พาหัวใจ…ไปดอยเชียงดาว



หนาวแล้ว! ขึ้นเหนือไปเดินเล่นบนดอยกัน ชักชวนเพื่อนร่วมทางตั้งแต่ยังไม่พ้นร้อน จากนั้นก็รอวันที่ได้แบกเป้ตะลอนป่าที่ดอยหลวงเชียงดาว ภูเขาที่ร่ำลือกันว่าขึ้นยากไม่ใช่น้อย ด้วยระดับความสูงอันดับ 3 ของประเทศ สูงถึง 2,225 เมตรจากระดับน้ำทะเลยิ่งท้าทายหัวใจและร่างกายว่าเราจะพิชิตยอดดอยแห่งนี้ได้หรือไม่ คณะของเราเลือกไปเชียงใหม่ด้วยรถไฟไทยขบวนใหม่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แล้วต่อรถสู่ อ.เชียงดาว

ก่อนจะเดินขึ้นยอดดอย เราไม่พลาดเรื่องเล่าของดอยหลวง เรื่องเล่าจากโบราณของดอยหลวงเชียงดาวเดิมเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง” ตามตำนานว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมพระอรหันต์ 8 รูป ทรงลงสรงน้ำบริเวณอ่างสลุง บางคนเรียกดอยแห่งนี้ว่า “ดอยหลวง” ตามขนาดที่สูงใหญ่ (หลวง หมายถึง ใหญ่) และเพี้ยนมาเป็นดอยหลวงเพียงดาว จนกระทั่งกลายมาเป็นดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว นอกจากตำนานความเชื่อแล้ว ทางภูมิประเทศดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาหินปูนล้วน มีอายุระหว่าง 230-250 ล้านปี เกิดจากการทับถมของตะกอนทะเล และซากสัตว์ที่มีหินปูน สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน

ที่นี่เป็นภูเขาที่ไม่มีน้ำตก หรืออ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติ และอากาศเย็น เมื่อฝนตกลงมาจะไหลตามซอกหิน รวมกันเป็นธารน้ำเล็กๆ ไหลสู่เบื้องล่าง ความพิเศษของพืชพรรณที่นี่จึงเป็นกึ่งอัลไพน์ คือกลุ่มพุ่มไม้เตี้ยและไม้ล้มลุก เพราะหน้าดินมีน้อย พืชเฉพาะถิ่นจึงมีดอกไม้สวยๆ ที่เราพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น เช่น เทียนนกแก้วที่รูปร่างเหมือนนกแก้ว ค้อเชียงดาวหรือปาล์มรักเมฆ ที่ท้าแรงลมอยู่ตามไหล่เขา เหยื่อจงหรือเทียนหมอคา ชมพูพิมพ์ใจ ฟองหินเหลือง หญ้าดอกลาย เลื้อยเชียงดาวหรือศรีจันทรา นอกจากนี้ดอยหลวงเชียงดาวยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น ผีเสื้อสมิงเชียงดาว ไก่ฟ้าหางลายขวาง กวางผาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าม้าเทวดาและเลียงผา เป็นต้น

ความยิ่งใหญ่ไม่ได้มีเฉพาะดอยหลวงเชียงดาว ความโดดเด่นของป่าผืนนี้ยังมีดอยกิ่วลม ดอยเหนือหรือดอยพีระมิด ดอยหนอก ดอยสามพี่น้อง ซึ่งเราได้รับอนุญาตให้ท่องเที่ยวเฉพาะยอดดอยกิ่วลมและยอดดอยหลวงเชียงดาว ยอดดอยกิ่วลมซึ่งเหมาะกับการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกหยอกเย้ากับดอกไม้ที่สวยสดรอรับแดดยามเช้า ส่วนยอดดอยสูงสุดของดอยหลวงเชียงดาว เหมาะสำหรับไปชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ซึ่งจะเห็นยอดดอยโดยรอบ

