เจาะลึกตลาด “เกาหลี-ญี่ปุ่น” เชื่อมั่นเมืองไทย-จ่อกลับมาเที่ยวซ้ำ



สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียนั้น นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและมาเลเซียแล้ว ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องและน่าจับตามองคือ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

จากตัวเลขสถิติ 3 ปีย้อนหลัง (2557-2559) พบว่า ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เข้ามาเที่ยวในไทย 1.12 ล้านคน เพิ่มเป็น 1.37 ล้านคนในปี 2558 และเพิ่มเป็น 1.46 ล้านคนในปี 2559 ส่วนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น พบว่าในปี 2557 มีจำนวน 1.26 ล้านคน เพิ่มเป็น 1.38 ล้านคนในปี 2558 และเพิ่มเป็น 1.44 ล้านคนในปี 2559

จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ “ศูนย์วิจัยและบริการธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น” จึงได้จัดทำการสำรวจ “ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย” ในมุมมองนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียตะวันออก โดยโฟกัสที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

“ดร.วนิดา วาดีเจริญ” หัวหน้าโครงการสำรวจ ศูนย์วิจัยและบริการธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เผยว่า การสำรวจดังกล่าวนี้ได้สำรวจ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่าง 15-28 ตุลาคม 2559 และสำรวจที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่าง 15 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2559 และที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่าง 15 มกราคม-16 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมาโดยใช้กลุ่มเป้าหมาย 562 คน สำหรับตลาดญี่ปุ่น และ 510 คน สำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ในจำนวน 562 คน

จากการสำรวจพบว่าสำหรับญี่ปุ่นนั้น แบ่งเป็นเพศชาย 65% เพศหญิง 35% มีอายุน้อยกว่า 20 ปี 0.5% ระหว่าง 21-40 ปี 35.2% ระหว่าง 41-60 ปี 52.3% และมากกว่า 60 ปี 12.1%

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 510 คนนั้น เป็นเพศชาย 20% เพศหญิง 71% อายุน้อยกว่า 20 ปี 1% ระหว่าง 21-40 ปี 63.1% ระหว่าง 41-60 ปี 30.4% และมากว่า 60 ปี 5.7% นั่นหมายความว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงาน มีฐานะมั่นคงแล้ว มีอายุระหว่าง 41-60 ปี ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มต้นทำงานเป็นหลัก

นักเดินทางชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อการท่องเที่ยวมากถึง 84% รองลงมาคือ เพื่อธุรกิจ 13% ฯลฯ ส่วนเกาหลีใต้เดินทางมาเพื่อการท่องเที่ยวมากที่สุดเช่นกัน คือที่ 81% ตามด้วยเพื่อการประชุม-แสดงสินค้า 10% และเพื่อธุรกิจ 7% ฯลฯ

ที่น่าสังเกตคือ ทั้งชาวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้รู้จักประเทศไทย เพราะคำแนะนำจากเพื่อนและครอบครัวมากที่สุด ตามด้วยจากสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ และทั้ง 2 ตลาดจะศึกษาข้อมูลและสำรองที่พักผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากที่สุด โดยญี่ปุ่นมีสัดส่วนถึง 66% รองลงมาคือ ซื้อแพ็กเกจทัวร์จากตัวแทนในประเทศไทย 23% และซื้อแพ็กเกจทัวร์จากตัวแทนในประเทศต้นทาง 11%

ส่วนเกาหลีใต้การวางแผนการเดินทางโดยศึกษาข้อมูลและสำรองที่พักผ่านอินเทอร์เน็ตที่ 52% ตามด้วยซื้อแพ็กเกจทัวร์จากตัวแทนในประเทศต้นทาง 38% และซื้อแพ็กเกจทัวร์จากตัวแทนในประเทศไทย 10%

สำหรับพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวนั้นพบว่า ชาวญี่ปุ่นชอบเดินทางคนเดียวมากที่สุดที่ 49% ตามด้วยเดินทางเป็นกลุ่ม 30% และเดินทางกับครอบครัว 21% และประมาณ 48% ใช้จ่ายต่อคนต่อครั้งไม่เกิน 35,500 บาท และรองลงมาคือ ใช้จ่ายระหว่าง 35,001-52,500 บาท อยู่ที่ 27% และส่วนใหญ่พำนักมากกว่า 7 วัน (42%) รองลงมาคือ พำนัก 5-7 วัน (36%) และพำนัก 2-4 วัน และที่น่าสนใจคือ เป็นกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยมากกว่า 10 ครั้ง ถึง 39% รองลงมาคือ 1-2 ครั้ง (21%) จำนวน 3-5 ครั้ง (19%) จำนวน 6-10 ครั้ง (11%) และเดินทางมาครั้งแรก คิดเป็นสัดส่วน 10%

ขณะที่ชาวเกาหลีใต้นิยมเดินทางเป็นกลุ่มมากที่สุดที่ 51% ตามด้วยเดินทางคนเดียว 28% และเดินทางกับครอบครัว 21% และประมาณ 41% มีการใช้จ่ายต่อคนต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 35,001-52,500 บาท รองลงมาคือ ใช้จ่าย 52,501-70,000 บาท (28%), ใช้จ่าย 70,001-87,500 บาท (11%), ใช้จ่ายมากกว่า 87,500 บาท (12%) และที่น่าสังเกตคือ กลุ่มที่ใช้จ่ายไม่เกิน 35,500 บาทต่อคนต่อครั้ง น้อยที่สุด โดยมีแค่ 8% เท่านั้น

โดยชาวเกาหลีจะพำนักอยู่ในประเทศไทยน้อยกว่าชาวญี่ปุ่น โดย 49% พำนักเฉลี่ย 5-7 วัน ส่วนที่พักมากกว่า 7 วันมีสัดส่วน 24% สุดท้ายคือพำนัก 2-4 วัน (27%) และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาไทย 1-2 ครั้ง (42%) ตามด้วยเดินทางมาครั้งแรก (22%) และ 3-5 ครั้ง (18%) เดินทาง 6-10 ครั้ง (11%) ส่วนกลุ่มที่เดินทางมามากกว่า 10 ครั้งนั้นมีเพียงแค่ 7% เท่านั้น

สำหรับเรื่องความเชื่อมั่นในประเทศไทยนั้น นักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศรับรู้ถึงเสถียรภาพของประเทศไทยที่เหมือนกัน โดยชาวญี่ปุ่น 70% มองว่าสถานการณ์ในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ และมีเพียง 30% เท่านั้นที่มองว่าประเทศไทยยังไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เช่นเดียวกับชาวเกาหลีที่ 79% มองว่าสถานการณ์ในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ และมีเพียงแค่ 21% เท่านั้นที่มองว่าประเทศไทยยังไม่มีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ ยังมองเหมือนกันว่า “ประเทศไทย” เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพและความผ่อนคลาย มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางในอาเซียน และเป็นสวรรค์แห่งการช็อปปิ้ง

และส่วนใหญ่มองว่า การมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอะไรที่น่าพอใจและดีกว่าที่คาดหวัง โดย 54% ของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น และ 67% ของชาวเกาหลี บอกว่าก็มีแผนที่จะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวเมืองไทยอีกแน่นอนในช่วง 2 ปีข้างหน้า

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 พฤษภาคม  2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1494760827

Comment Box