สิงคโปร์ครองแชมป์ แหล่งท่องเที่ยวที่คนใช้จ่ายสูงสุด



สิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกที่นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายเงินมากที่สุดในปี 2559 ขณะที่ฮ่องกง คู่แข่งที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมในภูมิภาคเอเชียเช่นกัน กลับหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 10


รายงานของมาสเตอร์การ์ดที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า ในปี 2559 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสิงคโปร์เพิ่มมากทำลายสถิติ ทำให้สิงคโปร์มีรายได้จากการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมาที่ 24,800 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (17,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน อินโดนีเซีย และอินเดีย

นายเดวิด สกาวซิลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่า ศูนย์กลางของจักรวาลกำลังเคลื่อนมายังเอเชีย นั่นหมายถึงการขยายตัวของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากจีนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยจากสถิติจะเห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศนั้นได้ขยับจำนวนจาก 58 ล้านคนในปี 2553 เป็น 135 ล้านคนแล้วในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจีนไม่ได้หลั่งไหลมุ่งหน้าสู่ฮ่องกงเป็นหลักเหมือนเมื่อครั้งอดีต แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังครองสัดส่วน 77% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในฮ่องกง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลงถึง 7% (สถิติ ณ ปี 2559 โดยคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งฮ่องกง)อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า หลังจากที่การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างฮ่องกง มาเก๊า และจูไห่ แล้วเสร็จ นั่นก็น่าจะทำให้การท่องเที่ยวของฮ่องกงคึกคักมากขึ้นอีกครั้งเนื่องจากจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวหรือไปมาหาสู่ระหว่างฮ่องกง มาเก๊า และแผ่นดินใหญ่ มีความสะดวกสบายมากขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง

ในส่วนของสิงคโปร์นั้น ส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวเกิดจากการพยายามจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ ก็ให้ความสำคัญกับการจัดงานและกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งปี “ผมคิดว่าความสำเร็จทั้งของสิงคโปร์และฮ่องกง คือต่างฝ่ายต่างก็สามารถสร้างความแปลกใหม่ สร้างจุดสนใจใหม่ๆ เรียกนักท่องเที่ยวเข้ามาได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้านการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและสันทนาการ ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาซ้ำไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้ง แต่นักท่องเที่ยวจะยังคงมาซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกๆ 3-4 ปี” ซีอีโอของ WTTC กล่าว

นอกจากนี้ยังระบุว่า ในแง่ของการแข่งขัน สิงคโปร์และฮ่องกงมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของทั้ง 2 ประเทศมักเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนว man-made หรือมนุษย์เป็นผู้สร้างหรือเป็นผู้จำลองแบบ สร้างสรรค์ขึ้นมา นอกจากนี้ ทั้ง 2 แห่งยังเน้นขายการท่องเที่ยวอิงการขายประสบการณ์แห่งความสุขและความพึงพอใจ อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวสวนสนุก และการตะเวนเที่ยวกินตามแหล่งร้านอาหารอร่อย เป็นต้น ซึ่งความท้าทายอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรถึงจะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาอีกหลายๆครั้ง

นายลิโอเนล เยียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การที่สำนักงานฯจับมือกับพันธมิตรอย่างการท่าอากาศยานชางอีและสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ ทำให้สามารถทำการตลาดในระดับสากลได้อย่างกว้างไกลมากขึ้นและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ ยังจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท เจทีบี ในญี่ปุ่น และไฟลท์ เซ็นเตอร์ ในออสเตรเลีย เพื่อเจาะตลาดให้นักท่องเที่ยวในประเทศเหล่านั้น เดินทางมาเยือนสิงคโปร์ให้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนสิงคโปร์ผ่านสนามบินชางอีที่อัตราเฉลี่ยปีละ 58.7 ล้านคน และสนามบินชางอีก็ติดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลกมา 5 ปีติดต่อกันแล้ว กิจกรรมดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมายังประเทศเล็กๆที่เป็นเกาะแห่งนี้คือ กิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่นการแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่จัดมา 8 ปีแล้ว ในปีนี้ สิงคโปร์ได้สร้างสรรค์กิจกรรมทางกีฬาใหม่ๆมาดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอล “อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยน คัพ” ซึ่งจะมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2560 อีกงานได้แก่งานแสดงศิลปะการต่อสู้ “ยูเอฟซี ไนท์ ไฟท์”เป็นโชว์ตอนกลางคืน จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ที่มา: บานเศรษฐกิจ วันที่ 11 พฤษภาคม 2560

http://www.thansettakij.com/content/147610

Comment Box