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเดินป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวเปิดให้ท่องเที่ยวได้เป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-สิ้นเดือน มี.ค.ของทุกปี เส้นทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมี 2 เส้นทาง คือ เด่นหญ้าขัด-อ่างสลุง เดินสบายเป็นเส้นทางที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะเส้นทางไม่ชันมาก แต่ระยะทางไกลกว่าอีกเส้นทางหนึ่ง ส่วนเส้นทางที่สอง คือ ปางวัว-อ่างสลุง เส้นทางค่อนข้างชันผ่านดงไผ่หก

โดยทั้งสองเส้นทางจะมาบรรจบกันที่สามแยก หลังจากนั้นเดินต่อไปยังเส้นทางเดียวกัน ผ่านดงกล้วยป่าแดง ซึ่งแต่ละต้นสูงใหญ่ สัมผัสที่เปลือกเย็นเยียบที่มือ ไม่แปลกใจที่เมื่อหนที่เจอไฟป่า เราจะใช้กล้วยช่วยระงับไฟก่อนจะลุกลามเข้าป่าได้ ผ่านดงกล้วยก็เข้าดงน้อย กิ่วป่าคา เส้นทางเล็กๆ ล้อมด้วยทุ่งหญ้าสูงเทียมหัว มีก้อนหินและภูเขาหินปูนล้อมรอบ แดดบ่ายจึงส่งมาถึงโดยไม่มีที่กำบัง ผ่านกิ่วป่าคาเข้าดงเย็น ทำเลที่ต้นไม้ดกรกชื้น ภาพมอส เถาวัลย์ โยงพันต้นไม้น้อยใหญ่ยังติดตา ป่านี้เป็นป่าดักเมฆดักฝน พื้นที่จึงชุ่มชื่นตลอดเวลา ต้นไม้จึงต้องแข่งกันแทงยอดให้สูงเพื่อใกล้แดด

เวลาใกล้ค่ำก็พ้นดงเย็นเข้าอ่างสลุงจุดกางเต็นท์ ฝ่าความเมื่อยต้องเดินเรื่อยหาจุดกางเต็นท์ ก่อนจะเตรียมตัวปีนยอดดอยหลวง เพื่อดูพระอาทิตย์ลับฟ้า ลงมาเมื่อแสงสุดท้ายหมดไป มาล้อมวงกินข้าวเย็น ก่อนจะมองดูดาวชัดๆ ในคืนที่แสนสงัดและหนาวเย็นให้เห็นดาวและทางช้างเผือก ก่อนจะสลัดความหนาวไปชมทะเลหมอกในตอนเช้า แน่นอนว่าจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ วอร์มร่างกายให้อบอุ่น พาไฟฉายฝ่าความมืดปีนให้ถึงยอดดอยกิ่วลม

ข้อควรรู้ถ้าอยากไปดอยหลวงเชียงดาว คือที่นี่จำกัดจำนวนคนเดินทางขึ้นสู่ยอด ไม่เกิน 150 คน/วัน และต้องติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน เมื่ออยู่บนดอยเชียงดาว คุณจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่ม รวมไปถึงสัมภาระขึ้นไป เช่น เต็นท์ ถุงนอน เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ไฟฉาย ไฟแช็ก เทียนไข กระดาษทิชชู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ถุงมือ ถุงเท้า หมวก เสื้อกันฝน ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำดื่มและน้ำใช้ทั้งหมดจะต้องจ้างลูกหาบเพื่อแบกเข้าไป ฉะนั้นควรใช้น้ำอย่างประหยัด

ดอยหลวงเชียงดาวไม่ได้มีไว้เพื่อพิชิตความสูงอย่างเดียว ในความงดงามมีความหลากหลายของป่า เส้นทาง พืชและสัตว์น้อยใหญ่ถ้อยทีถ้อยอาศัย ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ยังสมบูรณ์และน่าค้นหาเสมอ หนีร้อนจากตึกสูงมาพิจารณาและฟังเสียงหอบเหนื่อยของตัวเองพร้อมกับมองธรรมชาติสีเขียว เป็นเรื่องที่น่าทำไม่น้อย…แล้วคุณจะหลงรักดอยเชียงดาว

ที่มา: โพสทูเดย์ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 

http://www.posttoday.com/travel/thailand/467443

Comment Box