ตรังออกแบบ 5 แหล่งท่องเที่ยวชุมชนชู “ตำบลเกาะลิบง” โมเดลต้นแบบ



เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดตรัง จับมือ มอ.ตรัง-สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เร่งออกแบบสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน 5 แห่ง “เกาะสุกร-เกาะลิบง-ถ้ำเลเขากอบ-บ้านลำขนุน-ชุมชนอำเภอรัษฎา” พร้อมแนะวางบทบาท กกร.ตรังใหม่ให้เป็นคลังสมองของจังหวัด

นายลือพงษ์ อ๋องเจริญ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดตรัง (CBT Trang) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตตรัง ออกแบบสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนพื้นที่จังหวัดตรัง ตามโครงการของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่เกาะสุกร อ.ปะเหลียน 2.พื้นที่เกาะลิบง อ.กันตัง 3.ถ้ำเลเขากอบ อ.ห้วยยอด 4.แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านลำขนุน อ.ย่านตาขาว และ 5.แหล่งท่องเที่ยวชุมชนอำเภอรัษฎา

สำหรับพื้นที่เกาะลิบงนั้นได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดทำโครงการพัฒนาตำบลสู่เมืองคุณภาพ โดยใช้ตำบลเกาะลิบงเป็นโมเดลต้นแบบให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ในส่วนของเมืองปะเหลียน หรือเมืองปะลันตาในภาษามลายู เป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมานับพันปี ปรากฏตามแผนที่เดินเรือของปโตเลมี นักเดินเรือชาวกรีก ปัจจุบันแผนที่เดินเรือนี้ได้เก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ

ขณะที่เมืองปะเหลียนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นเมืองท่าที่อยู่ในการปกครองของจังหวัดพัทลุงต่อมาในสมัยรัชกาลที่5โปรดฯให้ยุบรวมเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตรัง โดยส่งออกพริกไทยและถ่านไม้โกงกางไปขายที่เกาะปีนัง ซึ่งในยุคนั้นชาวอังกฤษได้สั่งซื้อพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนเป็นเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหาร โดยพริกไทยมีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย ต่อมาได้กระจายพันธุ์สู่ประเทศพม่า และพ่อค้าชาวจีนได้นำมาปลูกที่ตำบลทุ่งยาว และตำบลหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

“พริกไทยพันธุ์ปะเหลียนมีลักษณะเด่นคือ กลิ่นหอม เผ็ดร้อน สีเขียวเข้ม ผลแก่สีแดงเข้ม โดยปลูกมากทางภาคใต้ของไทย และถูกนำไปปลูกและขยายพันธุ์ที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันพริกไทยในเมืองไทยมี 4 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ปะเหลียน สายพันธุ์จันทบุรี สายพันธุ์มาเลเซียและซาราวัก และสายพันธุ์ซีลอน ปัจจุบันที่ตำบลหยงสตาร์ ยังมีชาวบ้านปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนอยู่บ้าง แต่บางคนหันไปปลูกพริกไทยพันธุ์ซีลอน ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 700-800 บาท เกษตรกรที่ปลูกพริกไทยจะมีรายได้สูงกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น ๆ”

นายลือพงษ์กล่าวว่า ตนในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้เสนอให้ทางบริษัทประชารัฐฯตรัง ส่งเสริมเกษตรกรจังหวัดตรังให้หันมาปลูกพริกไทยสายพันธุ์ปะเหลียน เพราะเป็นพืชพื้นเมืองสัญลักษณ์ของจังหวัดตรัง และยังเป็นเครื่องเทศที่มีอัตลักษณ์เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนั้นยังเสนอให้มีการปรับบทบาทของกกร.ตรังใหม่เป็นเสมือนคลังสมอง(Think-Tank)ของจังหวัด โดยให้มีภาควิชาการ และภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ กกร.ด้วย พร้อมบทบาทของประชารัฐ โดยนำยุทธศาสตร์ประชารัฐมาขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดตามแนวทางดำเนินการ One Meeting One Project โดยในแต่ละเดือนจะต้องไปคิดโครงการในการแก้ปัญหา และพัฒนาจังหวัดทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนำโครงการเหล่านี้เข้าบรรจุในแผนจังหวัด/แผนท้องถิ่น หรือแผนของกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อของบประมาณมาพัฒนาจังหวัดในทุกด้าน

“จังหวัดตรังถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างคลังสมองของจังหวัดให้มีหลาย ๆ แห่ง โดยให้คนที่อยู่ในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นคนรุ่น Gen X และ Gen Y เข้ามาร่วมด้วย จังหวัดใดสร้างคลังสมองมาก จังหวัดนั้นพัฒนาได้มาก” นายลือพงษ์กล่าว

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484546628

Comment Box