เพิ่มอรรถรสการพรีเซนต์งานด้วยวิดีโอ



การพรีเซนต์งานด้วยซอฟต์แวร์พรีเซนเทชั่น (Presentation Software) ผ่านเครื่องโปรเจกเตอร์ถือเป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลแบบปกติของคนทำงานในยุคปัจจุบัน แต่เมื่อมองย้อนกลับไปยังยุคก่อนหน้านี้ก็อาจเป็นเรื่องค่อนข้างยากลำบากอยู่พอสมควรหากใครสักคนต้องการนำเสนอข้อมูลไปยังกลุ่มคนหมู่มากอย่างมีประสิทธิภาพตามที่ตนต้องการ ส่วนใหญ่ก็มักจะทำในรูปแบบการประชุมกลุ่มย่อย การประชุมกลุ่มใหญ่ หรืออาจเป็นการสัมมนาที่มีผู้รับฟังจำนวนมาก โดยทราบกันดีว่าโสตทัศนูปกรณ์ประเภทเครื่องฉาย เช่น แผ่นโปร่งใส ฟิล์มสไลด์ ในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะยังไม่สามารถใช้งานในลักษณะของภาพเคลื่อนไหวได้

หรือหากต้องการนำเสนอข้อมูลในลักษณะของภาพเคลื่อนไหวจริงๆ ผู้นำเสนอข้อมูลก็อาจต้องนำเสนอข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจากฟิล์มภาพยนตร์ เทปวิดีทัศน์ ซึ่งมีความยุ่งยากอยู่ พอสมควร เพราะนอกจากจะต้องตระเตรียมอุปกรณ์ สำหรับฉายฟิล์มภาพยนตร์หรือเทปวิดีทัศน์ดังกล่าวแล้ว ยังไม่สะดวกและขาดความคล่องตัวในการใช้งาน รวมทั้งกระบวนการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวมักจะมีต้นทุนที่สูงตามไปด้วย

เมื่อเข้าสู่ยุคคอมพิวเตอร์ รูปแบบของการพรีเซนต์งานก็มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้งานซอฟต์แวร์พรีเซนเทชั่น ผู้นำเสนอข้อมูลเพียงมองหารูปแบบ (Theme Design) ของสไลด์ที่ตนต้องการ โดยรูปแบบดังกล่าวก็มีเตรียมไว้ให้ในซอฟต์แวร์พรีเซนเทชั่นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น Microsoft PowerPoint, Impress Presentation หรือ Google Slide เมื่อเลือกรูปแบบได้แล้วก็เพียงทำการจัดวางตัวอักษรให้เหมาะสม รวมทั้งใส่รูปภาพประกอบเนื้อหาเพิ่มเติมได้ก็น่าจะเพียงพอกับการนำเสนอ ส่วนที่เหลือ ต่อจากนั้นก็ควรจะมุ่งเน้นไปที่วาทศิลป์ของผู้นำเสนอข้อมูลซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าสิ่งที่ได้เตรียมมาตั้งแต่ตอนต้นจะสูญเปล่าหรือไม่

เชื่อว่านักพรีเซนต์ทั้งมือเก่าและมือใหม่หลายท่านแม้จะเคยผ่านการนำเสนอข้อมูลในที่สาธารณะมามาก ความผิดพลาดระหว่างการนำเสนอข้อมูลก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ ในบางครั้งข้อมูลสำคัญๆ ที่เตรียมมาก็อาจถูกลืมไปไม่ได้กล่าวถึง แม้จะมีตัวอักษรและรูปภาพนำทางบนสไลด์ก็ยังไม่สามารถทำให้ผู้พรีเซนต์เก็บรายละเอียดได้หมด ผู้พรีเซนต์บางท่านถึงขนาดประหม่าไปเลยก็ยังมี อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันความผิดพลาดต่างๆ เหล่านี้และช่วยแบ่งเบาภาระการจดจำได้ด้วยการนำวิดีโอเข้ามาใช้ประกอบในเนื้อหาที่เราต้องการพรีเซนต์นั่นเอง

โดยทั่วไปวิดีโอที่นำมาใช้ประกอบการพรีเซนต์นั้นจะมีความยาวไม่มากนัก โดยจะมีความยาวตั้งแต่ 1-3 นาทีเท่านั้น แน่นอนว่าวิดีโอที่นำมาใช้ ต้องมีข้อมูลที่ต้องการนำเสนอครบถ้วน ช่วงเวลาของการนำเสนอวิดีโออาจเป็นช่วงก่อนการพรีเซนต์หรือเป็นการเปิดตัวเข้าสู่การพรีเซนต์ (Introduction) ผู้พรีเซนต์บางท่านอาจนำวิดีโอมาสอดแทรกระหว่างการพรีเซนต์ หรืออาจใช้วิดีโอปิดท้ายการพรีเซนต์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้รับฟัง ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใด

