ททท.รุกวางยุทธศาสตร์ร่วมทอท. ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานบริการ “ท่องเที่ยว” ทุกมิติ



ททท.ผนึก ทอท. เซ็นเอ็มโอยูร่วมวางยุทธศาสตร์ผลักดันภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว-ยกระดับมาตรฐานการบริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในทุกมิติให้ไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่มุ่งจับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ด้าน ทอท.เดินหน้าลงทุนขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารตามแผน 10 ปีต่อเนื่อง

นายยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการช่วยกันส่งเสริมผลักดันภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง โดยการลงนามในข้อตกลงครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2560-2562 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากที่ทั้ง 2 หน่วยงานได้ดำเนินการมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2556-2559

มุ่งยกระดับบริการนักท่องเที่ยว

โดยสาระสำคัญของการร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้คือ ช่วยกันยกระดับมาตรฐานการให้บริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยมองว่าสนามบินเป็นประตูด่านแรกและด่านสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสเมื่อมาประเทศไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาถึง 32.6 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 9% สร้างรายได้รวมราว 1.65 ล้านล้านบาท

การยกระดับมาตรฐานการบริการดังกล่าวนี้จะช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความประทับใจประเทศไทยและเดินทางกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกในเวลาต่อไป ที่สำคัญแนวทางนี้ยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งโฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้นด้วย

ยกระดับ – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกความร่วมมือกับบริษัทท่าอากาศยานไทย ผู้บริหารสนามบินหลักทั้ง 6 แห่งของไทยในการวางยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการของภาคท่องเที่ยวไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ

วางยุทธศาสตร์ร่วมกันทุกมิติ

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า นับจากนี้เป็นต้นไปทั้ง 2 หน่วยงานจะทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน และจะมุ่งให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบการทำการตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้น โดยจะจัดทำแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และมีการแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารในทุกมิติอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

“ยกตัวอย่างเช่น ททท. คาดการณ์ว่าจากนี้ไปนักท่องเที่ยวขยายตัวปีละ 10% ทางฟาก ทอท.ก็จะต้องมานั่งดูว่าการลงทุนรองรับนักท่องเที่ยวจะต้องมีแผนอย่างไร หรือในกรณีที่ทาง ททท.จะขยายตลาดไปในโซนไหน เราก็จะวางแผนร่วมกับทาง ทอท. ในการหาสลอตการบินในโซนนั้น ๆ เพิ่มเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น”

ทอท.ลงทุนตามแผน 10 ปี

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยแน่นอน เนื่องจากสนามบินภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทท่าอากาศยานไทยทั้ง 6 สนามบิน มีส่วนแบ่งการตลาดราว 85% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทั้งหมด สนามบินของ ทอท.จึงเปรียบเสมือนเกตเวย์สำคัญของประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ทอท.ได้พยายามเพิ่มศักยภาพการให้บริการนักเดินทางท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น ทั้งหาแนวทางเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว, เพิ่มมาตรฐานการให้บริการในแต่ละสนามบิน ฯลฯ

นอกจากนี้ทาง ทอท.ยังมีแผนลงทุนเพื่อขยายศักยภาพในการรองรับจำนวนผู้โดยสารอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ในช่วง 10 ปีนี้ ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และเฟส 3, โครงการลงทุนสนามบินดอนเมืองเฟส 3 รวมถึงโครงการลงทุนในสนามบินภูมิภาค

“ไม่เพียงแค่แผนการลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการรองรับจำนวนผู้โดยสารของสนามบินในสังกัดทั้ง 6 แห่งเท่านั้น ขณะนี้ทางบอร์ดบริหารยังได้ศึกษาถึงการขยายการลงทุนในอีก 10-20 ปีข้างหน้าด้วย” นายนิตินัยกล่าว

มั่นใจปี′60 ท่องเที่ยวยังโต

นายนิตินัยกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) จะเป็นช่วงที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอยู่ในช่วงการจัดระเบียบทัวร์จีน และส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ชะลอการเดินทางไปบ้าง แต่สถานการณ์เริ่มกลับมาแล้วในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจตัวเลขในไตรมาสแรกปีนี้ ททท.จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ราว 7-8%

“ในปีที่ผ่านมาเราเติบโตอยู่ที่ราว 12.4% ส่วนปีนี้เราตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10%”

เช่นเดียวกับ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้พื้นที่ในภาคใต้ของประเทศจะประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวมากนัก เนื่องจากภาคใต้เพิ่งผ่านช่วงไฮซีซั่นมา ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนก็เริ่มกลับมาแล้ว ทำให้ยังเชื่อมั่นว่าในปี 2560 นี้ ประเทศไทยจะมีรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวรวมที่ 2.7 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้เมื่อต้นปีได้

ที่มา: ธุรกิจการท่องเที่ยว วันที่ 16 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484540642

Comment Box