ส่องเทศกาลเด่น “อาเซียน”



การรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียน ไม่เพียงที่เราต้องให้ความสำคัญกับด้าน “เศรษฐกิจ” แล้ว แต่การเข้าใจในเรื่องของความเชื่อ ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่แตกต่างกัน ก็เป็นส่วนใหญ่ของการสร้างความเป็น “เอกภาพ” ภายในสมาชิกได้เป็นอย่างดี ดังนั้น “เว็บไซต์ goAsean” ได้รวบรวมเทศกาลที่สำคัญที่สุดของแต่ละประเทศไว้

สำหรับประเทศไทยมี 2 เทศกาลที่ติดอันดับถือว่าเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่ เทศกาล “สงกรานต์” ขึ้นปีใหม่ไทยที่มีการรดน้ำดำหัวที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ และเทศกาล “ยี่เป็ง” (Yi Peng) หรือวันลอยกระทง ของชาวล้านนาที่จะมารวมตัวกันเพื่อปล่อยโคมไฟในคืนพระจันทร์เต็มดวง

ขณะที่ สปป.ลาว และเมียนมา ก็มี “เทศกาลสงกรานต์” หรือ “วันขึ้นปีใหม่” ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้เคียงกับประเทศไทย และจัดขึ้นในวันที่ 13-15 เม.ย.เช่นกัน

“บอน อม ตุก” กัมพูชา

เทศกาลน้ำ (Water Festival) หรือ “บอน อม ตุก” (Bon Om Tuk) เป็นเทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นช่วงเดียวกับเทศกาล “ลอยกระทง” ของไทย เพียงแต่กัมพูชาจะจัดงานต่อเนื่อง 3 วัน ตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ, ขึ้น 15 ค่ำ และยาวไปถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 12 รวมทั้งกำหนดให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ โดย “เทศกาลน้ำ” จัดขึ้นเพื่อแสดงความสำนึกในบุญคุณ ขอขมา และแสดงความเคารพต่อพระแม่คงคา เทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของกัมพูชา ให้มีความสมบูรณ์มายาวนาน อีกทั้งยังเป็นการขานรับการสิ้นสุดช่วงฤดูฝน เพื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หรือฤดูการจับปลาของกัมพูชา

“ไทปูซัม” มาเลเซีย

แม้มาเลเซียจะมีชาวฮินดูเพียง 9% ของประชากรทั้งหมด แต่ “เทศกาลไทปูซัม” (Thaipusam) หนึ่งในเทศกาลฉลองประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวฮินดูในมาเลเซีย ซึ่งเป็นการรำลึกวันคล้ายวันเกิดของ “เทพเจ้ามุรุกัน” หรือที่รู้จักว่า “พระขันธกุมาร” ซึ่งได้รับมอบอาวุธหอกมาจากพระแม่ปารวตี เพื่อใช้กำจัดอสูรสุรปัทมัน เทพเจ้ามุรุกันยังช่วยฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรือง และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

ชาวฮินดูจะมาร่วมฉลองเทศกาลนี้เพื่อแสดงถึงความขอบคุณโดยผู้ศรัทธาจะใช้อาวุธแทงตามร่างกาย บางคนก็แบกคณโฑใส่นมหนักถึง 50-80 กิโลกรัม เดินขึ้นบันไดกว่า 200 ขั้น ที่วัดศรีสุพรามานิยาร์สวามี ในรัฐสลังงอร์ ส่วนที่เมืองจอร์จทาวน์ หรือที่รู้จักในชื่อ “ปีนัง” ผู้แสวงบุญหลายพันคนจะออกมาร่วมกันผ่ามะพร้าว และใช้น้ำมะพร้าวล้างถนน ที่เป็นเส้นทางผ่านของขบวนแห่เทพเจ้ามุรุกัน ซึ่งเทศกาลไทปูซัมนี้มีขึ้นในช่วง ม.ค.-ต้น ก.พ.ของทุกปี

“เต็ดเหวียนดาน” เวียดนาม

เทศกาลเต็ด (Tet) หรือ “เต็ดเหวียนดาน” (Tet Nguyen Dan) เป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติที่สำคัญของเวียดนาม โดยเทศกาลเต็ดจะเริ่มขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะเข้าสู่ปีใหม่ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นในวันที่ 23 ธ.ค.ของทุกปี และจะมีพิธีเซ่นไหว้

“เต๋ากวน” หรือ “เทพเจ้าแห่งครัว” ด้วยผลไม้สด อาหารคาวหวาน รองเท้าชุดแต่งกายขุนนาง และปลาคาร์ป เพื่อที่จะส่งเทพเจ้าขึ้นไปรายงานความเป็นไปในแต่ละครอบครัวในปีที่ผ่านมาบนสรวงสวรรค์