สำหรับการสร้างวิดีโอ (Video Production) เพื่อการพรีเซนต์นั้น โดยทั่วไปมี 2 ลักษณะ แบบแรกเป็นการถ่ายทำด้วยกล้องถ่ายวิดีโอแล้วนำมาผ่านกระบวนการตัดต่อโดยผู้เชี่ยวชาญ การสร้างวิดีโอลักษณะนี้มีรายละเอียดในการจัดทำอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการจัดทำ อุปกรณ์ที่ใช้ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้ และที่สำคัญก็คือมักมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงต่อการจัดทำวิดีโอในแต่ละครั้ง ซึ่งก็ไม่แน่ว่าวิดีโอที่จัดทำออกมาจะสามารถใช้พรีเซนต์ได้กี่ครั้งหรือจะคุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่ได้จ่ายไปหรือไม่ ต่างจากการสร้างวิดีโอในแบบที่สองคือการสร้างวิดีโอจากซอฟต์แวร์สำเร็จรูป

ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่สามารถนำมาใช้ทำวิดีโออยู่มากมายทั้งแบบที่ติดตั้งใช้งานในคอมพิวเตอร์ (Desktop Application) และแบบที่ใช้งานเว็บแอปพลิเคชันผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web-based Application) ซึ่งอย่างหลังนั้นกำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนักเพราะเป็นการเช่าใช้งานตามช่วงระยะเวลา อีกทั้งแอปพลิเคชันยังมีเครื่องมือ (Tools) ที่ใช้งานง่ายทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเรียนรู้นาน และสิ่งที่น่าจะถูกอกถูกใจผู้ใช้มากที่สุดก็คือมีรูปแบบวิดีโอสำเร็จรูป (Template Video) พร้อมของแต่งวิดีโอให้เลือกใช้ตามลักษณะเนื้อหาอยู่มากมาย ผู้ใช้สามารถทำการอัปโหลดไฟล์วิดีโอที่ถ่ายมาขึ้นไปตัดต่อได้หรือจะเลือกตัวแอนิเมชันพร้อมใช้ที่มีอยู่แล้วมาตกแต่งเป็นวิดีโอของตนเองก็ได้เช่นกัน

ที่สำคัญก็คือผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานจากที่ใดหรือคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันที ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ เว็บแอปพลิชันจัดทำวิดีโอนั้นมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น GoAnimate ( https://goanimate.com), Animatron (https://www.animatron.com), Animaker (https://www.animaker.com), Biteable (https://biteable.com) หรือ Moovly (https://www.moovly.com) ซึ่งผู้ใช้ยังสามารถเลือกแอปพลิเคชันที่ถูกใจได้เองจากการใช้คีย์เวิร์ด ‘Animation Maker Online’ สืบค้นจาก Google Search อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างวิดีโอนั้นมีข้อควรพิจารณา ดังต่อไปนี้
1. เว็บผู้ให้บริการต้องเปิดให้เราได้ทดลองใช้งานฟรีก่อน
2. สามารถดาวน์โหลดลงมาเป็นไฟล์วิดีโอได้หลากหลายแบบ เช่น .mp4, .mov, avi หรือ .wmv เป็นต้น และจำนวนครั้งที่สามารถดาวน์โหลดได้ต่อเดือนควรเพียงพอต่อการใช้งาน
3. ควรมีชุดวิดีโอสำเร็จรูป (Template Video) ให้เลือกใช้งานเยอะและรูปแบบนั้นควรสนับสนุนธุรกิจของเรา
4. เครื่องมือสร้างวิดีโอต้องทำงานเร็ว ใช้งานง่าย ซึ่งปกติจะเป็นลักษณะของการลากวางแล้วสั่งเล่นได้เลย
5. สามารถอัปโหลดไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง หรือรูปภาพขึ้นไปตกแต่งวิดีโอได้
6. รองรับความยาวของวิดีโอได้ตามต้องการ
7. รองรับความละเอียดของวิดีโอได้ตามต้องการ
8. อัตราค่าบริการรายเดือนย่อมเยา (ควรเปรียบเทียบหลายๆ เว็บ)

อันที่จริงแล้วเครื่องมือสำหรับสร้างวิดีโอแบบเว็บแอปพลิเคชันนั้นค่อนข้างใช้งานง่ายท่านผู้ประกอบการจะทดลองใช้งานด้วยตนเองก่อนก็ย่อมได้ หรือหากเห็นว่าจะเสียเวลามากเกินไปก็มอบหมายให้ผู้ช่วยที่เป็นผู้ใช้งานทั่วไปและไม่ได้เป็นผู้ชำนาญการด้านการตัดต่อวิดีโอทดลองฝึกใช้งานแทน ซึ่งก็น่าจะทำได้ไม่ยากนัก ยิ่งถ้าจุดประสงค์ของการนำวิดีโอไปประกอบการพรีเซนต์ก็ยิ่งลดความยุ่งยากลงไปได้มากทีเดียว อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้วิดีโอชิ้นนั้นๆ มีคุณภาพในด้านเนื้อหามากยิ่งขึ้นก็ควรร่างเนื้อหามาเป็นสคริปต์หรือสตอรี่บอร์ดแล้วนำมาให้ทีมงานช่วยกันระดมความคิดหรือตรวจทานเสียก่อน ก็จะยิ่งเพิ่มความเข้มข้นให้กับเนื้อหา ทั้งยังสามารถลดข้อผิดพลาดที่อาจมีอยู่ได้เช่นเดียวกัน


