ส่องเทรนด์ตลาด “ยุโรป” ททท. เจาะนิชมาร์เก็ต-เฟ้นรายได้ปี′60



ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปยังคงนิ่ง ๆ ทำให้ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” หรือ “ททท.” ปรับกลยุทธ์ตลาดดั้งเดิมที่มาเที่ยวไทยแต่ไหนแต่ไร รวมถึงบุกเปิดตลาดใหม่เปี่ยมศักยภาพ ด้วยการเพิ่มรายได้ หลากหลายมิติในปี 2560 ทั้งช่วงชิงกลุ่มกำลังซื้อสูงให้หันมาสนใจสินค้าท่องเที่ยวระดับลักเซอรี่ รวมถึงสินค้าความสนใจเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) ของไทย

ตั้ง สนง.ปราก บุกยุโรปตะวันออก

“วิราห์ ศรีรางกูร” ผู้อำนวยการ สำนักงานปราก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำนักงานปรากถือเป็นสำนักงาน ททท.น้องใหม่ รับผิดชอบ 7 ตลาด คือ โปแลนด์ ยูเครน สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี โรมาเนีย สโลวาเกีย และบัลแกเรีย ตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เพราะมองเห็นศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปตะวันออกว่ามีอนาคตสดใสแน่นอนหลังจากเห็นตัวเลขการเติบโตตั้งแต่ปี 2554 ที่ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี มีติดลบเล็กน้อยเมื่อปี 2558 จากนักท่องเที่ยวตลาดยูเครน และคาดว่าปี 2560 จะเติบโตในแง่จำนวนคน 9% มีรายได้เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีนี้

โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาไทยมีกลุ่มเดินทางครั้งแรกและกลุ่มเดินทางซ้ำ โดยกลุ่ม “คลาสสิก ทัวร์” พำนักเฉลี่ยนาน 14 วัน นิยมขึ้นเหนือไปเที่ยวสุโขทัย ก่อนล่องทะเลทางใต้ เช่น ภูเก็ต กระบี่ สมุย รวมถึงพัทยา และตราด

ส่วนกลุ่มที่เดินทางมาด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) พำนักนาน 16 วัน ททท.ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายต่อคนปีนี้ที่ 4,700 บาทต่อวัน สำหรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวนั้นพบว่า กลุ่มยุโรปตะวันออกชื่นชอบอาหารไทยอย่างมาก และนิยมท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเล เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่ติดทะเล ผู้ประกอบการสามารถโฟกัสจับตลาดคู่ฮันนีมูน และกลุ่มดำน้ำได้เลย

นอกจากนี้ ยังชื่นชอบท่องเที่ยวยามราตรี (ไนต์ไลฟ์) และวัฒนธรรม จะเห็นได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างตลาดรัสเซียกับยุโรปดั้งเดิม

ทั้งนี้ ตลาดหลัก “โปแลนด์” มีแนวโน้มขึ้นมาเป็น “บิ๊กมาร์เก็ต” ในอนาคต จากการเติบโตของจีดีพีในระดับดี มากกว่า 3% ต่อปี เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศกลุ่มยุโรปทั้งหมด เหมาะกับการดึงตลาดจัดประชุมสัมมนา (ไมซ์) มาจัดในไทย

โดยคาดว่าปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวโปแลนด์มาไทย 7.8 หมื่นคน เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว พร้อมวางเป้าโตอีก 9% ในปี 2560 เป็น 8.5 หมื่นคน

ส่วนอีก 2 ตลาดหลัก อย่าง “สาธารณรัฐเช็ก” คาดปีนี้มียอดเดินทางเข้าไทย 4.1 หมื่นคน เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และโตในอัตราเดียวกันอีก 10% เป็น 4.6 หมื่นคนในปีหน้า ขณะที่ “ฮังการี” คาดปีนี้โต 10% เป็น 2.3 หมื่นคน และโตอีก 10% ในปีหน้าเป็น 2.6 หมื่นคน

จับกลุ่ม “ฮันนีมูน-กอล์ฟ-ยอชต์”

