ทั้งหมดของประเทศนี้มาจากทะเล อาหารเกือบทั้งหมดก็มาจากทะเล มัลดีฟส์เป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในการพูดคุยกับหลายภาคส่วนในมัลดีฟส์ ผมพบว่าพวกเขาเป็นห่วง 2 อย่าง อันดับแรก คือ ภาวะโลกร้อนที่อาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อีกอย่างคือผู้คนที่พากันเข้ามาจากทั่วสารทิศ พวกเขาเป็นห่วงว่าผลกระทบทั้งทางตรง เช่น การก่อสร้างลงไปในแนวปะการัง และผลทางอ้อม เช่น ขยะ น้ำเสีย ที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว จะส่งต่อธรรมชาติอันเป็นแหล่งทำมาหากินของพวกเขา

มัลดีฟส์จึงพยายามหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวแบบ Mass ไม่ต้อนรับทัวร์ที่มีราคาถูกเกินไป พยายามรักษาระดับของการท่องเที่ยวไว้ให้เป็นระดับ 4-5 ดาว ซึ่งดูจากสภาพที่เกิดขึ้นแล้ว ผมคิดว่าเป็นไปได้ครับ เพราะคนที่นี่ทราบดีว่า หากต้องการเงินระยะสั้นเมื่อไหร่ หากไม่สนใจธรรมชาติเมื่อใด พวกเขาแย่แน่

กลุ่มธุรกิจไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ลงทุนสร้างโรงแรมในมัลดีฟส์มานานพอสมควร เนื่องจากภาวะที่ค่าที่ดินในแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลไทยเริ่มแพงมากขึ้นเรื่อยๆ และการควบคุมเรื่องสิ่งแวดล้อมทำได้ยากเย็นมากขึ้น เพราะโรงแรมเราดูแลอย่างดี แต่ดันมีน้ำเสียหรือการทำลายปะการังจากแขกของที่อื่น ผมคิดว่าเทรนด์ในอนาคตอันใกล้ เราจะเริ่มไปใช้มัลดีฟส์เป็นฐานในการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ มากขึ้นและมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงเรากับมัลดีฟส์คงจะต้องติดต่อพูดคุยประสานกันให้ใกล้ชิดขึ้น ไม่เฉพาะแค่ภาคธุรกิจ แต่ยังหมายถึงการร่วมมือกันด้านการศึกษาทะเล การดูแลรักษา การบริหารจัดการ ฯลฯ

นั่นคือเหตุผลที่ผมมามัลดีฟส์ในครั้งนี้ เพื่อเริมต้นการศึกษาดังกล่าว และจะพยายามหาทางเปิดความร่วมมือของไทยกับมัลดีฟส์ในเรื่องทะเลให้ก้าวไปข้างหน้า และหวังว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยกันผลักดัน เรามีอะไรหลายอย่างที่สามารถไปด้วยกันได้ แต่ต้องมีคนจุดประกายและเดินต่อกันครับ

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ วันที่ 6 ตุลาคม 2559

http://www.posttoday.com/travel/world/458671

Comment Box