พิษปราบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ทุบ “นักท่องเที่ยวจีน” เดือนตุลาฯ



หลังจากรัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบายปราบทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างจริงจังเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้นคาดการณ์กันว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยลดลงราว5%ของจำนวนที่คาดไว้ของปี 2559

ล่าสุดจากการเปิดเผยของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) พบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์ที่เป็นสมาชิกของแอตต้าหายไปกว่า 60% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยตัวเอง หรือ F.I.T. ยังคงเติบโตที่ต่อเนื่อง ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเดือนตุลาคมนี้หายไปเฉลี่ยราว 30% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความไม่ชัดเจนของมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ ทำให้บริษัททัวร์ในประเทศจีนไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ในช่วงแรก

และยิ่งช็อกอีกครั้งเมื่อประเทศไทยมีมาตรการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำในอัตรา1,000บาทต่อคนต่อคืนที่ส่งผลให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ของไทยปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยที่ 800-1,000 หยวนต่อแพ็กเกจ หรือราว 5,000 บาท ทำให้นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ แทน

เชิญจีนสำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของไทยนำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน พร้อมพบกับประธานไชน่าเนชั่นแนลทัวริซึ่ม หรือ CATA ซึ่งรับผิดชอบการท่องเที่ยวทั้งหมดของจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดนักท่องเที่ยวไทยในจีน รวมทั้งหารือเกี่ยวกับเรื่องโรดโชว์การท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดแนวทางความร่วมมือที่แน่นแฟ้นขึ้น

“สุรวัช อัครวรมาศ” รองนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) บอกว่า หลังจากประชุมหารือร่วมกันที่กรุงปักกิ่งแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายมีแผนการทำการตลาดด้านการท่องเที่ยวร่วมกันที่ชัดเจนขึ้น โดยไทยได้เชิญเอเย่นทัวร์จาก 5 เมืองหลักของจีน ประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, เฉิงตู, คุนหมิง และกวางเจา เมืองละประมาณ 20 เอเย่นต์ มาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของไทย อาทิ พัทยา ระยอง กระบี่ ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อให้เอเย่นต์เหล่านี้รับทราบว่าประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสร้างความเข้าใจด้วยว่าแพ็กเกจราคาทัวร์ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 บาทนั้น นักท่องเที่ยวจะได้แวลูที่เพิ่มขึ้น ตรงไหนและอย่างไรบ้าง

เตรียมนำ บ.ทัวร์ไทยพบคู่ค้าจีน

ขณะที่ “อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการแอตต้า บอกด้วยว่า ฟากของแอตต้าก็ได้เตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยที่ทำตลาดจีน ราว 200-300 ราย ไปโรดโชว์ครั้งใหญ่ใน 4 เมืองหลักของจีน อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ในช่วงต้นปีหน้า พร้อมทั้งเปิดโต๊ะเจรจาซื้อขายทางธุรกิจ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้คู่ค้าในตลาดจีนทราบว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่การทำตลาดทัวร์ให้เป็นตลาดคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวนี้จะช่วยฟื้นฟูตลาดและสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น

“ยอมรับว่าหลังจากภาครัฐบาลมีนโยบายการปรับรูปแบบการทำทัวร์คุณภาพภาคเอกชนก็ต้องปรับตัวและหันมาเพิ่มราคาจนเกิดการเข้าสู่ภาวะช็อกตลาดไปสักระยะการไปโรดโชว์ครั้งนี้ก็เพื่อบอกเลยว่า การทำทัวร์ของไทยหลังจากนี้เป็นการมาท่องเที่ยวที่คุ้มค่า จ่ายเงินเพียงครั้งเดียว นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวจริง ๆ เป็นอิสระมีสิทธิ์ตัดสินใจ ไม่ผูกขาด ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว”

จ่อจัดงานใหญ่เชื่อม “ไทย-จีน”

นอกจากนี้ ทางแอตต้ายังได้เตรียมเสนอกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ในปี 2561 เป็นปีการท่องเที่ยวใหญ่ระหว่างไทย-จีน ภายใต้ชื่อแคมเปญ “Thailand and China Tourism Year” หรือปีที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีนอย่างยิ่งใหญ่

และจัดให้มีการจัดโครงการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันทั้งไทยเที่ยวจีนและจีนเที่ยวไทยเพราะมั่นใจว่าในห้วงเวลานั้น ประเทศไทยจะมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ทั้งการปรับทัวร์คุณภาพที่เข้าที่เข้าทาง และกรมการท่องเที่ยวปรับปรุงมาตรฐานด้านบริการต่าง ๆ มากขึ้น

ส่วนภาพรวมของนักท่องเที่ยวจีนผ่านบริษัททัวร์ในปีนี้นั้น คาดการณ์ว่า อาจปรับลดลงจากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ประมาณ 6 ล้านคน เหลือประมาณ 5.5 ล้านคน หรือประมาณ 10%

9 เดือนนักท่องเที่ยว 24.8 ล้าน

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2559 ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในรอบ 9 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม-กันยายน 2559) ว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวน 24.82 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.37% และมีรายได้รวม 1.23 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 16.22% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 32 ล้านคน ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น คือ การจัดระเบียบบริษัททัวร์จีน ทำให้เกิดการชะลอการขายแพ็กเกจทัวร์นั่นเอง

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 25 ตุลาคม 2559

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1477296132

Comment Box