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานปรากกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดยุโรปตะวันออกยังเป็นตลาดใหม่ นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรกยังครองสัดส่วนค่อนข้างมาก จึงมุ่งสร้างภาพลักษณ์ว่าไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับกลางจนถึงบน พยายามทำตลาดกับทัวร์โอเปอเรเตอร์เจ้าใหญ่ ๆ และค่อยขยายไปยังเจ้าเล็กในปีถัดไป

พร้อมทั้งรุกเจาะกลุ่มความสนใจเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) 3 กลุ่ม ได้แก่ “ฮันนีมูน” เนื่องจากใน 3 ตลาดหลักของยุโรปตะวันออก มีคู่แต่งงานใหม่มากถึง 6.8 แสนคู่ต่อปี นิยมเดินทางเพื่อฮันนีมูนในช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคม

โดย ททท.จะปรับแผน มุ่งกระจายการเดินทางให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี พร้อมเสนอสินค้าท่องเที่ยวกลุ่ม “ลักซ์พีเรียนส์” ผสมผสานท่องเที่ยวแบบหรูหรากับมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่าง

กลุ่มต่อมาคือ “กอล์ฟ” ในสาธารณรัฐเช็ก ปัจจุบันมีฐานสมาชิกผู้เล่นกอล์ฟกว่า 8 หมื่น – 1 แสนคน สามารถพ่วงขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่มครอบครัว โดย ททท.เห็นโอกาสขยายตัวดี หลังทำตลาดกับโอเปอเรเตอร์

กลุ่มกอล์ฟ 3 ปีต่อเนื่อง

สุดท้าย คือกลุ่ม “ยอชต์” ปัจจุบัน “โครเอเชีย” เป็นจุดหมายหลักของการล่องเรือยอชต์ใน 3 ตลาดหลักนี้ ปีที่แล้ว ททท.ได้เริ่มต้นทำโปรโมชั่นกับบริษัทยอร์ชเน็ต ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาล่องเรือยอชต์ในไทย ขายได้ 30 แพ็กเกจ นับเป็นจำนวนเริ่มต้นที่น่าสนใจ

และในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ สายการบินลอต (LOT Airlines) จะทำการบินเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ใน 2 เส้นทางไป-กลับ วอร์ซอ-ภูเก็ต และวอร์ซอ-กระบี่ ใช้เครื่องบิน แอร์บัส 787 ดรีมไลเนอร์ ขนาด 350 ที่นั่ง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559-มีนาคม 2560

เจาะเศรษฐีไวน์ฝรั่งเศส

ฟากตลาดยุโรปดั้งเดิมอย่างฝรั่งเศส “อารีรัตน์ ชื่นประภานุสรณ์” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานปารีส กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ 3 ตลาดที่รับผิดชอบ ได้แก่ ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม พบว่ายังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรง โดย ททท.ได้ดำเนินแผนเพิ่มรายได้ เจาะกลุ่มคุณภาพ เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง

อาทิ เจ้าของชาโตว์ เจ้าของกิจการในเมืองสำคัญที่สินค้ามีชื่อเสียงระดับโลก เช่น แชมเปญ บอร์กโดซ์ รวมถึงตูลูส ฐานที่ตั้งการผลิตของเครื่องบินกลุ่มแอร์บัส ให้รู้จักสินค้ากลุ่มลักเซอรี่ของไทยมากขึ้น โดยในปี 2560 ททท.ตั้งเป้าตลาดฝรั่งเศส มีรายได้เติบโต 10% เป็น 5.4 หมื่นล้านบาท และมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้ จะยังมีโอกาสเติบโต 10% เป็นไปตามแนวโน้มตลาดที่คาดไว้ 4.9 หมื่นล้านบาท

เพราะฝรั่งเศสเป็นตลาดที่มีพฤติกรรมเดินทางพักผ่อนตลอด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดก็ตาม และเริ่มแสวงหาจุดหมายใหม่ ๆ ในไทยสำหรับการมาเยือนซ้ำ แนวโน้มดังกล่าวนี้ สอดรับกับแผนของ ททท.ที่ต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองใหม่ ๆ ภายใต้โครงการเมืองต้องห้ามพลาด ช่วยกระจายรายได้ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ

ที่มา: ประชาชาติธุระกิจ วันที่ 18 ตุลาคม 2559

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1476687152

Comment Box