เรือยอชต์-มารีน่ากระบี่ รุ่งรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ !



ต่างชาติแห่นำ “เรือยอชต์” เข้าน่านน้ำ “กระบี่” เพิ่มขึ้นกว่า 100% หลังมีท่าเรือมารีน่ารองรับถึง 3 แห่ง พร้อมเกิดธุรกิจใหม่ ให้ “เช่าเรือยอชต์” รายแรกของ จ.กระบี่

นายแมทธิว พลวัต ณ นคร ผู้จัดการทั่วไป ตะโกลา ยอร์ชมารีน่า แอนด์โบ๊ทยาร์ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจเรือยอชต์และมารีน่าในกระบี่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยปีที่ผ่านมามีเรือยอชต์เข้ามาเช็กอินที่จังหวัดกระบี่เพิ่มขึ้น 100% จากปี 2559 ประมาณ 40 ลำ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ลำ ในปี 2560 เนื่องจากมีพื้นที่ติดทะเลค่อนข้างมาก สวยงาม และมีสนามบินนานาชาติที่เชื่อมโยงการเดินทางได้ทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย เจ้าของเรือยอชต์ที่นำเรือมาเที่ยวในกระบี่สามารถจอดเรือไว้ที่กระบี่ แล้วบินกลับบ้านไปทำงานและติดต่อธุรกิจได้สะดวก ที่สำคัญปัจจุบันตลาดซื้อขายเรือยอชต์ของโลกมีการเติบโตสูงสุดอยู่ในทวีปเอเชีย

“ก่อนหน้านี้นักแล่นเรือจะไม่ค่อยนำเรือเข้ามาในกระบี่ เนื่องจากท่าเรือรองรับ ทำให้ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังภูเก็ต แต่ปัจจุบันกระบี่มีท่าเรือมารีน่า รองรับเรือยอชต์ถึง 3 แห่ง ทำให้เชื่อมั่นว่า กระบี่สามารถเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวด้วยเรือยอชต์ได้และมีเกาะหลายแห่งให้เลือกไปได้”

สำหรับอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจเรือยอชต์และมารีน่าคือ เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่มีการแก้ไขปรับปรุงมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะข้อกำหนดระยะเวลาให้เรือยอชต์อยู่ในไทยได้ไม่เกิน 6 เดือน หรือสูงสุดไม่เกิน 1 ปีครึ่ง ขณะที่ประเทศคู่แข่งให้อยู่ได้ถึง 3 ปี ซึ่งการกำหนดเวลาเพียง 6 เดือน ทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อเจ้าของเรือที่ต้องนำเรือเข้าออกบ่อย ๆ และมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ประกอบการจึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายให้เรือยอชต์อยู่ในไทยได้ถึง 3 ปี โดยให้รายงานตัวทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี

เรือยอชต์-มารีน่า

คึกคัก – ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่นำเรือยอชต์เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่มีท่าเรือมารีน่ารองรับทั้งหมด 3 แห่ง ต่างจากในอดีตที่นิยมนำเรือไปจอดที่จังหวัดภูเก็ต

ด้าน น.ส.อาภรณ์ บุญสนิท ผู้บริหาร บริษัท King Ocean 2018 จำกัด ผู้ให้บริการเช่าเรือยอชต์รายแรกของ จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้นำเรือยอชต์มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวแบบหรูหราในท้องทะเลกระบี่ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรกไม่มั่นใจเรื่องการตลาด เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ และส่วนใหญ่เรือยอชต์ให้เช่าจะอยู่ในภูเก็ตทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวในกระบี่นิยมใช้เรือสปีดโบ๊ตมากกว่า แต่เมื่อเริ่มทำการตลาดและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่า 3 เดือนแรกมีลูกค้ามาใช้บริการเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีที่จะซื้อแพ็กเกจชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น และมีลูกค้าชาวรัสเซียและยุโรปด้วย

โดยบริษัทมีเรือยอชต์ King Ocean 2018 เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเพียง 1 ลำ มูลค่าเรือประมาณ 11 ล้านบาท รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 38 คน ให้บริการท่องเที่ยววันละ 2 รอบ คิดค่าบริการท่านละ 2,900 บาท และในเดือนสิงหาคม 2561 จะนำเข้าเรือใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 1 ลำ มูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท โดยจะให้บริการเฉพาะแบบเช่าเหมาลำเท่านั้น โดยจะเริ่มเปิดตลาดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งชอบถ่ายพรีเวดดิ้งบนเรือสำราญ ในช่วงโลซีซั่นที่กำลังจะมาถึง

นางกัลยา อริยฉัตรกุล นายด่านศุลกากรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงตัวเลขเรือยอชต์ที่นำเข้ามากับเจ้าของเรือ และแจ้งเข้าประเทศที่ด่านศุลกากรจังหวัดกระบี่ว่า ในปี 2559 มีเรือแจ้งเข้า 52 ลำ

ปี 2560 มีเรือแจ้งเข้า 106 ลำ และไตรมาส 1 ปี 2561 มีเรือแจ้งเข้า 33 ลำ ส่วนการแจ้งออกเจ้าของเรืออาจจะแจ้งออกที่จังหวัดอื่น ๆ ได้ เรือยอชต์ที่เข้ามาแจ้งเข้าในจังหวัดกระบี่ ส่วนใหญ่เป็นเรือสัญชาติมาเลเซีย ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ซึ่งตามกฎหมาย เรือยอชต์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยกับเจ้าของเป็นการชั่วคราว จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรตามที่กฎหมายกำหนด โดยอยู่ในประเทศไทยได้ 6 เดือน หากเกินจากนั้นต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย

 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 3 พฤษภาคม 2561

www.prachachat.net/local-economy/news-152554

Comment Box