“อัคริณ”รุกรับบริหารโรงแรม ดันแบรนด์”อคีรา”บุกเมืองท่องเที่ยว-ตปท.



“อัคริณ โฮเทล กรุ๊ป” ลุยรับบริหารโรงแรม-รีสอร์ตเพิ่มเป็น 15 แห่ง ภายในปี”63 วางเป้าหมายเปิดให้บริการปีละ 2 แห่ง เผยดันแบรนด์ “อคีรา” เป็นหัวหอกหลักในการขยายธุรกิจช่วง 5 ปีนี้ หลังปักธงโตต่างประเทศ 2 แห่งแรก ยึดหัวหาด “ฮอยอัน-ดานัง” ในเวียดนาม

นางอัญชลิกา กิจคณากร ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ อัคริณ โฮเทล กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าขยายจำนวนโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้การบริหารงานของอัคริณ โฮเทล กรุ๊ป ในปี 2563 เพิ่มเป็น 15 แห่ง หรือมีจำนวนห้องพักรวม 1,000 ห้อง จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา ทั้งสิ้น 8 แห่ง ทั้งในไทยและเอเชีย ภายใต้ 2 แบรนด์ คือ อลีนตา (Aleenta) และอคีรา (akyra)

โดยแบรนด์ “อลีนตา” (Aleenta) จะเป็นรีสอร์ตระดับห้าดาว ได้แก่ อลีนตา ภูเก็ต-พังงา ขนาด 69 ห้องพัก และอลีนตา หัวหิน-ปราณบุรี ขนาด 23 ห้องพัก ส่วนแบรนด์ “อคีรา” (akyra) ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์บูทีคระดับห้าดาว ได้แก่ อคีรา แมเนอร์ เชียงใหม่ ขนาด 30 ห้องพัก, อคีรา บีช คลับ ภูเก็ต ขนาด 59 ห้องพัก เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนมีนาคม 2560

นางอัญชลิกากล่าวว่า นอกจากเมืองท่องเที่ยวในต่างจังหวัดแล้ว อัคริณ โฮเทล กรุ๊ป ยังเปิดโรงแรมใหม่ในย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ 2 แห่ง คือ อคีรา ทองหล่อ ขนาด 148 ห้องพัก เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา และอคีรา สุขุมวิท 20 ขนาด 50 ห้องพัก โรงแรมใหม่ล่าสุดในเครือ ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในปี 2562

รับบริหารโรงแรมทั้งใน-ตปท.

นอกจากนี้ยังได้เซ็นสัญญารับบริหารโรงแรมในต่างประเทศเป็นครั้งแรกไปแล้ว 2 แห่ง ในประเทศเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงแรมแบรนด์ อคีรา ที่เมืองฮอยอัน ขนาด 300 ห้องพัก และเมืองดานัง ขนาด 100 ห้องพัก ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในปี 2563 นี้

“สำหรับห้องพักแบบพูลวิลล่าในเวียดนาม เราคาดว่าจะตั้งราคาขายได้ที่ 5,000-7,000 บาทต่อคืน ต่างจากภูเก็ตที่ราคาพูลวิลล่าในภาพรวมอยู่ที่ 10,000 บาทต่อคืน” นางอัญชลิกากล่าว และว่า สำหรับภาพรวมของการท่องเที่ยวในเมืองฮอยอันและดานัง ในภาคกลางของเวียดนามนั้น แม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นตลาดในประเทศ ส่งผลให้ราคาห้องพักยังต่ำกว่าในประเทศไทย แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้าไปมากขึ้น โดยอัตราการเติบโตในปี 2559 อยู่ที่ 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้มีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก มีการลงทุนและว่าจ้างเชนโรงแรมระดับนานาชาติเข้าไปบริหารมากขึ้นเช่นกัน ผลักดันให้เมืองฮอยอันและดานังซึ่งติดทะเล เป็นคู่แข่งที่น่าสนใจของภาคท่องเที่ยวไทย

