“โรงแรม-ท่องเที่ยว” บูมอีอีซี ททท.หนุนพัทยาจัดงาน “แทรเวลมาร์ท”



“โรงแรม-ท่องเที่ยว” แห่ลงทุนรับอีอีซี “ไมด้า แอสเซ็ท” ผนึกทุนสิงคโปร์ “เวลลิตี้” เปิดตัวบริษัทร่วมทุน “เอ็มดับเบิ้ลยู เวลเนส แมเนจเมนท์” รุกตลาดโรงแรมเชิงสุขภาพ กางแผนปักธงในไทยรวม 4 แห่งภายในปี”63 วางหมากแห่งแรกในระยองก่อนลุยต่างประเทศ ด้าน “ททท.” รุกจัดงานแทรเวลมาร์ท “ทีทีเอ็มพลัส” ที่พัทยา หวังโชว์เคสภาคท่องเที่ยวในอีอีซีแก่ผู้ประกอบการต่างชาติ

นายวิสูตร เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้จับมือกับเวลลิตี้ บริษัทบริหารจัดการธุรกิจด้านการบริการชั้นนำในสิงคโปร์ที่นำเสนอโครงการสุขภาพและนวัตกรรมใหม่สำหรับโรงแรมและรีสอร์ต เปิดบริษัทร่วมทุน เอ็มดับเบิ้ลยู เวลเนส แมเนจเมนท์ (MW Wellness Management) เพื่อรับบริหารจัดการธุรกิจด้านการบริการสำหรับโรงแรมและรีสอร์ต โดยมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 20 ล้านบาท ไมด้าฯถือหุ้น 51% ขณะที่เวลลิตี้ถือหุ้น 49%

นายวิสูตรกล่าวว่า การรุกพัฒนาและรับบริหารโรงแรมและรีสอร์ตที่มีศูนย์ดูแลสุขภาพอยู่ด้วย ถือเป็นอีกเซ็กเมนต์ของตลาดโรงแรมที่จะมาช่วยเสริมทัพธุรกิจโรงแรมในกลุ่มไมด้าฯซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว 8 แห่ง ตั้งอยู่ในหลาย ๆ จุดหมายของไทย เช่น กรุงเทพฯ หัวหิน นครปฐม และกาญจนบุรี

บูมระยองรับ “อีอีซี”

โดยบริษัทเตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่แบบคอนเซ็ปต์โฮเทลดังกล่าวแห่งแรก คือ อักษร ระยอง เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น บนพื้นที่ 4 ไร่ เลียบชายหาดแหลมแม่พิมพ์ จำนวน 123 ห้องพัก เป็นรีสอร์ตแนวใหม่ที่นำศิลปะและวัฒนธรรมการมีสุขภาพดีแบบองค์รวมมาผสมผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแห่งแรกในจังหวัดระยอง เพื่อเจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เวลเนสทัวริซึ่ม) ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ใช้งบฯลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการใช้งบฯลงทุนในโครงการนี้เพิ่มอีกประมาณ 35 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและองค์ประกอบที่สำคัญในส่วนต่าง ๆ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนสิงหาคมปีนี้

“เมื่อดูศักยภาพของจังหวัดระยองแล้ว ถือเป็นจุดหมายที่มีข้อได้เปรียบจากยุทธศาสตร์ของประเทศไทย เนื่องจากระยองเป็นหนึ่งในจังหวัดของนโยบายพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล เนื่องจากมีโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวโดยตรง อย่างแผนการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะดูจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่มีการเติบโตจริง นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงมองว่าจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว” นายวิสูตรกล่าว

ชูคอนเซ็ปต์สุขภาพองค์รวม

ส่วนแผนการดำเนินงานของเอ็มดับเบิ้ลยูฯ ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบเชิงรุก โดยเน้นจุดแข็งที่ไม่เหมือนใครคือ นำองค์ประกอบของสุขภาพแบบองค์รวมมาผสมผสานกับการให้บริการในทุก ๆ ด้านของโรงแรมตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นตัวสถานที่ ห้องพัก ศูนย์สุขภาพ โปรแกรมการบำบัด รวมไปถึงเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม โดยผู้ใช้บริการโรงแรมจะได้สัมผัสกับความรู้สึกสะดวกสบายแบบมีสุขภาพดีได้พร้อม ๆ กัน

