จ่องัดกม. ฟันโรงแรม-รีสอร์ตบนเขาค้อ สแกนพบยื่นเอกสารครอบครองเพียง 30%



วันที่ 14 มกราคม นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ (ผอ.สปฟ.กปม) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโรงแรมรีสอร์ทและบ้านพักหรูที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ว่า ในพื้นที่เขาค้อมีพื้นที่ 2 ส่วนด้วยกันส่วนแรกเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ดูแลอยู่

และอีกส่วนเป็นของฝ่ายทหารโดยกองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์ ซึ่งกรมป่าไม้มีแผนการตรวจสอบการใช้พื้นที่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นโรงแรมรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ ซึ่งตรงนี้ได้มีการแจ้งผู้ครอบครองมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และคงถึงเวลาแล้วที่ต้องติดตามดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะในส่วนผู้ประกอบการและเจ้าของฯที่ไม่ได้ยื่นเอกสารการครอบครอง ซึ่งตรงนี้ทางอธิบดีกรมป่าไม้ได้สั่งการไว้ชัดเจนแล้วและคงต้องบังคับใช้กฎหมาย

“แต่สำหรับในส่วนพื้นที่การขอใช้ประโยชน์จากทางฝ่ายทหาร ก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่ ตรงนี้คงต้องหารือร่วมกันระหว่างทางกองทัพและกรมป่าไม้ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะพื้นที่ดังกล่าวก็อยู่ในความดูแลของกองทัพบก แต่ทั้งนี้เป้าหมายแรกที่เราจะดำเนินการจะอยู่ในเขตพื้นที่ป่าที่กรมป่าไม้ดูแลก่อน”นายอรรถพล กล่าว

สแกนพื้นที่เขาค้อก่อนหน้านี้พบว่ามีโรงแรมรีสอร์ท

นายอรรถพลกล่าวว่า จากการสแกนพื้นที่เขาค้อก่อนหน้านี้พบว่ามีโรงแรมรีสอร์ทและบ้านพักหรูที่อยู่ในเขตสงวนแห่งขาติเขาปางก่อ-วังชมภูและป่าเขาโปกหล่นจำนวนกว่า 300 ราย หลังได้แจ้งให้เจ้าของและผู้ประกอบการยื่นเอกสารการครอบครองปรากฎว่ามีเพียงราว 30% ที่ยื่นเอกสารให้ตรวจสอบ ฉะนั้นหากโรงแรมรีสอร์ทบ้านพักหรูเหล่านี้ยังไม่ยอมยื่นเอกสารแสดงการครอบครองอีก ก็จำเป็นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนี้ไปจะมีการบีบกระชับเพื่อบังคับใช้กฎหมายเข้าไปเรื่อยๆ เพราะถือว่าให้โอกาสแสดงเอกสารแล้ว

รายงานระบุว่า คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สปฟ.กปม., นายจงคล้าย วรพงศธร ผอ.สสป.กปม., นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หน.ชุดพยัคฆ์ไพร กปม., นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า, นายชิต อินทระนก ผอ.ศูนย์ประสานงานป่าไม้ จ.เพชรบูรณ์, ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า(พล), ผอ.ส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สจป.4(พล), จนท.กอ.รมน.จ.พช, ผู้นำชุมชน พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ตำบลศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ร่วมประชุมหารือและชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ถึงการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำป่าสัก ขึ้นที่สำนักสงฆ์ห้วยบัวใหญ่ หมู่ 11 บ้านซำบุ่น ต.ศิลา อ .หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังลงพื้นที่สำรวจจุดเจรียมจัดตั้งฐานฟื้นฟูป่าบนยอดเขาหัวโล้น ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขตรอยต่อจ.เลยและจ.เพชรบูาณ์ ที่ยึดคืนจากนายทุนเมื่อปี 2559-2560 รวม 5 คดี เนื้อที่ 12,795 ไร่ ตามยุทธการป่าสักยั่งยืนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าวจะใช้แนวทางการดำเนินการดังนี้ 1.กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการฟื้นฟู ในเขตป่าต้นน้ำแม่น้ำป่าสักซึ่งอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1,2 และได้เริ่มเข้าบังคับใช้กฎหมายตรวจยึดพื้นที่ของกลุ่มทุนนอกพื้นที่ตั้งแต่ปี 2558-2559 (ระยะที่1)จำนวนประมาณ 12,795 ไร่ และจะตรวจยึดเพิ่มเติ่มอีก ไม่ต่ำกว่า 10,000ไร่ในปี 2560 (ระยะที่2)ตามแนวทางคำสั่งคสช.ที่64/2557 2.เริ่มปลูกป่าพื้นฟู ปีที่ 1 (2559)จำนวนพื้นที่ ประมาณ1,200ไร่ และกำหนดแผนปลูกต่อเนื่องอีกประมาณ ไม่ต่ำกว่า2,000ไร่ในปีที่2(2560)นี้ โดยกำหนดรูปแบบแปลงปลูกให้ต่อเนื่องจากปีที่1ต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกัน 3.วางแผนตั้งศูนย์อำนวยการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ (ศูนย์ป่าสัก1)และฐานการควบคุมการฟื้นฟูพื้นที่(ฐานป่าสัก 1/1 และ 1/2) เพื่อเตรียมรองรับอำนวยการปฎิบัติตามแผนงานๆ 4.กำหนดรูปแบบของชุดปฎิบัติการๆในการพื้นฟู ให้สามารถเป็นชุดบังคับใช้กฎหมายและเป็นชุดปลูกฟื้นฟู บำรุงดูแลรักษา ควบคุมไฟป่าได้ด้วย รวมทั้งให้สามารถดูแลพื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่เหลืออยู่ให้ได้ รวมทั้งแผนงานการสร้างความการรับรู้ สร้างความเข้าใจของชาวบ้านในพื้นที่ได้

5.ดำเนินการ ตรวจสอบข้อมูลแปลงที่ดิน ที่ทำกินของชาวบ้าน นำมากำหนดในแผนงานหลักตามแนวทางของ คำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 เพื่อลดผลกระทบและสร้างกลไกการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูแบบมีเงื่อนไขตามแผนงานๆ 6.กำหนดแนวทางบูรณาการการปฎิบัติๆโดยหน่วยงานหลักในพื้นที่ของ กรมป่าไม้ ได้แก่ หน่วยงานด้านป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า,หน่วยงานส่งเสริมการปลูกป่า,หน่วยงานป่าชุมชน,บูรณาการตามแผนงานๆ เป็นแนวทางการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และแก้ปัญหาเขาหัวโล้นในเชิงรุก

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484368205

Comment Box