นิวซีแลนด์ ดินแดนแห่งชีวิตกลางแจ้ง



ในช่วงที่ค่อนโลกเป็นฤดูหนาว ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่อยู่ซีกโลกใต้ กลับเป็นฤดูร้อนที่มีอากาศอบอุ่น มองไปที่ไหนก็มีแต่ฟ้าใสๆ กับสายลมและแสงแดด บวกกับวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาอันสลับซับซ้อน หยอดท็อปปิ้งหิมะขาวโพลนไว้บนยอดเขาสักนิด ให้ตัดกับทะเลสาบสีฟ้าเทอร์คอยส์เบื้องล่างเกิดเป็นวิวที่แสนจะสวยงาม ทำให้นิวซีแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางในการหนีหนาวของคนค่อนโลก

สำหรับคนไทยเราช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวที่นิวซีแลนด์ด้วยเช่นกัน แต่เราไม่ได้หนีหนาวในเมืองไทยหรอกนะ (เราไม่เคยต้องทำแบบนั้น) ที่นิวซีแลนด์สามารถท่องเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปีเว้นช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. ไว้หน่อยเนื่องจากเป็นฤดูหนาว อากาศหนาวจัดและการเดินทางไปที่ต่างๆ อาจจะไม่สะดวกนัก

ด้วยภูมิประเทศที่ประกอบขึ้นด้วยเกาะใหญ่สองเกาะ คือ เกาะเหนือและเกาะใต้ แยกโดดเดี่ยวออกจากแผ่นดินทวีปใหญ่ ทำให้ชาวนิวซีแลนด์ต้องพึ่งพาตัวเอง และรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เทือกเขาหิมะที่ทอดยาวบนเกาะใต้ได้สร้างนักปีนเขาอย่าง เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลารี ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จเป็นคนแรก การละลายของการ์เซียน้ำแข็งบนยอดเขา ทำให้เกิดธารน้ำตื้นๆ ไหลไปตามร่องเขากระจายไปทั่วทั้งเกาะ เรือเจ็ตโบตที่ปราศจากใบพัดสามารถแล่นได้เร็วในลำน้ำที่ตื้นเหมาะกับธารน้ำแบบนี้ก็ได้คิดค้นขึ้นจากที่นี่ รวมทั้งกิจกรรมกลางแจ้งรูปแบบแปลกใหม่ ท้าทายต่อมความกล้าอย่างบันจี้จัมพ์ก็มีต้นกำเนิดในเมืองควีนสทาวน์ เมื่องที่ถือเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตกลางแจ้งทุกรูปแบบ

เราสังเกตรถที่แล่นผ่านไปมารอบๆ เมืองควีนสทาวน์ มากกว่าครึ่งจะต้องมีแร็กสำหรับติดตั้งอะไรสักอย่างอยู่บนหลังคา ถ้าไม่ลากเรือมาก็ต้องมีจักรยานหรือกระดานโต้คลื่นติดอยู่ เป็นเมืองเดียวที่คุณจะพบเห็นจักรยานแบบฟูลซัส จอดเรี่ยราดอยู่ตามที่จอดจักรยานข้างถนน เป็นที่เดียวที่คุณจะได้เห็นคนขี่จักรยานดาวน์ฮิลไปตามท้องถนน ใช้ขี่ออกมาซื้อของแวะกินกาแฟ ราวกับว่ามันเป็นจักรยานแม่บ้าน เพราะที่นี่เมืองควีนสทาวน์เป็นเมืองแห่งเมาเท่นไบค์อย่างแท้จริง

เคยมีคำกล่าวไว้ว่าถ้าคุณอยู่ในเมืองควีนสทาวน์ แล้วเขวี้ยงก้อนหินออกไปสักก้อน มันต้องไปตกลงในแทร็กของเมาเท่นไบค์ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ เพราะใจกลางเมืองนั้นมี Skyline Bike Park อยู่ใกล้แทบเอื้อมถึง ที่นี่มีรถกระเช้าพาตรงดิ่งขึ้นไปยังยอดเขา และมีเส้นทางจักรยานให้ไหลลงมาตามแทร็กธรรมชาติได้หลายเส้นทาง แต่โดยมากจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับจักรยานดาวน์ฮิลล้วนๆ

นอกจากนี้ เมื่อนั่งกระเช้ากอนโดล่าขึ้นไปอีกขั้นจะเป็นการเล่น Luge Ride คล้ายๆ รถโกคาร์ตแต่ไม่มีเครื่องยนต์ มีแค่คันโยกที่โยกได้สามระดับ จอด-เดินหน้า-เบรก ใช้แรงโน้มถ่วงของโลกดึงรถให้ไหลลงมาตามเส้นทางที่ทำไว้ ซึ่งนอกจากจะคดเคี้ยวจนต้องเอี้ยวตัวตามแต่ละโค้งแล้ว วิวโดยรอบจะเห็นเมืองควีนสทาวน์ทั้งเมืองปรากฏอยู่เบื้องหน้าอย่างสวยงาม

ห่างออกไปจาก Skyline Hill ไม่กี่กิโลเมตร จะเป็นแม่น้ำ Shotover ต้นกำเนิดการเล่นเรือผาดโผน Shotover Jet ที่ไม่ใช่แค่เล่นให้คุณดูแต่ให้คุณลงเรือไปด้วยกันเลย เรือ Jet Boat สีแดงสดจะพาผู้โดยสารเหาะเหินไปบนผิวน้ำด้วยความเร็ว โฉบเฉี่ยวเกาะแก่งหน้าผาสองข้างทางในระยะประชิดให้หวาดเสียวเล่นๆ ต่อด้วยไฮไลต์คือการดริฟต์เรือหมุน 360 องศา ที่เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นเรือ

นอกเมืองออกไปจะเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบการแคมป์ปิ้ง เราจะเห็นรถบ้านวิ่งกันขวักไขว่ พอๆ กับจักรยานทัวริ่งแบบ Full Load อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (Mt.Cook) ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของย่านควีนสทาวน์ เพราะนอกจากเทือกเขาหิมะที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ยังมีทะเลสาบปูกากิที่มีน้ำเป็นสีฟ้าเทอร์คอยส์ เกิดจากน้ำที่ละลายจากการ์เซียน้ำแข็งบนยอดเขาพัดพาเอาแร่ธาตุต่างๆ ไหลลงมารวมกัน เรียกว่าเป็นทะเลสาบน้ำแร่ก็ไม่ผิด ข้างๆ กันยังมีทะเลสาบเทคาโป ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเมาท์คุกรวมถึงทะสาบทั้งสองแห่งนี้ มีเส้นทางปั่นจักรยานอยู่หลายเส้นทางหลายระดับความยากง่าย ซึ่งตอนหน้าเราจะพาไปเจาะลึกถึงเส้นทางปั่นที่เด่นๆ อีกครั้งครับ

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที 23 กุมภาพันธ์ 2560

http://www.posttoday.com/travel/world/481668

Comment Box