ด้านนายแอนโธนี จู้ด ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เอ็มดับเบิ้ลยู เวลเนส แมเนจเมนท์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวลลิตี้ กล่าวว่า ปัจจุบันเอ็มดับเบิ้ลยูฯมีโรงแรมภายใต้การบริหารอยู่ 2 แบรนด์ คือ “อักษร” รูปแบบโรงแรมเป็นแนวศิลปะและวัฒนธรรม ส่วน “เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น” จะเป็นการนำองค์ประกอบทางการแพทย์เพื่อสุขภาพแบบองค์รวมมาผสมผสานกับการบริการของโรงแรมและรีสอร์ต

“โดยอักษร ระยอง เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น เป็นโรงแรมแรกที่นำจุดเด่นของทั้งแบรนด์อักษร และเดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่นมาเข้าไว้ด้วยกัน และเกิดเป็นคอนเซ็ปต์โฮเทลแห่งใหม่ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร”

จ่อบุก “เวียดนาม-จีน”

สำหรับแผนขยายธุรกิจภายใต้การบริหารของเอ็มดับเบิ้ลยูฯนั้น นายแอนโธนีกล่าวว่า ภายในปี 2563 บริษัทจะเปิดโรงแรมใหม่เพิ่มทั้งหมด 4 แห่ง กล่าวคือ นอกจากอักษร ระยองฯแล้ว จะมีที่ภูเก็ต คือโครงการเดอะพาโนรา (The Panora) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมในภูเก็ต คาดเปิดให้บริการปี 2562, ด้านโรงแรมธาราปฐม (Tara Pathom)

เป็นบ้านไทยวิลล่า มีจำนวนวิลล่า 30 หลัง บนพื้นที่ 30 ไร่ และอีกแห่งคือที่ขนอม นครศรีธรรมราช คาด 2 แห่งหลังนี้จะเปิดให้บริการปี 2563 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสการเปิดโรงแรมในเขาหลัก จังหวัดพังงา และฉะเชิงเทราซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในพื้นที่อีอีซีเช่นกัน

นายแอนโธนีกล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากขยายโรงแรมในไทยแล้ว จะเริ่มปักธงโรงแรมของเครือเอ็มดับเบิ้ลยูฯในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชีย ภายใต้แบรนด์เดอะ เวลลิตี้ คอลเลคชั่น ทั้งในมาเลเซีย คาดเปิดให้บริการได้ในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีเวียดนาม รวมถึงจีนซึ่งจะเลือกจุดหมายที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมาก เมืองแรกที่จะไปคืออู่ฮั่น โดยกลยุทธ์การลงทุนจะมุ่งสร้างโรงแรมขึ้นใหม่ ไม่ใช่การซื้อกิจการ เพราะการนำอาคารมารีโนเวต บางทีต้นทุนอาจแพงกว่า

ปักธงพัทยาจัดทีทีเอ็มพลัส 2018

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.เตรียมจัดงานไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท พลัส (ทีทีเอ็มพลัส) 2018 เพื่อเพิ่มศักยภาพการขายแหล่ง

ท่องเที่ยวและบริการทางการท่องเที่ยวของไทยในตลาดต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวจากต่างประเทศได้รับข้อมูลสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีโอกาสสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สัมผัสกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายของไทย สนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และเป็นเวทีหลักสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะในแบบ business to business (B2B) ได้เจรจาทางธุรกิจ มีกำหนดจัดขึ้นที่โอเชี่ยน มารีน่า ยอชต์ คลับ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 13-15 มิถุนายน 2561 คาดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นในงาน 1,400 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีการตอบรับของผู้ขายในประเทศ และผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มน้ำโขง รวมทั้งสิ้น 336 บูท จาก 313 หน่วยงาน แบ่งเป็นผู้ขายที่เคยร่วมงานเป็นครั้งแรก 71 ราย และเคยร่วมงานแล้ว 265 ราย ส่วนผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้าร่วมงานจำนวน 292 ราย (48 ประเทศ)

“ถือเป็นโอกาสสำคัญในการโปรโมตเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรองในภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งสอดรับกับแผนการพัฒนาอีอีซี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ในภูมิภาคตะวันออก สู่การท่องเที่ยวระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูง และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประชาชนในพื้นที่ให้สูงขึ้น” นายยุทธศักดิ์กล่าว

 ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 27 พฤษภาคม 2561
https://www.prachachat.net/tourism/news-165574
Comment Box