Add Aesthetic Quality of Work Presentation with Illustrated Video

Work presenting with Presentation Software via projector is considered as a common information presentation of working people in present time, but when looking back onto earlier time, it might be quite difficult if someone wanted to efficiently present information to a big group of people as they

Add Aesthetic Quality of Work Presentation with Illustrated Video

wanted. Mostly, this would be done in the format of minor group meeting, major group meeting, or seminar session that there were many participants joining in, while the audiovisual aids for projection such as transparent sheet and film slide back then could not yet be used in the format of motion picture, or if presenter really wanted to present information in the format of motion picture,

they might need to use movie film or videotape, which might cause quite a bit of trouble because rather than preparing devices to project such movie film or videotape, this would give some inconvenience and inflexibility for usability and this format of information presentation always cost a fortune as well.

After reaching to computer era, the format of work presentation had gotten even more convenience. By using presentation software, information presenter only needed to choose the liking Theme Design of a slide, which those forms had already been provided in any general presentation software including Microsoft PowerPoint, Impress Presentation, or Google Slide. After choosing the preferable theme, presenter only positioned characters, and illustrated images properly, then it should be good enough for presentation, other than that presenter should emphasize on their rhetoric for information presenting, which would be the key indicator to indicate whether all efforts being put in from the beginning were useless or not.

Mostly, both old and new presenters might have been through information presenting in public area several times, but mistakes during information presenting still took place. Sometimes important information that was prepared by presenter might be forgotten to mention even though there were guiding characters and images on the slide, but presenter might not be able to cover them all, which some presenters might even feel bashful throughout the presentation session. However, we can prevent these mistakes, and help lessening memorizing burden by bringing video into the content for presentation.

Generally, illustrated video for presentation shall have a short length last only 1 – 3 minutes, which video being used must definitely have completed information for presentation, while the time period for video presentation might be an earlier period before presentation, or introduction to the presentation. Some presenters might insert some videos during presentation, or end the presentation with video to impress the audiences, which there is no right or wrong for that.

Audience in the lecture hall.

In addition to Video Production for presentation, it is generally divided into two forms, the first one is to shoot with video camera, and undergo editing process by video editing expert. Normally, producing this form of video requires moderate production details i.e. production time period, production gears, specialized production staffs, and more importantly this always cost a fortune for each time of production, which it cannot guarantee how many times this video can be presented, or whether it will be worth money or not. In addition, this will be different apart from the second form of video production, which is to produce video via video maker software.

Currently, there are several software applications available for video production including Desktop Application and Web-based Application, which the latter one is gaining more popularity among users since it can be used based on the designated rental period so this will be less expensive than the first one, while this kind of software application also features some simple Tools that make user learn how to use it very quick, and what to impress users the most is that it features Template Videos, and several video add-on options to suit many types of contents. User can upload shot video files for editing, or choose available animations to edit the user’s video. Moreover, user can immediately access to the software wherever or any computer that is connected with internet making it more convenience for user.

In addition, there are video production web-based applications available including GoAnimate ( https://goanimate.com), Animatron (https://www.animatron.com), Animaker (https://www.animaker.com), Biteable (https://biteable.com), or Moovly (https://www.moovly.com), which user is able to choose preferable application by searching with keyword “animation maker online” over Google Search. However, choosing web application for video production needs to consider several elements as follows
1. Web provider should have free trial version software.
2. Can be downloaded in several video file formats such as .mp4, .mov, avi, or .wmv, etc., and download amount per month should be enough for usage.
3. Feature plenty of Template Videos, and such format should go together with our business.
4. Video maker tool must be quickly processed and easy to use, which normally it will be the simple drag & drop instructions, and hit play video.
5. Allow uploading videos, audio files, or images for video editing.
6. Support preferable video length.
7. Support preferable video resolution.
8. Cheap monthly service charge (compare the rates with many websites).

In fact, tools for web-based video production are quite simple, which entrepreneur may try it themselves, or if it seems to waste too much time, entrepreneur may assign the assistant, which is considered as the common user and non-expert in video editing to try it instead. This shall not be that difficult, and will really lessen the troublesome for bringing illustrated video into the presentation. However, if entrepreneur wants illustrated video to have more content quality, this will require serious brainstorming, pre-check by production staffs, and script or storyboard making to add content intensity, and is considered to reduce the mistakes that may be remained in the same time.

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.8 No.47

Comment Box