นอกจากนี้ชาวเวียดนามยังนิยมตั้ง “เกย เนว” (Cay Neu) ต้นไม้ทำจากไม้ไผ่มาปักไว้หน้าบ้าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและมงคล จะทำให้วิญญาณชั่วร้ายหวาดกลัวและหนีไป และช่วง 7 วัน

ก่อนปีใหม่จะมีการทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งของใด ๆ ที่ชำรุดเสียหายก็ทิ้งไปและเปลี่ยนใหม่ ตระเตรียมเสื้อผ้าใหม่เพื่อต้อนรับสิ่งดี ๆ ในปีใหม่

“วันสารทจีน” สิงคโปร์

เทศกาล The Hungry Ghost หรือวันสารทจีนของสิงคโปร์ ด้วยการที่ประชากรส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เป็นชาวจีนถึง 74% ของประชากรทั้งหมด “วันสารทจีน” ถือว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญในสิงคโปร์ โดยจะจัดขึ้นในเดือนเจ็ดตามปฏิทินจันทรคติ เพราะเชื่อกันว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะกลับมาเยือนโลกมนุษย์อีกครั้ง

ตามความเชื่อของคนโบราณเชื่อว่าภูตผีเหล่านั้นอาจมารังควานและทำให้คนเจ็บไข้ไม่สบาย หากไม่ได้รับการเอาอกเอาใจ ดังนั้นผู้คนจะต้องทำพิธีเซ่นไหว้ทุกรูปแบบในช่วงเวลานี้ นับตั้งแต่การเลี้ยงอาหาร ผลไม้ อย่างยิ่งใหญ่ ไปจนถึงจ้างโรงละครหรือหุ่นกระบอก เพื่อทำการแสดงสร้างความครื้นเครง

สำหรับแวดวงเศรษฐีคนจีนในสิงคโปร์ มักจะกางเต็นท์ขนาดใหญ่ขึ้นกลางแจ้ง เพื่อจัดเลี้ยงอาหารค่ำ และจัดประมูลข้าวของ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในย่านใจกลางเมือง เช่น ย่านอังโมเกียว และยี่ชุน เป็นต้น

“อาติ อาติหาน” ฟิลิปปินส์

เทศกาลอาติ อาติหาน (Ati Atihan) ที่หมู่เกาะวิสยาส์ จะจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ม.ค.ของทุกปี เวลา 3 วัน 3 คืนจัดขึ้นที่เมืองคาลิโบ จังหวัดอัคลาน เพื่อรำลึกและแสดงความเคารพต่อ “เอตาส” (Aetas) ชนเผ่าแรกที่มาตั้งรกรากบนเกาะนี้ พร้อม ๆ กับการรำลึกถึงพระเยซูคริสต์ในวัยเด็ก (Jesus Child) ทั้งเพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงครั้งที่คริสต์ศาสนาได้เข้ามาเผยแพร่สู่แผ่นดินนี้เป็นครั้งแรก

คนที่ร่วมเดินขบวนจะแต่งกายตามรูปพรรณสัณฐานของคนเผ่าเอตาสก็คือ ผิวเข้ม รูปร่างสันทัด ผมหยิก เทศกาลนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนฟิลิปปินส์และชาวต่างชาติ เนื่องจากจะได้เห็นชาวบ้าน

พากันทาเนื้อตัวให้เป็นสีดำ แต่งกายแบบชนเผ่าที่มีสีสันสดใสเพื่อออกมาเต้นระบำบนท้องถนน ซึ่งความสนุกของผู้ที่ยืนชมขบวนพาเหรดนี้คือ ชาวบ้านจะนำสีหรือเขม่าดำมาทาหน้าทาตาให้กลมกลืนไปกับคนท้องถิ่น เพราะสำหรับเทศกาลนี้การมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาหมดจดนั้นเป็นข้อห้าม

“Bali Arts” อินโดนีเซีย

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย ทุกคนคงนึกถึง “เกาะบาหลี” ซึ่งไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ในช่วงเดือน มิ.ย. ถึงเดือน ก.ค.ของทุกปี จะมี “เทศกาลศิลปะบาหลี” (Bali Arts) ตั้งแต่การแสดงละครพื้นบ้าน การร้องและเต้นรำ “Sendratari” เป็นการเต้นรำหน้ากาก

เทศกาลดังกล่าวถือเป็นศูนย์รวมของความสวยงามของศิลปวัฒนธรรมของอินโดนีเซียที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวบาหลี ด้วยการจัดงานที่ยาวนานถึง 1 เดือน ส่วนใหญ่จะเปิดงานด้วยขบวนพาเหรดใน Denpasar จากอนุสาวรีย์ Bajra San-dhi จนถึง Indonesian Institute of the Arts ขบวนพาเหรดนักแสดงและวงมโหรีกามีลัน (Gamelan) อย่างยิ่งใหญ่

ที่มา: ประชาชาติธุระกิจ วันที่ 12 เมษายน 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1492005874

Comment Box