“เชียงราย” มั่นใจเศรษฐกิจฉลุยปี”60 ปลื้มรายได้ท่องเที่ยวพุ่ง-ค้าชายแดนโตสวนกระแส



สองเครื่องยนต์เศรษฐกิจเมืองเชียงรายโตสวนกระแส ภาคท่องเที่ยวปั๊มรายได้ทะลุ 25,000 ล้าน มีผู้มาเยือนกว่า 2.7 ล้านคน ขณะที่การค้าชายแดนแตะ 50,000 ล้าน พ่อเมือง-เอกชนมั่นใจแนวโน้มปี”60 ฉลุยต่อเนื่อง

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาพเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดเชียงรายในรอบปี 2559 ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดที่เติบโตอยู่ในระดับ 4-5% นั้นขึ้นอยู่กับภาคการท่องเที่ยวมากถึงกว่า 20% ทำให้รายได้หลักของจังหวัดเชียงรายมาจากภาคการท่องเที่ยวสูงถึง 30% ของรายได้เข้าจังหวัดทั้งหมดด้วย ดังนั้น ปี 2559

จึงเป็นปีที่ภาคเศรษฐกิจเชียงรายขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนมากกว่า 2.7 ล้านคน สร้างรายได้เข้าจังหวัดมากกว่า 25,000 ล้านบาท

ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2560 นั้น ความคึกคักก็ยังคงดำเนินอยู่ต่อเนื่องอย่างน้อยก็ในช่วงฤดูหนาวถึงต้นปี 2560 ส่วนเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ก็เติบโตเช่นกัน คือ การค้าชายแดน ซึ่งตามปกติจะมีอัตราเติบโตขึ้นปีละ 10% เพราะเป็นการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศเมียนมา สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ซึ่งสินค้าไทยยังเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้อย่างมาก

นายบุญส่งกล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงรายอยู่ระหว่างการจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 3 อำเภอชายแดน คือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ซึ่งสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนและภายในประเทศได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องการจัดหาที่ดินบ้างเล็กน้อย แต่ก็คาดว่าจะลุล่วงไปได้ด้วยดีในเร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกัน ก่อนที่จะมีโครงการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว พบว่ามีเอกชนได้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ 3 อำเภอผ่านการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ แล้วกว่า 10 ราย เงินลงทุนรวมกว่า 800 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเช่าที่เอกชนดำเนินการล่วงหน้าไปก่อนแล้ว และเป็นการลงทุนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและโลจิสติกส์เป็นหลัก ซึ่งสอดรับกับการที่รัฐบาลโดยกรมการขนส่งทางบกกำลังจะก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ด่านชายแดนไทย-สปป.ลาวอำเภอเชียงของ เชื่อมกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งจะเปลี่ยนถ่ายหัวลากจากรถยนต์-รถยนต์ รถยนต์-รถไฟ เพื่อขนส่งสินค้าระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ บนถนนอาร์สามเอด้วย

ดังนั้น แนวโน้มเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายในปี 2560 จึงมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ทำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินโครงการใหญ่ๆ ในพื้นที่ ซึ่งโครงการหลักคือรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ไปยัง จ.เชียงราย มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แจ้งแล้วว่าจะสามารถปักหมุดโครงการได้ปลายปี 2560 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ยังได้จัดสรรงบประมาณเข้าพัฒนาพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว เช่น ถนนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท รวมทั้งยังมีงบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท

“ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกชะงัก แต่การค้าชายแดน จ.เชียงราย เติบโตขึ้นอย่างสวนกระแส โดยปี 2558 มูลค่าการค้ารวมประมาณ 45,000 ล้านบาท และปี 2559 คาดว่าจะถึง 50,000 ล้านบาท หรือสูงขึ้นประมาณ 10% ส่วนการท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวมาเยือน 2.7 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติ 500,000 คน ทำรายได้เข้าจังหวัด 25,000 ล้านบาท และสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะโตขึ้นกว่าปีก่อนอีก 10% เช่นกัน”

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีการปรับตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาทางถนนอาร์สามเอสู่ อ.เชียงของอีกครั้ง โดยพบปัญหาอยู่ที่การแปลเอกสารประกอบจากภาษาจีน-ไทย โดยอยู่ระหว่างขอความร่วมมือจากสถานกงสุลใหญ่ประจำนครเชียงใหม่ให้เข้ามาช่วยเรื่องภาษา เชื่อว่าในเร็ว ๆ นี้นักท่องเที่ยว

จะสามารถเข้ามาได้โดยสะดวกต่อไป

ด้านนายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า แม้ว่าในปี 2559 ภาคเศรษฐกิจทั่วไปตกต่ำเพราะปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศ แต่ภาคการท่องเที่ยวเชียงรายก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

โดยคาดว่าจะคึกคักไปถึงสิ้นฤดูหนาวนี้ ส่วนด้านอื่น ๆ อยู่ในช่วงการปรับตัว เช่น การค้าชายแดน ซึ่งหลังจากทางการจีนได้ปรับปรุงด่านการค้าที่ท่าเรือกวนเหล่ย เมืองท่าหน้าด่านของจีนตอนใต้ในแม่น้ำโขง เพื่อรองรับสินค้าที่จะส่งเข้าสู่จีนเป็นหลักเพียงด่านเดียว ทำให้การส่งออกสินค้าไทยต้องรอดูปัจจัย

ต่าง ๆ ในปี 2560 อย่างใกล้ชิดต่อไป แต่ก็ยังมีข้อดีที่จีน เมียนมา และ สปป.ลาว มีการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสของสินค้าไทยมากขึ้น

ที่มา: ประชาติธุรกิจ วันที่ 2 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1483299325

Comment Box