ไทยเที่ยวนอกปี”61 พุ่ง 10 ล้าน ชี้ปัจจัยบวกเพียบ”ญี่ปุ่น-ไต้หวัน”สุดฮอต



“ทีทีเอเอ” คาดปีนี้คนไทยแห่เที่ยวนอกทะลุ 10 ล้านคน บรรยากาศกลับมาคึกคักรับเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ธุรกิจแอร์ไลน์ยังแข่งขายตั๋วบินถูกชิงผู้โดยสาร พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เปิดเส้นทางบิน-เพิ่มความถี่ในจุดหมายยอดนิยม เผย “ญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน” ยังฮอตต่อเนื่อง

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศปีนี้ บรรยากาศเริ่มจะดีดกลับมาคึกคักอีกรอบเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยแสดงความอาลัยในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยบริษัทเอกชนต่าง ๆ เริ่มกลับมาจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟทัวร์) กระตุ้นพนักงานช่วยกันผลักดันผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย

เช่นเดียวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันการท่องเที่ยวได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์หนึ่งของคนไทยแล้ว โดยได้รับอิทธิพลจากสื่อต่าง ๆ กับโซเชียลมีเดีย ยิ่งเห็นเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักโพสต์ภาพถ่ายและวิดีโอยิ่งทำให้อยากออกไปเที่ยว ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเที่ยวต่างประเทศแทบจะไม่ต่างจากการเที่ยวในประเทศไทยบางจุดหมายปัจจัยบวกหนุนเพียบ

นายศุภฤกษ์กล่าวว่า ในภาพรวมปีนี้ถือว่ามีปัจจัยสนับสนุนหลักหลาย ๆ ด้าน อาทิ การตลาดขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ (เอ็นทีโอ) ต่าง ๆ ในไทย รวมถึงการแข่งขันด้านราคาของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) รวมถึงสายการบินจากแถบตะวันออกกลาง (มิดเดิลอีสต์) นอกจากนี้การที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประกาศปลดธงแดงแก่มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนของประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ เดินเกมรุกเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม เพื่อแข่งขันกันสูงมากรวมทั้งการแข็งค่าของค่าเงินบาทก็ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญอย่างมากที่หนุนให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยถูกลงในช่วงนี้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น ทำให้คนไทยกล้าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามองคือ สถานการณ์การเมืองทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศ เช่น ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเกาหลีใต้เป็นพื้นที่ที่คนไทยนิยมไปเที่ยวจำนวนมาก

คาดไทยเที่ยวนอกทะลุ 10 ล้าน

สำหรับจำนวนคนไทยเที่ยวต่างประเทศปีนี้ สมาคมคาดว่าอยู่ที่ 10.2 ล้านคน เติบโตจากปีที่แล้วซึ่งปิดไป 9.8 ล้านคน โดยจุดหมายที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะสามารถเดินทางไปได้ง่าย ไม่ต้องใช้วีซ่า เช่น มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และ สปป.ลาว

ขณะที่ตลาดการบินระยะกลาง (มีเดียมฮอล) อย่างญี่ปุ่น คาดว่าปีนี้จะมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเกิน 1 ล้านคนเป็นปีแรก และมีโอกาสถึง 1.2 ล้านคน นอกจากนี้ไต้หวันก็เป็นอีกจุดหมายที่คนไทยยังเดินทางไปต่อเนื่อง เพราะได้รับยกเว้นการขอวีซ่าจากรัฐบาลไต้หวัน ซึ่งญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้นั้นถือเป็น 3 ประเทศที่ต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงตลาดนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มเดียวกัน ขณะที่ตลาดจีนนับเป็นอีกประเทศที่กระตือรือร้นในการนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวซึ่งมีหลากหลาย

ส่วนตลาดการบินระยะไกล (ลองฮอล) นั้น นายศุภฤกษ์กล่าวว่า จุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปในปีนี้คือ ยุโรปตะวันออก และรัสเซีย รวมถึงจุดหมายใหม่ ๆ เช่น เปรู โมร็อกโก เคนยา และอาร์เจนตินา

“เกาหลี-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน” ยังฮอต

ด้านนายพันธุ์เมธ ณ ระนอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (เคทีโอ) ประจำประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าปีนี้จะมีคนไทยไปเที่ยวเกาหลีใต้กว่า 5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งปิดไปที่ 4.9 แสนคน เติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีมีผลทำให้คนไทยบางส่วนชะลอการเดินทางบ้าง แต่หลาย ๆ คนก็ค่อนข้างชินกับสถานการณ์และตัดสินใจเดินทางไปเที่ยว ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของเกาหลีใต้ตรวจนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้บ่อยครั้ง จะเข้าใจการทำงานของ ตม.เกาหลีใต้เป็นอย่างดี ว่าต้องการสกัดกั้นคนที่เข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายจริง ๆ

“นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวเกาหลีใต้มากขึ้นในปีนี้ คือการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบินโลว์คอสต์ในไทย 2 ราย คือไทยไลอ้อนแอร์และนกสกู๊ต” นายพันธุ์เมธกล่าว

ก่อนหน้านี้ นายทะคุยะ ชิระอิชิ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นทะลุ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งเดินทางไปกว่า 9.8 แสนคน เติบโต 9.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจุบันคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 6 รองจากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวนิยมเข้าพักค้างแรมในกรุงโตเกียวมากเป็นอันดับ 1 ครองสัดส่วนที่ 25% รองลงมาคือฮอกไกโด 16% และโอซากา 15%

เงินสะพัดงาน TITF 700 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจบรรยากาศซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวที่งานคอนซูเมอร์แฟร์ “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” (TITF) ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งทางสมาคมทีทีเอเอคาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 4 แสนคน และมีเม็ดเงินสะพัดภายในงานถึง 700 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการสายการบิน โรงแรม และบริษัทนำเที่ยวต่างขนสินค้าท่องเที่ยวมาเสนอขายและจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อจองสินค้าท่องเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือเป็นพีกพีเรียดของตลาดคนไทย ไล่ยาวเพื่อทำยอดจองล่วงหน้าไปจนถึงช่วงกลางปี

โดยทางเจเอ็นทีโอได้นำทัพผู้ประกอบการและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นร่วมออกบูท เพื่อร่วมโปรโมตและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวกว่า 104 บูท มากที่สุดนับตั้งแต่เคยเข้าร่วมงานนี้มา

ขณะที่ประเทศจีนได้ชูจุดขายความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ส่วนเกาหลีใต้ได้มีการออกบูทของโรงพยาบาลไอดีมาร่วมโปรโมตทัวร์ศัลยกรรมเป็นปีแรก อีกหนึ่งบูทที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยมากเช่นกันคือ ภูฏานและไต้หวัน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561

www.prachachat.net/tourism/news-115716

Comment Box