บ.ทัวร์ปรับตัวสู้โมเดลการขายใหม่ รับมือยักษ์ออนไลน์กระหน่ำทุบราคา “เที่ยวราคาถูก”



บริษัททัวร์อินบาวนด์-เอาต์บาวนด์ เร่งปรับตัวยกระดับบริการรับมือโลกเปลี่ยนเร็ว-สู้โมเดลการขายและธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ หลังยักษ์ท่องเที่ยวออนไลน์กระหน่ำโปรโมชั่นตลาดแตก เทกระจาดดีลท่องเที่ยวราคาถูก ดูดกลุ่มชอบเที่ยวเอง และนิยมจองกับซัพพลายเออร์โดยตรงมากขึ้น พร้อมชงรัฐเร่งจัดระเบียบซัพพลายเชน

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความท้าทายของธุรกิจบริษัทนำเที่ยวในปี 2560 คือการหารูปแบบบริการที่ดี ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงสูงสุด พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่หันมาจองสินค้าท่องเที่ยวออนไลน์ และติดต่อกับซัพพลายเออร์ อาทิ โรงแรม โดยตรง รวมถึงโมเดลธุรกิจท่องเที่ยวใหม่ ๆ บนช่องทางออนไลน์ เช่น บริการเพื่อนเที่ยว รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) ซึ่งจะเข้ามาแข่งกับบริการมัคคุเทศก์ของบริษัทนำเที่ยวได้

เผชิญภาวะแข่งขันสูง

จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ส่งผลให้บริษัทนำเที่ยวต้องเผชิญกับการแข่งขันรุนแรงทั้งจากการพัฒนาของเทคโนโลยีและการแข่งขันด้านราคาแพ็กเกจทัวร์อย่างดุเดือดของบริษัทนำเที่ยวด้วยกันเองซึ่งหลายๆบริษัทใช้กลยุทธ์ราคาเป็นตัวดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว เน้นสร้างกำไรจากจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นการทำลายตัวเอง แม้บริษัทอยู่ได้ แต่นักท่องเที่ยวอาจไม่ประทับใจ และไม่กลับมาใช้บริการซ้ำ

โดยปัจจุบันมีผู้เล่นในภาคธุรกิจนำเที่ยวมากขึ้น ทั้งบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงองค์กรภายนอกหลาย ๆ องค์กรซึ่งจัดทัวร์กันเอง ไม่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีบริษัทนำเที่ยวอีกหลาย ๆ บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย นำแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกมาขายแข่งผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย)

ผุดโมเดล “ขายตรงทัวร์”

อีกรูปแบบการขายแพ็กเกจทัวร์ที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วทั้งในไทยและต่างประเทศคือการขายแบบธุรกิจเครือข่าย (Multi-levelMarketing หรือ MLM) เหมือนโมเดลธุรกิจขายตรง ด้วยการให้ผลตอบแทนแก่ผู้สนใจที่เข้ามาขายแพ็กเกจทัวร์ และดึงคนเข้ามาซื้อเรื่อย ๆ โดยไม่มีสำนักงานและใช้ต้นทุนต่ำ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามอง เพราะเป็นรูปแบบการขายที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างผิดกับไม่ผิด เอาผลประโยชน์มาดึงดูดลูกข่าย ซึ่งสามารถอ้างได้ว่าเป็นฝ่ายขาย (เซลส์) ของเครือข่ายนั้น ๆ

“เทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ บนช่องทางออนไลน์ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องจับตามอง และปรับตัวรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จะมาขายแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว ต้องมองโมเดลธุรกิจท่องเที่ยวใหม่ ๆ ปรับตัวให้แข่งขันได้”

ไทยเที่ยวนอกยังโต

นายศุภฤกษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจนำเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวขาออก (ทัวร์เอาต์บาวนด์) ปี 2560 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและอารมณ์ (มู้ด) เดินทางของคนไทยในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ คือ เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในระดับ 3.2-3.5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับปี 2559 ไม่ได้โดดเด่นเกิน 4%

และยังมีเรื่องของราคาน้ำมันโลกที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินปรับสูงตามไปด้วย แต่ราคาน่าจะยังไม่ดีดกลับรุนแรง นอกจากนี้ การก่อการร้ายในยุโรปน่าจะกระจายตัวออกมากขึ้น ขณะที่โรคระบาด ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่ากังวล อย่างตอนนี้เกาหลีใต้ได้ประกาศเพิ่มระดับการเตือนภัยไข้หวัดนกสู่ระดับสูงสุดแล้ว

“แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาแต่ยืนยันว่าตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศยังไม่อิ่มตัวเพราะยังมีอีกหลายจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจด้านเศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับ 3%ก็จริง แต่คนไทยอาจเกิดความเบื่อหน่ายต่อสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ออกเดินทางท่องเที่ยว โดยเลือกจุดหมายปลายทางราคาถูกลงมา และใช้บริการสายการบินราคาประหยัดในการเดินทางแทน”

“ฟรีวีซ่า-ค่าเงิน” ปัจจัยบวก

ขณะที่ปัจจัยบวกสำหรับตลาดทัวร์เอาต์บาวนด์ มองว่านโยบายผ่อนคลายการเข้าเมืองของหลายประเทศ เช่น มาตรการยกเว้นวีซ่าแก่คนไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมตลาด เห็นได้จากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก กระทั่งไต้หวันดำเนินนโยบายนี้บ้าง ตัวเลขคนไทยเข้าไปเที่ยวพุ่งสูงขึ้น คาดว่าน่าจะมีอีกหลาย ๆ ประเทศสนใจการสร้างรายได้จากภาคท่องเที่ยว และเลือกใช้นโยบายผ่อนคลายวีซ่ามากขึ้น

นอกจากนี้ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ มองการเติบโตของตลาดเอาต์บาวนด์คนไทยมากขึ้น โดยเข้ามาโปรโมตนำเสนอสินค้าแก่ผู้ประกอบการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยว ขณะที่การเปิดให้บริการของโรงแรมรุ่นใหม่ ๆ ขนาดไม่ต้องใหญ่มากในต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเลือกเข้าพักมากขึ้น รวมถึงการโพสต์และแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวในโซเชียลมีเดียของนักท่องเที่ยว ณ ขณะเที่ยว ได้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและข้อมูลในการเดินทางแก่คนอื่น ๆ ได้ดีมาก

ขณะเดียวกัน ปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยังส่งผลดีต่อบางจุดหมายปลายทาง เช่น อังกฤษ ที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 44 บาทต่อปอนด์ เอื้อต่อการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะการซื้อสินค้าแบรนด์เนม ขณะที่ญี่ปุ่น ปัจจุบันอ่อนค่าลงจากระดับ 34-35 บาทต่อ 100 เยน มาอยู่ที่ระดับ 30-31 บาท

“ปี 2560 ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศจะยังเติบโต แต่ไม่หวือหวา คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 7.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2559 ซึ่งคาดว่าน่าจะปิดตัวเลขที่ประมาณ 7.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยในช่วงปีใหม่นี้ คนไทยน่าจะออกไปเที่ยวประเทศรอบบ้านและในเอเชีย ส่วนกลุ่มที่ไปเที่ยวจุดหมายระยะไกล เห็นนิยมไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น รัสเซีย โมร็อกโก และไอซ์แลนด์”

แนะซัพพลายเออร์ใน ปท.ปรับตัว

ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวถึงทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวอินบาวนด์ว่า ในปี 2560 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องจับมือกันให้เหนียวแน่นมากขึ้น โดยเตรียมเสนอให้ภาครัฐเร่งจัดระเบียบซัพพลายเชนด้านการท่องเที่ยว ต้องมีข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน เช่น ระหว่างบริษัททัวร์กับโรงแรม

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มการทำตลาดของสายการบินเข้ามาเจรจากับโรงแรมโดยตรง ไม่ซื้อผ่านเอเย่นต์แล้ว เช่น 2-3 สายการบินในจีน เข้ามาติดต่อกับ 3-4 โรงแรมย่านรัชดาฯด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ฝั่งภาคเอกชนเจ้าของสินค้าต้องวางตำแหน่งทางการตลาดของบริการท่องเที่ยวให้ชัดเจนด้วย

“ในตลาดนักท่องเที่ยวจีนบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ขนาดใหญ่หลายๆเจ้ายังใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นตัวดึงดูดยอมขายขาดทุน แล้วไปทำกำไรจากในตลาดหุ้นอีกที โดยปล่อยแพ็กเกจสินค้าท่องเที่ยวราคาถูกออกมาจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟ.ไอ.ที.อย่างยิ่ง” นายอดิษฐ์กล่าว

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 มกราคม 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1483948203

Comment Box