สำหรับตลาดลาวนั้น ก่อนหน้านี้ อัคริณ โฮเทล กรุ๊ป เคยมีแผนจะไปรับบริหารโรงแรมที่กรุงเวียงจันทน์ ซึ่งเดิมรัฐบาลลาวมีแผนนำอาคารที่รัฐบาลจีนมารีโนเวตเป็นโรงแรมหรูชื่อ เดอะ เพรสซิเด้นท์ โฮเทล บาย อัคริณ แต่พอประเทศลาวมีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีจึงเปลี่ยนนโยบายใหม่ และได้ปรับโรงแรมดังกล่าวปรับเป็นที่พักสำหรับแขกบ้านแขกเมืองแทน

ดัน”อคีรา” บุกเมืองท่องเที่ยว

นางอัญชลิกากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ อัคริณ โฮเทล กรุ๊ป ได้เดินหน้าขยายธุรกิจการบริหารโรงแรมอีกหลากหลายโครงการในตลาดภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าในช่วง 5 ปีนี้ จะเน้นขยายการบริหารโรงแรมลักเซอรี่บูทีค ภายใต้แบรนด์ “อคีรา” เป็นหลัก ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากแบรนด์โรงแรมอื่น ๆ ในตลาด และจะเปิดให้บริการปีละ 2 แห่ง ในทำเลแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อาทิ กระบี่, พัทยา, สมุย, เชียงราย, กรุงเทพฯ, เวียดนาม และบาหลี

“การขยายตัวของโรงแรมในปัจจุบันมีสูงมาก แต่เซ็กเมนต์ที่เติบโตคือ โรงแรมที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวระดับกลางได้ ดังนั้น การแข่งขันควรวางตำแหน่งเป็นโรงแรมลักเซอรี่บูทีค เรามองว่าเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจการบริหารโรงแรม ซึ่งเราเป็นแบรนด์ที่ถนัดคอนเซ็ปต์โรงแรมแนวนี้และเข้าใจกลุ่มนักท่องเที่ยวสไตล์นี้เป็นอย่างดี” นางอัลชลิกากล่าว

โดยแบรนด์โรงแรมอลีนตา จะเป็นสไตล์รีสอร์ตหรูหรา ขณะที่แบรนด์อคีราจะเป็นไลฟ์สไตล์โฮเต็ล เป็นโรงแรมที่มีความคึกคัก ซึ่งการตอบรับของโรงแรมก็ดีมาก มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 70-90% เนื่องจากอัคริณ โฮเทล กรุ๊ป มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวและกลุ่มองค์กร

บริการโดดเด่น-มีสีสัน

ขณะเดียวกันยังเน้นการให้บริการที่มีสีสัน มีจุดเด่นที่แตกต่าง ช่วยผลักดันการขายได้เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นโอกาสที่เราจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมให้บริหารโครงการการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับโรงแรมอคีรา สุขุมวิท 20 เป็นบูทีคโฮเต็ลขนาด 50 ห้อง ประกอบด้วย ห้องสวีตทุกห้อง ขนาด 30-60 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ทันสมัย เครื่องนอนระดับห้าดาว ตัวโรงแรมเน้นดีไซน์สไตล์ไทยโมเดิร์น ผสมผสานเอกลักษณ์ของตะวันตกและตะวันออก เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสความเป็นไทยได้แม้อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบและแตกต่างจากโรงแรมที่อยู่ในทำเลเดียวกัน ทั้งด้านการดีไซน์และขนาดห้องที่ใหญ่กว่า

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาร้านอาหารที่ให้บริการทั้งวัน, บาร์ชั้นดาดฟ้าพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อสร้างรายได้คู่ขนานกับห้องพัก รองรับลูกค้าที่เข้าพักและเป็นแหล่งกินดื่มของนักท่องเที่ยวละแวกนั้นอีกด้วย ราคาห้องพักเฉลี่ย 3,500-4,000 บาท โดยตั้งเป้าช่วงเปิดตัวปีแรก อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 65% และเพิ่มขึ้นเป็น 80-85% ในปีที่ 2 เป็นต้นไป

“เราคาดรายได้ของอัคริณ โฮเทล กรุ๊ป ในปี 2560 นี้จะเติบโตได้ราว 10% เมื่อเทียบกับรายได้ปีที่แล้วซึ่งปิดไปราว 500-600 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% ในปี 2561” นางอัญชลิกากล่าว

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560

www.prachachat.net/tourism/news-64368

Comment Box