ท่องเที่ยว “เพชรบุรี” กระเตื้อง นักลงทุนใจชื้นผุดโรงเเรมใหม่



ททท.เพชรบุรีมั่นใจรายได้ภาคท่องเที่ยวปี 2561 โตกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ชูจุดเด่นการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทะเล ผืนป่าแก่งกระจาน ด้านนักลงทุนสบช่องผุดโรงแรมเพิ่ม 20% ในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน

นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรี เติบโตช้า โดยปี 2559 เติบโต 1.6% รายได้ 22,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวไทย 2.6 ล้านคน และต่างชาติ 3.5 ล้านคน ยุโรปและสแกนดิเนเวีย เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในระยะยาว ส่วนปี 2560 นักท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้น 4% คิดเป็นรายได้จากครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.60) 8,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าปี 2561 รายได้จากการท่องเที่ยวน่าจะไม่ต่ำกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท เพราะปี 2560 พื้นที่ชะอำที่เชื่อมต่อหัวหิน มีโรงแรมเพิ่มขึ้น 4-5 แห่ง ราคา่หลักหมื่นบาทต่อห้อง โดยการสร้างโรงแรม รีสอร์ตเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณว่าทิศทางการท่องเที่ยวเติบโตได้ดี

“เพชรบุรีอยู่ใกล้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวภาคกลาง มีทั้งทะเล ผืนป่าแก่งกระจาน และอาหารทะเล ฉะนั้นการท่องเที่ยวจึงไม่ซบเซาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ททท.มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นธรรมภิบาลมากขึ้น เช่น โครงการป่ามหัศจรรย์ (ผืนป่าแก่งกระจาน) โครงการแม่น้ำสักสิทธิ์ (แม่น้ำเพชรบุรี) กิจกรรมตามศาสตร์พระราชา 9 เส้นทาง จากโครงการพระราชดำริประมาณ 220 โครงการที่มีมากที่สุดในภาคกลาง และร่วมกับบริษัทประชารัฐเพชรบุรีฯ โปรโมตเส้นทางการท่องเที่ยววิถีเกลือ เที่ยวทะเลหมอกที่พะเนินทุ่ง” นายอัครวิทย์กล่าว

นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) เปิดเผยว่า พื้นที่ชะอำหัวหินเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาค และมีแนวโน้มว่าปี 2561 ภาคการท่องเที่ยวจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันมีนักลงทุนเข้ามาก่อสร้างธุรกิจโรงแรมมากขึ้น 20% โดยเฉพาะหัวหิน ชะอำ หาดเจ้าสำราญ ทำให้ราคาที่ดินเริ่มแพงขึ้น

“การท่องเที่ยวนิ่งมาเป็นปีแล้ว แต่การเปิดกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นน่าจะเกิดจากความคาดหวังของผู้ประกอบการจากทิศทางของเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้น สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ ตอนนี้เพชรบุรีมีห้องพัก รีสอร์ต โฮมสเตย์ 20,000 ห้อง ประจวบคีรีขันธ์น่าจะมากกว่าเพชรบุรีประมาณ 30,000 ห้องขึ้นไป รวมแล้วตอนนี้เป็นสมาชิกโรงแรมไทยในภาคตะวันตก 50 กว่าแห่ง ตั้งแต่ 2-5 ดาว”

นอกจากนี้การท่องเที่ยวชุมชนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเพชรบุรีมีศักยภาพในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 และกลุ่มพื้นที่ฝั่งทะเลตะวันตกที่เรียกว่ารอยัลโคสต์ นักท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบ คนไทย 70% ต่างชาติ 30% และตอนนี้ ททท.พยายามเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในเออีซีมากขึ้น ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว และเวียดนาม

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 ธันวาคม 2560

www.prachachat.net/local-economy/news-93719

Comment Box