คึกคัก! “ทีซีซี แลนด์” ปลุกกระแส “ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์”



ภาพบรรยากาศการซื้อขายสินค้าในศูนย์ค้าส่ง-ค้าปลีกอันคึกคักในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน ได้กลายเป็นโมเดลของโครงการใหม่ของกลุ่มบริษัททีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่จะดึงทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาจับจ่าย รวมถึงหาลู่ทางทำการค้าไปในตัว

“วัลลภา ไตรโสรัส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัททีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ บอกว่า หลังบริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด ในกลุ่มบริษัททีซีซี แลนด์ฯ ได้พัฒนาโครงการตลาดกลางขนาดใหญ่ ภายใต้ชื่อ “ตลาดต่อยอด” ใช้งบฯลงทุนไปราว 6,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ ในทำเลย่านประตูน้ำพระอินทร์ เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกปี 2561

โดยวางเป้าหมายผลักดันตลาดต่อยอดให้เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของโลก เหมือนตลาดกลางค้าส่งค้าปลีกที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ที่กลายเป็นทั้งย่านการค้าสำหรับธุรกิจ และเป็นจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนในฐานะแหล่งช็อปปิ้ง

ขณะนี้ตลาดต่อยอดได้เริ่มติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวตลาดขาเข้า (อินบาวนด์) เพื่อนำตลาดต่อยอดไปอยู่ในโปรแกรมทัวร์ มั่นใจว่าตัวโครงการและสินค้าตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เพราะทุกอาคารภายในโครงการมีสินค้าราคาน่าสนใจหลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้าสิ่งทอ, เครื่องประดับ, เครื่องสำอาง, อุปกรณ์เสริมไอที, มือถือ, อาหาร, เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ จึงเหมาะสำหรับการช็อปปิ้งทั้งของชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ ยังตั้งอยู่ในทำเลย่านประตูน้ำพระอินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และเป็นจุดเชื่อมระหว่าง 2 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯและพระนครศรีอยุธยา จึงสะดวกต่อการเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถแวะซื้อสินค้าตอนขากลับจากพระนครศรีอยุธยาได้

ประกอบกับเทรนด์การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เริ่มนิยมเดินทางไป “เซอร์วิสฮับ” (Service Hub) เพื่อเฟ้นหาและเลือกซื้อของดีในแต่ละประเทศมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวยุคใหม่ หลายคนไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียว แต่มองหาลู่ทางและโอกาสการทำธุรกิจไปด้วย

ด้าน “โสมพัฒน์ ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัททีซีซี แลนด์แอสเสท เวิรด์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานที่ 3 เพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาด เพื่อให้สินค้าไทยจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มโอท็อปมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแพร่หลายมากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการตลาดต่อยอดจะเน้นการมอบโอกาส และตอบสนองความต้องการกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อดึงรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ช่วยยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดโลก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มโอท็อปเป็นเศรษฐกิจฐานรากสามารถเติบโตอย่างแข็งแรง

ขณะที่ “นพดล ภาคพรต” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสริมว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ “เอสเอ็มอี” เช่น สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ “โอท็อป” ได้มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องเสนอตรงต่อผู้บริโภคมากขึ้น

รวมทั้งยังตั้งเป้าให้เกิดการกระจายรายได้ต่อไปยังธุรกิจทุกกลุ่ม ให้สามารถยกระดับรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ สร้างความยั่งยืนในการเติบโต ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในลำดับต้น ๆ ของโลก

นับเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นให้การส่งเสริมสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยในอนาคต

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 พฤษถาคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1494701108

Comment Box