“หนองคาย”สะเทือนโดนหนัก2เด้ง ลาวเข้มเก็บภาษีแวต-จำกัดแลกเงินแค่2,000บาท



การค้าเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์เริ่มสะดุด ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยลดฮวบ หลัง สปป.ลาวคุมเข้มจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แถมเจอปัญหาการแลกเงินกีบเป็นเงินบาทสูงสุดได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท กลุ่มชิปปิ้งวุ่น หยุดสั่งซื้อ-รับส่งสินค้า

หลังจากวันที่ 30 สิงหาคม 2559 เป็นต้นมา กระทรวงการเงิน สปป.ลาว ได้ออกข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับเครื่องใช้ (สินค้า) ที่ติดตัวมากับผู้โดยสาร ในอัตราร้อยละ 10 ของมูลค่าเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้าผ่านด่านชายแดนที่ไม่มีลักษณะประจำ(ไม่เกิน2ครั้ง/เดือน) โดยจะได้รับการยกเว้นในมูลค่าไม่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 บาท) ส่วนที่เกินต้องแจ้งเสียภาษีเพิ่ม

ในส่วนของผู้โดยสารที่เดินทางเข้า สปป.ลาว เป็นลักษณะประจำผ่านด่านชายแดน รวมทั้งสนามบินสากล จะไม่ได้รับการยกเว้นเครื่องใช้ที่ติดตัวมากับผู้โดยสาร ในมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ และจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามมูลค่าจริงที่มีการนำเข้า

ลาวเลือกซื้อสินค้าจำเป็นจริง ๆ

จากการสำรวจของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่า เจ้าหน้าที่ของ สปป.ลาว ได้เริ่มเข้มงวดและได้ส่งผลกระทบทันที โดยเฉพาะชาวลาวที่ข้ามมาจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในไทยทั้งในจังหวัดหนองคายและอุดรธานี เนื่องจากในข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดให้ซื้อสินค้าได้ไม่เกินครั้งละ 50 ดอลลาร์ หรือประมาณคนละ 1,500 บาท เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ทำให้ชาวลาวหลายคนที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ในประเทศไทยต่างมีความรัดกุมในการซื้อสินค้ามากขึ้น

ทั้งนี้จะมีการเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นจริงๆเป็นอันดับแรกก่อนถ้ามูลค่ายังไม่ถึง 1,500 บาทก็จะจัดสรรเงินมาซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ขณะที่ร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าของไทย ก็ต้องปรับตัวในการให้บริการลูกค้าชาวลาว โดยแยกใบเสร็จให้มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท กระจายเฉลี่ยกันไปหลาย ๆ คนที่เดินทางมาด้วยกัน

แม่ค้ารายย่อยโอดยอดขายวูบ 30%

นายนิมิต แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวถึงผลกระทบเกี่ยวกับมาตรการนี้ว่า การค้าขายระหว่างไทย-ลาวในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ทำพิธีการทางศุลกากรถูกต้องไม่ได้ลดลง เพราะมีการเสียภาษีในการนำเข้า สปป.ลาวอยู่แล้ว แต่มีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะแม่ค้ารายเล็ก ๆ ที่ทำมาค้าขายชายแดน รวมไปถึงชาวลาวที่ข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ทำให้ยอดขายสินค้าลดลงไป 20 – 30% ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลบังคับอย่างจริงจังเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 นี้

กระทบ – ผู้ประกอบการร้านค้าในเมืองหนองคาย และแม่ค้ารายเล็กที่ค้าขายกับฝั่ง สปป.ลาว ได้รับผลผกระทบจากนโยบายเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดขายลดลงกว่า 20-30% โดยเริ่มตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าไปในฝั่งลาวอย่างเข้มงวดบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย

ชิปปิ้งหยุดสั่งซื้อ-รับส่งสินค้า

เจ้าของร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคายกล่าวว่านอกจากยอดขายในกลุ่มลูกค้าชาวลาวและชาวต่างชาติที่อยู่ใน สปป.ลาว จะลดลงกว่า 80% แล้ว ยังได้ส่งผลกระทบคู่ค้าชาวลาวด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ค้าขายกับคู่ค้าชาวลาว จะต้องอาศัยชิปปิ้งในการส่งสินค้าไปให้คู่ค้า ซึ่งสินค้าที่ส่งออกในส่วนนี้ไม่ได้เป็นสินค้าที่ผ่านพิธีการทางศุลกากรแบบเดียวกับผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลางที่มีการเสียภาษีการนำเข้าอย่างถูกต้องมาแล้วแต่ถือเป็นสินค้าที่ทางการลาวจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องใช้ที่ติดตัวเข้าประเทศต้องเสียภาษีร้อยละ10 ของมูลค่าสินค้า

“ผลกระทบโดยตรงก็คือ ผู้ประกอบการของไทยไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ เพราะจะขาดทุน และคู่ค้าชาวลาวก็ไม่อยากเพิ่มภาระในส่วนนี้ เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนขึ้นมาอีก จากเดิมจ่ายเฉพาะค่าขนส่งเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่สูงนักยังพอมีกำไร ทำให้คู่ค้าหลายรายชะลอการสั่งซื้อสินค้าคอมพิวเตอร์ ไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่าสูง”

ให้แลกเงินวันละ 2,000 บาท

นอกจากจะได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ขณะนี้ผู้ประกอบการไทยและลาว ยังได้รับผลกระทบจากกรณีที่ทางการลาวเข้มงวดในการแลกเงินกีบเป็นเงินบาท โดยกำหนดให้ประชาชนชาวลาวสามารถแลกเงินที่ธนาคารได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องการให้ประชาชนลาวใช้เงินกีบในประเทศให้มากขึ้น ส่งผลให้ชาวลาวและคู่ค้าชาวลาวมีเงินบาทมาซื้อสินค้าในประเทศไทยน้อยลง เงินบาทจึงเป็นสิ่งมีค่าที่ชาวลาวต้องการแลกไว้ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในตลาดมืดมีอัตราสูงถึง 300 กีบต่อ 1 บาท ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารอยู่ที่ 245 กีบต่อ 1 บาท

ทั้งนี้ คู่ค้าหลายรายต้องแก้ปัญหาโดยการเดินทางไปแลกเงินบาทในเมืองและแขวงอื่น ๆ เพื่อนำมาจ่ายค่าสินค้าให้กับผู้ประกอบการไทย เช่นเดียวกับผู้ประกอบการชาวไทยที่ไปเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารใน สปป.ลาว ซึ่งระบุว่าเป็นบัญชีที่เปิดจะรับฝากเฉพาะเงินบาทเท่านั้น เพื่อให้คู่ค้าชาวลาวนำเงินค่าสินค้าจ่ายให้กับผู้ประกอบการชาวไทย ตอนนี้การถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวก็ทำได้ยากขึ้น ต้องมีเอกสารการซื้อขาย มูลค่าการซื้อขายสินค้า จึงจะถอนเงินบาทออกจากธนาคารได้

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในเมืองหนองคายส่วนใหญ่กล่าวในทิศทางเดียวกันว่าขณะนี้ถือเป็นช่วงที่การค้าขายชายแดนวิกฤตกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 ตุลาคม 2559

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1476865058

Comment Box