ปั้น “กระท่อมผู้ใหญ่มา” สู่ “บูทีคโฮเต็ล” สไตล์…วิถีไทย



ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเที่ยวในประเทศไทยที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ (เดือนมกราคม-สิงหาคม 2560) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่าวชาติที่เข้ามาเที่ยวไทยแล้วถึง 23.55 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และสร้างรายได้เข้าประเทศไปแล้วกว่า 1.19 ล้านล้านบาท

ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจนี้ก็ดีกรีขึ้นเรื่อย ๆ ตามโอกาสและเม็ดเงินที่สะพัดและเพิ่มจำนวนขึ้น จึงไม่แปลกที่ธุรกิจโรงแรมจะต้องเร่งสร้างจุดต่าง เติมจุดแข็ง เพิ่มสีสันและลูกเล่นใหม่ ๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาพักมากที่สุด

“อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประกิตโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บอกว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคนี้เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวชอบอะไรที่แปลกใหม่ ขณะที่ราคาก็ต้องสัมผัสได้ ทำให้ภาพการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกันด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในไทยมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุก ๆ ปีนั้นก็กลายเป็นอีกโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมด้วยเช่นกัน

บูทีคโฮเต็ล

ด้วยโอกาสที่เกิดขึ้นนี้ บริษัทจึงได้ปรับโฉมเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในซอยพหลโยธิน 18 ให้เป็นโรงแรมบูทีคสุดเก๋ใจกลางเมืองภายใต้ชื่อ “บูทีคผู้ใหญ่มา แอท บีพี เพลส” จุดเด่นโรงแรมแห่งนี้ คือ การดึงแคแร็กเตอร์การ์ตูน “ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน” ของนักวาดการ์ตูนล้อการเมือง “ชัย ราชวัตร” มาเป็นจุดขาย พร้อมเติมสีสันให้โรงแรมกลางกรุงเป็นบ้านน้อยกลางชนบทที่แสนจะอบอุ่น เหมือนอยู่นั่งชมบรรยากาศอยู่กลางทุ่งนา ประกอบกับสไตล์การตกแต่งที่แปลกตา มีเก้าอี้หวาย แคร่นั่งไม้ไผ่ ปรุงแต่งให้เข้ากับชีวิตในสไตล์วิถีไทยมากขึ้น พร้อมสื่อสารถึงวัฒนธรรมไทยในแต่ละยุคสมัย ชวนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาสัมผัส

โดยโครงการดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็น 3 สไตล์ ได้แก่ ห้องจ่อย ขนาด 23 ตร.ม. ห้องผู้ใหญ่มา ขนาด 29-34 ตร.ม. และกระท่อมผู้ใหญ่มาขนาด 30-38 ตร.ม.ในราคาไม่แพงเฉลี่ย 1,200-1,600 บาทต่อคืน เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 60% และนักท่องเที่ยวไทย 40%

“เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน บูทีคโฮเต็ลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการอะไรที่แปลกใหม่ ประกอบกับทำงานโฆษณา ทำให้ต้องการสร้างบูทีคโฮเต็ลที่แตกต่าง เลือกนำเสนอความเป็นไทยผ่านแคแร็กเตอร์ผู้ใหญ่มา ซึ่งบูทีคโฮเต็ลในลักษณะของแคแร็กเตอร์ในไทยยังไม่มี ขณะที่ต่างประเทศได้รับความนิยม ทำให้เลือกที่นำแคแร็กเตอร์ ผู้ใหญ่มา มานำเสนอ เล่าเรื่องผ่านโรงแรม”

บูทีคโฮเต็ล 1

“อภิรักษ์” บอกว่า เฟสแรกเปิดให้บริการไปแล้ว 14 ห้อง เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา และเฟส 2 จะเปิดให้บริการปลายปีนี้ ส่วนเฟส 3 จะเปิดให้บริการประมาณต้นปี 2561 รวมทั้งหมด 60 ห้อง คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนทั้งหมด 40-50 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีบริการห้องอาหาร “ผู้ใหญ่มา คาเฟ่” บริการอาหารเช้า ทั้งอาหารไทย อาหารตะวันตก พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ “ซูชิผู้ใหญ่มา” ซูชิรสแซ่บสไตล์ไทย ๆ เพราะราดด้วยซอสจิ้มแจ่ว

สำหรับแนวทางการตลาดหลัก ๆ นั้น “อภิรักษ์” บอกว่า จะเน้นสร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ และออนไลน์ ทราเวิล เอเยนซี่ เช่น Agoda.com, Booking.com เป็นต้น

“อภิรักษ์” กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บูทีคโฮเทลแห่งนี้แล้ว ครอบครัวยังมีธุรกิจโรงแรมอีก 2 แห่ง ได้แก่ บ้านกรูด บีช ฟร้อน รีสอร์ท บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ บนพื้นที่ 9 ไร่ ตกแต่งสไตล์คัลเลอร์ฟร้อน และบ้านสวนเฟื่องฟ้า เชียงใหม่ โรงแรมสไตล์ไทยล้านนา บนพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวจึงเชื่อมั่นว่า จากประสบการณ์ที่มี บวกกับแนวคิดการนำเสนอแบบใหม่ที่เป็นแคแร็กเตอร์โฮเต็ลในครั้งนี้จะทำให้ “บูทีคผู้ใหญ่มา แอท บีพี เพลส” น้องใหม่แห่งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยเช่นกัน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560

www.prachachat.net/tourism/news-65050

Comment Box