“บินไทย” ลั่นทำเพื่อชาติ โค้ดแชร์บางกอกแอร์เวย์ส ปั้นไทย “ฮับบินอาเซียน”



ว่ากันว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจการบินของไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางมายังสนามบินในสังกัดของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย และกรมท่าอากาศยานรวม 31 แห่งทั่วประเทศ ในช่วงปี 2555-2558 ที่ขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 15.2% ต่อปี

การขยายตัวดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความคึกคักเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจสายการบินในประเทศไทยทุกค่ายต่างก็ทุ่มลงทุนเพิ่มขนาดฝูงบินและขยายเส้นทางการบินกันอย่างคึกคัก ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศ พร้อมทั้งควักกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ ๆ มานำเสนอให้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้ากันเป็นระยะ

โดยเฉพาะพี่ใหญ่ในวงการอย่าง “การบินไทย” ที่ลุกขึ้นมาปรับกลยุทธ์ของสายการบินในสังกัดทั้ง 3 สายการบินใหม่ เพื่อให้สายการบินในสังกัดมีแนวทางการบริหารจัดการไปในทิศทางเดียวกัน มีไดเร็กชั่นที่ชัดเจน ที่สำคัญต้องไม่กินส่วนแบ่งการตลาดซึ่งกันและกัน

บินไทย-BA จับมือร่วมโค้ดแชร์

ไม่เพียงเท่านี้ ล่าสุด “การบินไทย” ยังจับมือกับ “บางกอกแอร์เวย์ส” เพื่อทำการบินในรูปแบบเที่ยวบินร่วม หรือ Codeshare อีกด้วย

“อุษณีย์ แสงสิงแก้ว” รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า ที่ผ่านมาการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์สมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานกว่า 20 ปี

และตั้งแต่ปี 2546 ทั้ง 2 สายการบินก็ได้ร่วมมือกันในลักษณะการขายเที่ยวบินเชื่อมต่อ (Interline Agreement) ซึ่งผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารและเดินทางในเส้นทางที่มีความเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 สายการบิน

ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายเส้นทางบิน และรองรับการขยายช่องทางการขายและเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารในเส้นทางบินเชื่อมต่อของทั้ง 2 สายการบินให้มากยิ่งขึ้น “การบินไทย” จึงได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระหว่างกันบนเที่ยวบินร่วม (Codeshare) กับทางบางกอกแอร์เวย์สเพิ่มขึ้นอีก 1 สายการบิน

หวังหนุนไทยขึ้นฮับบินอาเซียน

“อุษณีย์” บอกด้วยว่า การทำกลยุทธ์เที่ยวบินร่วม หรือโค้ดแชร์นั้นไม่เพียงแค่เป็นการช่วยขยายเครือข่ายเส้นทางบินและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารจากทั่วโลกเท่านั้น ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของสายการบินของคนไทยด้วย

ที่สำคัญ ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและช่วยนำรายได้จากการนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ รวมถึงการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

โดยความร่วมมือเที่ยวบินร่วม (Codeshare) ที่ทางการบินไทยร่วมกับทางบางกอกแอร์เวย์ส ประกอบด้วย เที่ยวบินที่ทำการบินโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สรวม 14 เส้นทางบิน แบ่งเป็น เส้นทางบินภายในประเทศ 10 เส้นทางบิน ได้แก่ เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สมุย, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-เชียงราย, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, กรุงเทพฯ-กระบี่, กรุงเทพฯ-ลำปาง, กรุงเทพฯ-สุโขทัย, กรุงเทพฯ-ตราด, เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และสมุย-ภูเก็ต

และเส้นทางบินระหว่างประเทศ 4 เส้นทางบิน ได้แก่ เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ดานัง ประเทศเวียดนาม, กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง ประเทศลาว, กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ (มาเล่) สาธารณรัฐมัลดีฟส์ และกรุงเทพฯ-เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ขณะที่เที่ยวบินที่ทำการบินโดยสายการบินไทย คือ เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ และเส้นทางในอนาคตอื่น ๆ อยู่ในระหว่างการพิจารณา

ยันไม่กระทบสายการบินลูก

“การทำโค้ดแชร์ร่วมกับหลาย ๆ สายการบินจะทำให้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาต่อเที่ยวบินไปยังจุดอื่น ๆ นานเหมือนที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ เรายังสามารถขายเส้นทางการเดินทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย”

พร้อมยังย้ำด้วยว่า การทำโค้ดแชร์ร่วมกับบางกอกแอร์เวย์สในครั้งนี้จะไม่ทับเส้นทางบินของไทยสมายล์ ซึ่งเป็นสายการบินลูก และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของสายการบินลูกของการบินไทยแน่นอน

ขณะที่ “พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาบางกอกแอร์เวย์สใช้กลยุทธ์ในรูปแบบเที่ยวบินร่วม หรือโค้ดแชร์ กับสายการบินระดับโลกทุกภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องแล้ว 21 สายการบิน โดยการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินชั้นนำของประเทศไทยจะเป็นสายการบินที่ 22 ที่บางกอกแอร์เวย์สร่วมทำโค้ดแชร์

BA หวังเพิ่มผู้โดยสารโซนยุโรป

“พุฒิพงศ์” บอกด้วยว่า ปัจจุบันการบินไทยทำการบินไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกมากถึง 61 เส้นทางบิน ความร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างให้เครือข่ายการบินในรูปแบบพันธมิตรให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น และเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญทางการบินของภูมิภาคอาเซียน “ตอนนี้เราร่วมโค้ดแชร์กันในบางเส้นทางและเชื่อว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด”

“พุฒิพงศ์” บอกว่า การร่วมกับทางการบินไทยในครั้งนี้จะทำให้บางกอกแอร์เวย์สได้นักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปเข้ามาเสริมพอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันกลยุทธ์การทำเที่ยวบินร่วม หรือโค้ดแชร์กับสายการบินระดับโลกในทุกภูมิภาค ทำให้บางกอกแอร์เวย์สมีสัดส่วนลูกค้าจากโซนยุโรปมากถึงราว 60% และเชื่อว่าหลังจากร่วมกับการบินไทย บางกอกแอร์เวย์สจะได้ลูกค้าในโซนยุโรปเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับแผนการเปิดเที่ยวบินใหม่ ๆ ของบางกอกแอร์เวย์สนั้น “พุฒิพงศ์” บอกว่า จะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพียงแต่จะเน้นการเปิดเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก โดยปีนี้มีแผนเปิดอีก 4 เส้นทางบิน ได้แก่ สมุย-กว่างโจว (เปิดแล้ว), เชียงใหม่-พุกาม (เมียนมา), เชียงใหม่-เวียงจันทน์ (ลาว) และกรุงเทพฯ-ฟูก๊วก (เวียดนาม)

ส่วนเส้นทางบินระยะไกลนั้น “บางกอกแอร์เวย์ส” จะเน้นทำธุรกิจในรูปแบบเที่ยวบินร่วม หรือโค้ดแชร์เป็นหลัก การผนึกกำลังกับ “การบินไทย” จึงตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของ “บางกอกแอร์เวย์ส” ได้ดีที่สุด ขณะที่ “การบินไทย” เองก็ได้เพิ่มเครือข่ายการบินไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

และแน่นอนว่า นอกจากจะร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจการบินของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการบริหารจัดการต้นทุนการบินของทั้ง 2 สายการบินได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 เมษายน 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1492607789

Comment Box