“ทีเส็บ” รุกไมซ์เอเชีย-คาดปี′60 รายได้ 1 แสนล้าน



“ทีเส็บ” เข็นมาตรการงัดความร่วมมือภาครัฐ-ไมซ์โมเดล 4.0 ดูดความสนใจ ดึงตลาดไมซ์ต่างประเทศเข้าไทย พร้อมวางกลยุทธ์ปี”60 บุกตลาดไมซ์ฝั่งเอเชียต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจยุโรปทุบยอดนักเดินทางมาไทย ตั้งเป้าโกยรายได้ไมซ์ทะลุ 1 แสนล้านบาท

 

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีเส็บอยู่ระหว่างจัดทำโครงการเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและแสดงสินค้า(ไมซ์) จากตลาดต่างประเทศ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยรายละเอียดเกี่ยวข้องกับ 3 เรื่องหลัก ๆ

 

ประกอบด้วย 1.การลดหรือยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าแก่นักเดินทางไมซ์ต่างชาติ ซึ่งนำสินค้าวัสดุและอุปกรณ์มาจัดกิจกรรมไมซ์ในไทย 2.ตัดขั้นตอนทำใบอนุญาตทำงานแก่ผู้พูดชาวต่างชาติบนเวทีประชุมสัมมนาต่าง ๆ และ 3.ให้ความช่วยเหลือเรื่องการทำวีซ่าแบบอัตโนมัติแก่นักเดินทางที่มีจุดประสงค์เข้าร่วมงานไมซ์ในไทย

 

“การลดความยุ่งยากนี้จะทำให้ไทยเป็นจุดหมายด้านไมซ์ที่น่าสนใจมากขึ้นในสายตาต่างชาติและสร้างการเติบโตของรายได้ประเทศจะสูงกว่าที่เสียไปแน่นอนทั้งนี้คาดว่าจะเสนอโครงการดังกล่าวต่อ ครม.ได้ในช่วงต้นปี 2560”

 

นอกเหนือจากมาตรการด้านภาษีและการอำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางไมซ์ต่างชาติจากภาครัฐแล้ว ทีเส็บยังอยู่ระหว่างการจัดทำ “ไมซ์ โมเดล 4.0” นำเรื่องของเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้กับการจัดงานไมซ์มากขึ้น จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ดีขึ้น สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลเรื่องไทยแลนด์ 4.0 อาทิ การนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดระบบนัดหมายเจรจาซื้อขาย รวมถึงเทคโนโลยีที่ชื่อ “BEACON” ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้ซื้อหรือลูกค้า ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นและสิงคโปร์โดดเด่นเรื่องนี้มาก

 

สำหรับกลยุทธ์ส่งเสริมตลาดไมซ์ของไทยในปี 2560 ทีเส็บตั้งเป้าดึงนักเดินทางไมซ์จากเอเชียเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วนมากที่สุด 65% สอดรับกับทิศทางการทำธุรกิจไมซ์ที่มุ่งดึงคนในเอเชียมาร่วมงานไมซ์มากขึ้น ส่วนตลาดรองลงมาอย่างยุโรปมีสัดส่วน 35% ยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ เห็นได้จากกระแสการเดินทางไมซ์ไปนอกประเทศตัวเองลดลงต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว

 

ด้านการเติบโตในแง่จำนวนงานไมซ์นั้น ทีเส็บสามารถประมูลสิทธิ์ดึงงานจัดประชุมระดับคองเกรสจากสมาคมต่าง ๆ ทั่วโลกมาจัดที่ไทยรวม 20 งาน โดยเป็นงานของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานด้านไมซ์โดยตรงในสหรัฐอเมริกา ส่วนงานจัดแสดงสินค้าปีนี้มีจำนวนงานรวม 108 งานเพิ่มขึ้นจาก 90 งานเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งงานใหม่ ๆ ที่ทีเส็บดึงมาเพิ่มนั้น ส่วนใหญ่แตกไลน์จากงานเดิม โดยมีลักษณะเจาะตลาดความสนใจเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) มากขึ้น

 

นางศุภวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลวิจัยในปีที่ผ่านมาพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมไมซ์คิดเป็นจำนวนถึง2.2แสนล้านบาท และยังส่งผลต่อการจ้างงานประมาณ 1.64 แสนอัตรา นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีจากธุรกิจไมซ์ได้ 10,400 ล้านบาท และยังก่อให้เกิดประโยชน์เชิงปริมาณที่เกิดจากการสร้างเครือข่ายในการลงทุนการสร้างตราสินค้าและการแบ่งปันทักษะระหว่างอุตสาหกรรมจึงเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลบรรจุอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ20ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)

 

“ปี 2560 ทีเส็บประมาณการว่าประเทศไทยจะมีนักเดินทางไมซ์ทั้งสิ้น 1,109,000 คน ทำรายได้ 101,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีนักเดินทางไมซ์ 1,060,000 คน คิดเป็นรายได้ 92,000 ล้านบาท”

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 4 ตุลาคม 2559

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1475489917

Comment Box