“ทีเส็บ” หนุนจัดประชุมสัมมนา 9 พื้นที่โครงการพระราชดำริ



“ทีเส็บ” เปิดโรดแมปโดเมสติกไมซ์ปี′60 ประกาศชูโครงการ “ประชุมเมืองไทย…อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” ส่งเสริมการจัดประชุม สัมมนาในพื้นที่โครงการหลวง ต่อยอดแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” พร้อมหนุน “น่าน” ขึ้นแท่นเมืองไมซ์อินเซนทีฟกลุ่มลูกค้าองค์กร ตั้งเป้ากวาดรายได้ 5.4 หมื่นล้านบาท

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องคการมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า ปีนี้ทีเส็บยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการจัดประชุม สัมมนา และการแสดงสินค้าภายประเทศ หรือโดเมสติกไมซ์ (Domestic MICE) ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญในการช่วยส่งเสริมการกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสอดรับกับรัฐบาลที่สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนจัดประชุม สัมมนาในประเทศ

โดยปีนี้ทีเส็บจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมการจัดกิจกรรมไมซ์ในพื้นที่โครงการพระราชดำริภายใต้โครงการ “ประชุมเมืองไทย…อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” มุ่งนำเสนอพื้นที่ในโครงการพระราชดำริที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดประชุมสัมมนา เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพ่อหลวง ซึ่งปีนี้ทีเส็บได้ทำการคัดเลือกพื้นที่มา 9 แห่ง เพื่อสานต่อแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” เน้นการส่งเสริมกิจกรรมดีไมซ์ใน 5 พื้นที่เมืองไมซ์ซิตี้

ประกอบด้วย สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริและพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร, สวนสองแสน สถานีวิจัยดอยปุย จ.เชียงใหม่, โครงการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก, โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ บ้านน้ำป้าก จ.น่าน, โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จ.เพชรบุรี, สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จอมทอง จ.เชียงใหม่ และโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช

“โครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นการช่วยกันกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมงานประชุม สัมมนา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปพัฒนาต่อและทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป” นายนพรัตน์กล่าว

และว่า นอกจากนี้ ทีเส็บยังทำการส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นการจัดประชุม สัมมนา และอินเซนทีฟ ทริป (การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล) ภายในประเทศ สำหรับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งยกระดับรูปแบบ มาตรฐานการจัดงานระดับท้องถิ่นให้เป็นงานระดับภูมิภาค และกระจายงานแสดงสินค้าในประเทศที่ประสบความสำเร็จไปจัดในภูมิภาคต่าง ๆ

ด้านนายภูริพันธ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ ทีเส็บ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันงานด้านการส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาภายในประเทศ หรือดีไมซ์นั้น รับผิดชอบการส่งเสริมการจัดงานประชุม สัมมนา และงานแสดงสินค้าใน 5 พื้นที่เมืองไมซ์ซิตี้ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, พัทยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต และขอนแก่น และในพื้นที่ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ตลอดจนส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าทั่วประเทศ รวมทั้งเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 พื้นที่ และจังหวัดที่มีศักยภาพ เพื่อเชื่อมโยงประเทศพื้นที่ในภูมิภาค CLMV

ขณะเดียวกันทีเส็บอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อหาจังหวัดที่มีศักยภาพในการเป็นเมืองไมซ์ซิตี้เพิ่มเติม อาทิ เชียงราย, หาดใหญ่, อุดรธานี, หนองคาย เป็นต้น ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์จังหวัดพบว่า มีจังหวัดที่มีความพร้อมในการยกระดับเป็นไมซ์ซิตี้อีกถึง 4-5 จังหวัด ภายใน 5 ปีนี้ ทั้งนี้ ตามแผนทีเส็บจะเพิ่มปีละ 2 จังหวัด

โดยในปีนี้ทีเส็บมองว่า จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ เนื่องจากมีสายการบินให้บริการทั้งจากสนามบินดอนเมืองและสนามบินเชียงใหม่ มีโรงแรมที่สามารถรองรับกลุ่มประชุมได้ตั้งแต่ 50-500 คน มีห้องพักในโรงแรมขนาดใหญ่หลายที่ที่สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าไมซ์รวมมากกว่า 300 ห้อง และยังมีโรงแรมขนาดเล็กที่รองรับการจัดงานขนาดเล็กได้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่รองรับการจัดกิจกรรมไมซ์แบบหมู่คณะได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรมช่วยเหลือสังคม, กิจกรรมเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม, กิจกรรมเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้ จังหวัดน่านยังมีเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่สามารถจัดงานประชุม สร้างความรู้ อาทิ โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ บ้านน้ำป้าก อ.ท่าวังผา ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบในการพัฒนาด้วยการนำแนวทางพระราชดำริของรัชกาลที่ 9, ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา โครงการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง, ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชนชีววิถี บ้านน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง ชุมชนนำร่องแห่งแรกที่ชาวบ้านหันมาพึ่งพาตนเองโดยใช้สมุนไพร ฯลฯ

นายภูริพันธ์กล่าวด้วยว่า คาดว่าในปีงบประมาณ 2560 นี้ ธุรกิจในส่วนของดีไมซ์จะสามารถสร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5-10% หรือประมาณ 54,000 ล้านบาท จากจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศ 26 ล้านคน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1486625332

Comment Box