กาแฟวาวี รุกเปิดสาขา-OEM ปักธงลาว-ญี่ปุ่นเป้าโต 80 ล้าน



กาแฟวาวีเร่งขยายสาขาใน-ต่างประเทศ หลังชะลอการลงทุน 2 ปี เตรียมเพิ่มอีก 2 สาขาในสนามบินเชียงใหม่ ภูเก็ต โคราช กรุงเทพฯ พร้อมร่วมทุนกับนักลงทุนลาวเปิดแบรนด์กาแฟวาวีที่เวียงจันทน์ ผนึกญี่ปุ่นเปิดตลาดในเมืองยามานาชิ-โตเกียว มุ่งพัฒนากาแฟออร์แกนิกจับกลุ่มพรีเมี่ยม ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 80 ล้าน

นายไกรสิทธิ์ ฟูสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟวาวี จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้หยุดการขยายสาขาร้านกาแฟวาวี และได้หันมามุ่งพัฒนาคุณภาพการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ยกระดับสู่มาตรฐานกาแฟออร์แกนิก เพื่อเน้นเจาะตลาดกลุ่มพรีเมี่ยม ล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานด้านออร์แกนิกจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งขณะนี้ผลผลิตกาแฟออร์แกนิกมีสัดส่วนราว 20% ที่เริ่มนำมาบริการในร้านกาแฟวาวีทุกสาขาและป้อนให้กับตลาด OEM ที่บริษัทรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ต่าง ๆ โดยขณะนี้ได้เร่งพัฒนากาแฟออร์แกนิกเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมขยายตลาดให้ครอบคลุมในอนาคต

ล่าสุด ได้พัฒนาพื้นที่ของบริษัทราว 15 ไร่ บนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย สร้างโรงงานรับซื้อกาแฟ-ศูนย์เรียนรู้และบริการห้องพัก ด้วยงบฯ 45 ล้านบาท โดยรับซื้อกาแฟจากเกษตรกรเครือข่ายที่ปลูกกาแฟบนดอยช้าง สัดส่วน 95% และอีก 5% เป็นผลผลิตกาแฟจากสวนของบริษัทเอง สำหรับผลผลิตกาแฟที่นำมาป้อนให้กับร้านกาแฟวาวี 90% มาจากแหล่งผลิตดอยช้าง จังหวัดเชียงราย และ 10% เป็นผลผลิตจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีแหล่งปลูกในอำเภอสะเมิง อมก๋อย เชียงดาวและจอมทอง

นายไกรสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากพัฒนาเรื่องมาตรฐานกาแฟในระดับหนึ่งแล้ว ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจึงได้เริ่มขยายสาขาร้านกาแฟวาวีไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยร่วมทุนกับนักลงทุนลาว ด้วยงบฯลงทุน 5 ล้านบาท ซึ่งตลาดตอบรับค่อนข้างดีมาก และเริ่มได้รับความนิยมของชาวลาวมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศ AEC ซึ่งอยู่ระหว่างการหาผู้ร่วมทุนในกัมพูชาและเมียนมา

ขณะเดียวกัน ในปีนี้ก็เตรียมเปิดตลาดกาแฟวาวีในประเทศญี่ปุ่น โดยแบ่งแผนเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่งออกเมล็ดกาแฟให้กับร้านอาหารไทยที่เมืองยามานาชิ (Yamanashi) 2.ร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ชาวญี่ปุ่นเปิดร้านแบรนด์กาแฟวาวีที่กรุงโตเกียว คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 6 ล้านบาท

ปัจจุบันร้านกาแฟวาวีในจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งสิ้น 13 สาขา เป็นร้านที่บริษัทบริหารเอง 7 สาขา ที่เหลือเป็นการร่วมทุน และภายในปีนี้จะเปิดสาขาภายในสนามบินอีก 2 สาขา ใช้เงินลงทุนสาขาละ 2 ล้านบาท ซึ่งจะมีสาขาในสนามบินรวมทั้งสิ้น 3 สาขา ขณะเดียวกันภายในปีนี้ยังได้เตรียมขยายสาขาไปจังหวัดภูเก็ตในลักษณะของการขายแฟรนไชส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดกับผู้ลงทุน

รวมถึงเตรียมขยายการลงทุนไปกรุงเทพฯ ภายในพื้นที่ธนาคารเอสเอ็มอี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 2.5 ล้านบาท โดยขณะนี้สาขาในกรุงเทพฯเปิดให้บริการอยู่ 3 สาขา (แฟรนไชส์) และอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุน เพื่อขยายการลงทุนไปที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม นอกจากแผนในปีนี้ที่เริ่มการขยายสาขาอีกครั้ง ก็ยังรุกตลาดรับจ้างผลิตกาแฟ (OEM) ป้อนให้กับแบรนด์อื่น ๆ ด้วย อาทิ กลุ่ม TCC Group ของเบียร์ช้างที่นำกาแฟที่ปลูกในลาวมาให้วาวีคั่ว มีออร์เดอร์ปีนี้ราว 30 ตัน ซึ่งตลาด OEM ถือเป็นตลาดที่จะเริ่มทำจริงจังตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยคาดว่าตลาดจะมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายไกรสิทธิ์กล่าวอีกว่า รายได้รวมของทุกสาขาในปี 2559 อยู่ที่ราว 64 ล้านบาท และในปี 2560 ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 80 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ายอดขายจะเติบโตขึ้นจากการขยายสาขา ในส่วนของตลาดกาแฟเชียงใหม่ในภาพรวมนั้นคาดว่ามีจำนวนร้านกาแฟทั้งสิ้นราว 1,000 ร้าน มูลค่าตลาดกาแฟอยู่ที่ราว 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 5 มิถุนายน 2560

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1496650616

Comment Box