“สมคิด” เปิดอบรมอาสาฯ ดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น พัฒนาศักยภาพเจ้าบ้านที่ดี



เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกและให้บริการนักท่องเที่ยวในแหล่งสำคัญ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม ภายในงานมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมตำรวจท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คนให้การต้อนรับ

นายสมคิด กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญยิ่งต่อประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยถึง 2.51 ล้านล้านบาทในปี 2559 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.6 ของจีดีพีประเทศ นอกจากนี้สถิติการท่องเที่ยวทั่วโลกขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ World Tourism Organization ประจำปี 2016- 2017 พบว่าประเทศไทยสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และยังติดอันดับ 9 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยวในมิติต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง ทั้งการเพิ่มศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งเพื่อให้เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก การยกระดับการให้บริการต่างๆ การสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนองนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ

นายสมคิดกล่าวต่อว่า การยกระดับให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านการท่องเที่ยวนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยที่ภาคประชาชนถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การจัดโครงการอบรมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกและให้บริการนักท่องเที่ยวในแหล่งสำคัญ จะเป็นแรงขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีร่วมกัน รวมทั้งถือเป็นการสร้างบทบาทหน้าที่การให้บริการและดูแลนักท่องเที่ยวที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อันเป็นส่วนสำคัญที่จะร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยให้ไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หรือ “Amazing Thailand Tourism Year 2018” อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวขึ้น อาสาสมัครที่ผ่านการอบรมจะได้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิดหลัก “สร้างสรรค์พลังไทย ท่องเที่ยวปลอดภัย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน”

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีภารกิจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเล็งเห็นความสำคัญของอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกและให้บริการนักท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย รวมทั้งฟื้นฟูการท่องเที่ยว ให้เติบโตและยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ในแง่ของความพร้อม กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมีกำลังพลที่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาให้ได้รับบริการที่ดี และพร้อมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งในด้านภาษาตำรวจท่องเที่ยวและอาสาสมัครสามารถตอบโต้ภาษาได้ 7 ภาษา มีล่ามแปลในการอำนวยความสะดวก อย่างไรก็ตามตำรวจท่องเที่ยวพร้อมปกป้องดูแลนักท่องเที่ยว ให้ท่องเที่ยวทั่วไทย ปลอดภัยและมีความสุขในทุกการเดินทางที่อยู่ในประเทศไทย เปรียบเสมือนเพื่อนคนแรกที่อยู่เคียงข้าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่น ความพึงพอใจกับการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกและให้บริการมากขึ้นและกลับมาท่องเที่ยวอีก

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 ตุลาคม 2560

www.prachachat.net/tourism/news-87386

Comment Box