“กอบกาญจน์” เร่งสปีดตลาดครุยส์ ดันไทย “โฮมพอร์ต” หนุนอาเซียนขึ้นชั้นเวิลด์คลาส



“กอบกาญจน์” เร่งสปีดท่องเที่ยวตลาดครุยส์ของไทย ลุยหารือผู้บริหาร 2 ท่าเรือ “แหลมฉบัง-อ่าวมะขาม” พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกรับผู้โดยสารเรือสำราญ ต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ ไทยขึ้นแท่น “โฮม พอร์ต” หนุนฮับครุยส์อาเซียนใหญ่กว่าอเมริกาเหนือ ด้าน “เมียนมา-กัมพูชา” จีบเอกชนไทยลงทุนท่องเที่ยว ขณะที่ “ททท.” วางเป้าตลาดอาเซียนเที่ยวไทย กวาดรายได้แตะ 3 แสนล้านบาท

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้หารือกับบริษัทเดินเรือครุยส์ยักษ์ใหญ่ 2 บริษัท ผู้ดำเนินธุรกิจเรือสำราญ คือ GentingHong Kong และ Carnival Corporation เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวทางน้ำ (Maritime Tourism) และศักยภาพท่าเรือของไทย ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มล่องเรือสำราญได้

ผลักดันไทยสู่ “โฮมพอร์ต”

โดยทั้ง 2 บริษัทต่างเห็นโอกาสและศักยภาพของไทยในการเป็นท่าเรือต้นทางและสิ้นสุด หรือ Home Port ของตลาดเรือสำราญอาเซียน เนื่องจากมีเที่ยวบินจากจีนและอินเดียรองรับการเดินทางเชื่อมต่อจำนวนมาก แต่ยังไม่มีมาตรฐานบริการแก่ผู้โดยสารเรือสำราญที่เพียงพอ

นางกอบกาญจน์กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงเตรียมหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีจุดขายสำคัญคือใกล้กรุงเทพฯ เพื่อรองรับตลาดเรือสำราญให้ดีขึ้น รวมถึงแนวทางความเป็นไปได้ในการดึงเอกชนมาลงทุน เนื่องจากยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาคารผู้โดยสารครุยส์

เร่งพัฒนาท่าเรือสู่มาตรฐานสากล

ขณะที่ฝั่งอันดามัน แม้ภูเก็ตจะมีจุดจอดและท่าเรือสำราญอยู่บ้างแล้ว แต่กระทรวงมองว่าจำเป็นต้องมีท่าเรือที่มีขนาดร่องน้ำลึกรองรับเรือที่มีผู้โดยสารเกิน 3,000 คน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันให้พัฒนาท่าเรือสำราญบริเวณอ่าวมะขาม หลังบริษัท วิน อินเวสต์เมนต์ ชนะการประมูลสัมปทานไปแล้ว

“ต้องเร่งพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังและอ่าวมะขาม ให้สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้ตามมาตรฐานสากล ด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมือง ทั้งระบบตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ทั้งนี้ การพัฒนาท่าเรือจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากท้องถิ่น เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเรือสำราญต่อ 1 ลำนั้นมีจำนวนมาก และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่าย กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ท่าเรือควรอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากนัก หรือใช้เวลาขับรถไปไม่เกิน 1 ชั่วโมง” นางกอบกาญจน์กล่าว

นางกอบกาญจน์กล่าวด้วยว่า ต่อไปศูนย์กลาง (ฮับ) ตลาดการเดินเรือสำราญของอาเซียนจะใหญ่กว่าฮับที่อเมริกาเหนือ หลังนักท่องเที่ยวตลาดนี้ในแถบเอเชียมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก ทั้งชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และอินเดีย ผู้หญิงนิยมเที่ยวเรือสำราญมากขึ้น ประกอบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเรือสำราญเปลี่ยนไปจากภาพจำเดิม ๆ ที่ต้องเป็นมหาเศรษฐีเท่านั้น ถึงจะล่องเรือสำราญได้ แต่ปัจจุบันค่าใช้จ่ายบนเรือสำราญถูกลง เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 100 เหรียญสหรัฐ แต่ภาพลักษณ์หรือสถานะทางสังคมที่ผู้โดยสารได้รับนั้น ยังถือว่าดีมาก

โดยปัจจุบันทั่วโลกมีผู้โดยสารเรือสำราญทั้งหมด 24.5 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 25.5 ล้านคนในปีนี้

เล็งลงทุน “เมียนมา-กัมพูชา”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในอาเซียนด้วยว่า เมียนมาสนใจให้ภาคเอกชนของไทยเข้าไปลงทุนด้านท่องเที่ยวและบริการในเมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างเมืองมะริด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการเดินทางท่องเที่ยวกับจังหวัดระนองและภูเก็ตของไทยได้ สำหรับธุรกิจที่อยากให้ฝั่งไทยเข้าไปลงทุน คือโครงการทางน้ำ ท่าเรือท่องเที่ยว และโรงแรม หลังเมียนมาได้ปรับปรุงกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกยุคปัจจุบัน

ขณะที่กัมพูชาได้เสนอให้เอกชนไทยเข้าไปลงทุนธุรกิจด้าน อีโค-ทัวริสซึ่ม หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในเมืองท่องเที่ยวรองทางภาคเหนือและตะวันออกของกัมพูชา เพราะต้องการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักอย่างเสียมราฐ นอกจากนี้ ต้องการให้ไทยพาเอกชนไปสำรวจตลาดและการลงทุนที่เมืองกัมปอตทางภาคใต้ในเร็ว ๆ นี้ด้วย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เสนอให้กลุ่มประเทศอาเซียน นำเสนอ “กฎข้อบังคับล่าสุดในการส่งเสริมลงทุนด้านการบริการและธุรกิจท่องเที่ยว” ในเวทีการประชุมของสภาการท่องเที่ยวโลก World Tourism Con-gress (WTTC) ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือนเมษายนนี้ ภายใต้หัวข้อหลัก “Transforming Our World”

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ ATF 2018

ขณะที่งาน ไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท (ทีทีเอ็ม) 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้หารือระดับทวิภาคีกับกัมพูชาและ สปป.ลาว เกี่ยวกับการจัดโพสต์ทัวร์สำหรับผู้ซื้อต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมงาน 2 เส้นทาง คือ เชียงใหม่-เชียงราย-หลวงพระบาง และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ-จันทบุรี-ตราด- เสียมราฐ

ทั้งนี้ ได้ยืนยันความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน อาเซียน ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม (เอทีเอฟ) 2018 ในหัวข้อ “ASEAN: Sustainable Connectivity, Boundless Prosperity” ระหว่าง 22-26 มกราคม 2561 ที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า ททท.ตั้งเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียนมาไทยปี 2560 ไว้ที่จำนวน 9.2 ล้านคน เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนรายได้ตั้งเป้าที่ 2.9 แสนล้านบาท เติบโต 11%

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 27 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1485408207

Comment Box