ไทยแอร์เอเชีย บุก CLMV วาดเป้าปี′60 โกยผู้โดยสาร 19.5 ล้าน



หนึ่งในประเด็นร้อนของแวดวงสายการบิน เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หนีไม่พ้นเรื่องการเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อ 17 มกราคมที่ผ่านมา จากเดิมที่เก็บภาษีในอัตรา 1% ของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น หรือ 20 สตางค์ต่อลิตร มาเก็บเพิ่มขึ้นที่อัตรา 23% หรือ 4.89 บาทต่อลิตร

“ไทยแอร์เอเชีย” จึงประกาศปรับราคาบัตรโดยสารเส้นทางบินในประเทศในอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งรวมอยู่ในค่าโดยสารที่แสดงหน้าเว็บไซต์แล้ว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เจ้าอื่น ๆ อย่าง “นกแอร์” และ “ไทยไลอ้อนแอร์”

ยันไม่ปรับลดค่าธรรมเนียม

“ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ขอให้ทบทวนค่าธรรมเนียมสรรพสามิตน้ำมันที่สายการบินโลว์คอสต์เก็บจากผู้โดยสารเพิ่มในอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบินนั้น ทาง “ไทยแอร์เอเชีย” ก็ได้ยืนยันกับ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วว่าจะไม่มีการทบทวนปรับลดค่าธรรมเนียมลง

เพราะทุกสายการบินได้ประชุมหารือและคำนวณอัตราค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจนและถูกต้องเพราะอัตราดังกล่าวได้สะท้อนต้นทุนภาษีที่ถูกเรียกเก็บอย่างแท้จริง

โดยการเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตดังกล่าวนี้ทำให้ไทยแอร์เอเชียมีต้นทุนน้ำมันในปีนี้เพิ่มขึ้นอีก1,500ล้านบาทและทำให้สัดส่วนต้นทุนด้านน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 33% เพิ่มเป็น 35%

“จริง ๆ แล้ว สายการบินยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนไว้เองด้วยซ้ำ ไม่มีการบวกกำไรเกินควรแน่นอน ด้านความเป็นไปได้ที่จะเสนอขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แบบทยอยขึ้นเป็นขั้นบันไดแทนนั้น ขณะนี้ไม่ได้มองเรื่องนั้นแล้ว เพราะรัฐบาลคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเช่นกัน”

“ธรรศพลฐ์” บอกด้วยว่า ขณะนี้ไทยแอร์เอเชียอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้เริ่มออกโปรโมชั่นถี่ขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นผู้โดยสารออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้

โดยล่าสุดพบว่าตัวเลขเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะกำลังซื้อมีทีท่าอ่อนลงจึงต้องอัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องอีก

ส่วนในเดือนเมษายนซึ่งมีช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ซึ่งปกติจะช่วยสร้างกระแสการเดินทางอยู่แล้วนั้นกระแสการจองตั๋วล่วงหน้ายังอยู่ในระดับที่ดี

ตั้งเป้าผู้โดยสารปีนี้ 19.5 ล้าน

สำหรับแผนการขยายธุรกิจของไทยแอร์เอเชียนั้น “ธรรศพลฐ์” บอกว่า ปีนี้มีแผนรับเครื่องบินใหม่เพิ่มอีก 6 ลำ เพื่อนำมาเปิดเส้นทางบินใหม่ 8-10 จุดหมาย ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงอินเดียอีก 2-3 จุดหมาย หลังเข้าไปเปิดเส้นทางบินในอินเดียแล้ว 3 เส้นทาง เช่น โกชิ และกัลกัตตา

“ปีนี้เป้าหมายของไทยแอร์เอเชียเราตั้งเป้ายอดผู้โดยสารรวมที่ 19.5 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ 12 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้วซึ่งปิดตัวเลขผู้โดยสารรวมไปที่ 17 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ 10 ล้านคน”

ส่วนอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร หรือโหลด แฟกเตอร์ไว้นั้นได้ตั้งเป้าไว้ที่ 84% โดยคาดว่าในไตรมาสแรกนี้โหลดแฟกเตอร์น่าจะอยู่ที่ราว 85-86% ถือเป็นระดับที่ดี ใกล้เคียงกับปีก่อน

เพิ่มความถี่เส้นทางสู่จีน

“ธรรศพลฐ์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักด้วยว่า แม้ปีนี้จะไม่มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ หลังเข้าไปเปิดให้บริการมากถึง 14 เส้นทางแล้ว แต่จะเน้นเพิ่มความถี่เที่ยวบินเป็นหลัก

โดยวางเป้าหมายคงสัดส่วนลูกค้าชาวจีนให้อยู่ที่ 20% หลังปีที่แล้วขึ้นไปถึง 25-26% และหันไปเพิ่มสัดส่วนลูกค้า CLMV มากขึ้น จาก 10% ให้ได้ 15% ของลูกค้าทั้งหมด

ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ นอกจากการประกาศเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเส้นทางบินในประเทศแล้ว ไทยแอร์เอเชียยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากนโยบายการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ที่ผู้โดยสารชาวจีนลดลงไปถึง 20%

“แม้ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ เห็นตัวเลขยอดผู้โดยสารจีนกลับมาเท่าเดิมแล้ว แต่ยังต้องรอดูว่าจะฟื้นจริงหรือไม่ในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้”

อย่างไรก็ตาม แม้ลูกค้ากรุ๊ปทัวร์จีนของไทยแอร์เอเชียจะหายไป แต่สายการบินก็ยังได้ลูกค้ากลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเท่ากันที่ 50:50

ตลาดตะวันออกกลางสะดุด

“ธรรศพลฐ์” กล่าวเพิ่มเติม ในฐานะผู้ถือหุ้นสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ด้วยว่า ได้ยกเลิกเส้นทางบินไปภูมิภาคตะวันออกกลาง 2 เส้นทาง คือ เตหะราน อิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2559 และมัสกัต โอมาน ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านผู้ให้บริการ (แลนด์ โอเปอเรเตอร์) ในฝั่งอิหร่านและโอมานที่ไม่เพียงพอ ทำให้ทำการขยายตลาดได้ยาก

“ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์” จึงชะลอแผนการรับเครื่องบินใหม่ออกไปก่อนในปีนี้ และหันไปเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่มีอยู่แล้ว เช่น กรุงเทพฯ-โซล เกาหลีใต้ อาจเพิ่มจากวันละ 2 เที่ยวบิน เป็น 3 เที่ยวบินแทน

อย่างไรก็ตาม ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการขยายเส้นทางบิน เนื่องจากไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเพื่อปลดล็อกธงแดงได้เรียบร้อย หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ท้วงติงเกี่ยวกับข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC)

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1487222410

Comment Box